ท่ามกลางกระแสลดลงของบิตคอยน์(BTC) แพลตฟอร์มเทรดคริปโตชื่อดังอย่างไบแนนซ์ ได้ดำเนินการซื้อบิตคอยน์จำนวนมากผ่านกองทุน SAFU ซึ่งเป็นกองทุนที่ใช้เพื่อคุ้มครองผู้ใช้งาน การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความไม่แน่นอนในตลาดสูงขึ้น สร้างความสนใจในหมู่นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญในวงการคริปโตอย่างกว้างขวาง
ตามข้อมูลจาก Arkham แพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน ระบุว่า กองทุน SAFU ของไบแนนซ์ได้ซื้อบิตคอยน์จำนวน 1,315 BTC ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,449 พันล้านวอน การซื้อจำนวนมากในช่วงที่ราคาอยู่ในขาลงเช่นนี้ มักถูกมองว่าเป็น ‘กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง’ หรือ ‘การซื้อเก็บช่วงราคาต่ำ’
การตัดสินใจซื้อในครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังเหตุการณ์ที่ตลาดคริปโตเกิดการ ‘ล้างพอร์ต’ ขนานใหญ่ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ปีที่ผ่านมา จากแรงเทขายในตลาดอนุพันธ์และการใช้เลเวอเรจที่มากเกิน ทำให้มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์หายวับไปในพริบตา อย่างไรก็ดี ไบแนนซ์ได้รับคำชมว่า บริหารความเสี่ยงได้ดีกว่าแพลตฟอร์มอื่น เนื่องจากสัดส่วนการถูกบังคับขายยังคงต่ำเมื่อเทียบกับส่วนแบ่งตลาด
ราคาบิตคอยน์ในขณะนี้ลดลงต่ำกว่า ‘8 หมื่นดอลลาร์’ (ประมาณ 1.16 ล้านบาท) ขณะที่อีเธอเรียม(ETH) ก็ร่วงลงต่ำกว่า 2,300 ดอลลาร์ (ประมาณ 333,000 บาท) นักวิเคราะห์ชี้ว่า ปัจจัยกดดันในภาพใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ‘ลดลงของสภาพคล่อง’, ‘อุปสงค์ที่ชะลอตัว’ และ ‘ความไม่ชัดเจนของเศรษฐกิจมหภาค’ กำลังถ่วงตลาดให้อยู่ในสภาวะ ‘การย่อตัว’ หรือ ‘ตลาดขาลงช่วงต้น’
นอกจากนี้ บิตคอยน์ยังไม่สามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์ได้อีกด้วย บ่งชี้ว่าการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนยังห่างไกล และเขตแนวรับเดิมระหว่าง 74,000 - 78,000 ดอลลาร์ที่เคยเป็นฐาน อาจไม่แข็งแกร่งพอที่จะหยุดการไหลลงได้
ในเชิงเทคนิค สัญญาณก็ไม่ได้ดูดีนัก ปริมาณการซื้อขายลดลงในช่วงรีบาวด์ แต่กลับพุ่งสูงขึ้นเมื่อตลาดปรับตัวลง สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้ม ‘การขายกระจาย’ มากกว่าการสะสม การที่ราคายังเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยหลักอย่าง 50 และ 100 สัปดาห์ ยิ่งตอกย้ำความ ‘เปราะบาง’ ของแนวโน้มตลาดปัจจุบัน
*ความคิดเห็น*: แม้ว่าการเคลื่อนไหวของไบแนนซ์ในครั้งนี้อาจสะท้อนถึง ‘สัญญาณความเชื่อมั่น’ จากฝั่งผู้ให้บริการ แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานของตลาดยังไม่ก่อให้เกิดการฟื้นตัวที่แท้จริง การที่ราคาบิตคอยน์ไม่สามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญได้หมายความว่าแรงกดดันจากฝั่งขายยังคงอยู่ และแนวโน้มขาลงอาจดำเนินต่อไปอีกระยะ
ในภาพรวม แม้การซื้อของไบแนนซ์จะเป็น ‘จุดสะดุดตา’ ท่ามกลางภาพรวมที่หม่นหมอง แต่ปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอฟังคือ การปรับเลเวอเรจ การฟื้นตัวของความต้องการซื้อแบบปัจจุบัน และทิศทางเศรษฐกิจในระดับโลก ซึ่งอาจเป็น ‘ตัวแปรเปลี่ยนเกม’ สำหรับตลาดคริปโตในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ความคิดเห็น 0