สเปนเปิดตัวแพลตฟอร์มบล็อกเชน 'RedChain' เสริมความโปร่งใสในการบริจาค
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) องค์การกาชาด 'เครอู โรญา(Creu Roja)' แห่งเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ได้เปิดตัว 'เรดเชน(RedChain)' แพลตฟอร์มสนับสนุนดิจิทัลที่พัฒนาบนเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อยกระดับความ *โปร่งใส* ของเส้นทางเงินบริจาค ในขณะเดียวกันก็รักษาความเป็น *ส่วนตัว* ของผู้รับความช่วยเหลือไว้ได้อย่างรัดกุม
เรดเชนเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีของบาร์เซโลนา ‘บลูค(BLOOCK)’ โดยใช้เครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) เป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบ *เชนสาธารณะ* พร้อมระบบเครดิตที่ออกแบบตามมาตรฐาน ERC-20 โดยพัฒนาในรูปแบบสมาร์ตคอนแทรกต์ผ่านภาษา Solidity ผู้รับความช่วยเหลือสามารถรับเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล(mobile wallet) และใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการโดยสแกน ‘QR โค้ด’ เสมือนการชำระเงินปกติ โดยไม่ต้องใช้บัญชีธนาคารหรือข้อมูลเครดิต
จุดสำคัญของเรดเชนคือ *“โมเดลความเชื่อถือแบบผสม”* ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกจัดเก็บในระบบของเครอู โรญา ขณะที่บนบล็อกเชนมีเพียงแฮชยืนยันข้อมูล เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลในกรณีระบบถูกโจมตี "แนวคิดนี้ทำให้สามารถตรวจสอบได้โดยไม่ต้องเผยข้อมูลส่วนตัวใดๆ" ทีมพัฒนา ยืนยัน
อีกคุณลักษณะเด่นของระบบนี้คือการนำเทคโนโลยี *Zero-Knowledge Proof* เข้ามาใช้งาน ซึ่งพัฒนาโดยสตาร์ตอัป ‘บิลเลียนส์ เน็ตเวิร์ก(Billions Network)’ ที่มีต้นกำเนิดจากโครงการ Polygon ID โดยผู้รับจะถือใบรับรองดิจิทัลไว้ในกระเป๋าเงินของตน และเลือกรายงานเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นเมื่อจำเป็นเท่านั้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด *‘การเปิดเผยข้อมูลน้อยที่สุด’* เพื่อรักษาสิทธิ์ของผู้ใช้อย่างแท้จริง
ฟรานซิสโก โลเปซ โรเมโร CTO ของกาชาดาสเปนฝั่งกาตาลุญญา เน้นว่า "*ไม่มีใครควรถูกบังคับให้เปิดเผยชีวิตส่วนตัวเพื่อรับความช่วยเหลือ*" พร้อมกล่าวว่าเรดเชนสามารถสร้างสมดุลระหว่าง *การตรวจสอบของผู้บริจาค* และ *การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้รับ* ได้อย่างลงตัว
ทั้งนี้ RedChain ไม่ได้อยู่ในช่วงทดลองใช้งานเพียงเท่านั้น เพราะตามข้อมูลของ BLOOCK แพลตฟอร์มนี้ได้ดำเนินการธุรกรรมเข้ารหัสแล้วกว่า 952,000 รายการ และยืนยันข้อมูลแล้วกว่า 257,000 รายการ ซึ่งตอกย้ำถึง *ประสิทธิภาพและความเสถียรภาพของระบบ*
หลุยส์ ลีเบร CEO ของ BLOOCK อธิบายว่า “บล็อกเชนไม่ใช่สถานที่เก็บข้อมูล แต่คือเครื่องมือเพื่อ *ยืนยันความจริง*” พร้อมเสริมว่า “แต่ละธุรกรรมจะสร้างร่องรอยทางคริปโตกราฟีอย่างถาวรที่สามารถตรวจสอบได้แบบอิสระ *โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเลยแม้แต่น้อย*”
ด้านเอวิน แม็คมัลเลน ผู้บริหารสูงสุดของบิลเลียนส์ เน็ตเวิร์ก กล่าวเพิ่มเติมว่าระบบนี้ *ไม่ใช่ระบบเฝ้าติดตาม* แต่คือแพลตฟอร์ม ‘การพิสูจน์สิทธิ์’ ที่ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมตัวตนดิจิทัลของตนเองได้เต็มที่
เรดเชนจึงเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถนำมาใช้ในวงการ *การกุศลและการช่วยเหลือ* ได้จริง โดยไม่เป็นเพียงแค่ ‘เครื่องมือประชาสัมพันธ์’ ดังกรณีที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และด้วยแนวทางที่ยึดหลัก *การลดการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล* RedChain จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่โลกการกุศลกำลังให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0