บิตคอยน์ ETF เผชิญการขาดทุนครั้งใหญ่สุด นักลงทุนสถาบันเข้าสู่ช่วงทดสอบศรัทธา
บิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญภาวะปรับฐานอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผู้ถือครอง ETF ประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสหรัฐต้องรับมือกับ *การขาดทุนครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์* โดยจากสินทรัพย์ที่เป็นดาวรุ่งในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความตึงเครียดในตลาด ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือบททดสอบครั้งสำคัญของ *ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของฐานนักลงทุนสถาบัน*
หลังจากเปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม 2024 บิตคอยน์ ETF ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่ ทำให้ราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาปัจจุบันของบิตคอยน์กลับลดลงต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่นักลงทุนสถาบันซื้อไว้ โดยอยู่ที่ 76,140 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 ล้านบาท) ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยแบบรายสุทธิอยู่ที่ 82,405 ดอลลาร์ และต้นทุนรวมสูงถึง 83,655 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่านักลงทุนจำนวนมากกำลังขาดทุน
ข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence เมื่อวันที่ 24 ระบุว่า ขณะนี้ผู้ถือครอง ETF กำลังเผชิญกับ *การขาดทุนในพอร์ตแบบยังไม่ปิดสถานะ* รวมคิดเป็นมูลค่า 7.31 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.07 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของการขาดทุน ETF ประเภทนี้ ทั้งที่เมื่อเพียง 6 เดือนก่อน นักลงทุนกลุ่มนี้ยังมีกำไรจากการถือครองสูงกว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์
*ความคิดเห็นของ เจมส์ ไซเฟิร์ต (James Seyffart)* นักวิเคราะห์ตลาด ระบุว่า “แรงกดดันที่เกิดขึ้นขณะนี้ไม่ใช่เพียงทางตัวเลข แต่ยังส่งผลเชิงจิตวิทยาอย่างมากต่อผู้ถือ ETF” พร้อมกับชี้ว่า “ช่วงปรับฐานรอบนี้เป็นเหมือนบททดสอบครั้งแรกของแนวคิดการลงทุนผ่าน ETF ในระยะยาว”
ระดับราคาเฉลี่ยของ ETF กลายเป็น ‘แนวต้าน’ ใหม่
ในช่วงเดือนตุลาคม 2025 ราคาบิตคอยน์เคยแตะถึงจุดสูงสุดที่ 120,000 ดอลลาร์ (ราว 1.75 ล้านบาท) แต่ปัจจุบัน ความกังวลใหม่เกิดขึ้นจากราคาซื้อเฉลี่ย 82,405 ดอลลาร์ ซึ่งอาจกลายเป็น ‘แนวต้าน’ ทางจิตวิทยาสำคัญ นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มมีแนวโน้มจะขายที่ระดับราคานี้เพื่อดึงเงินต้นคืน
แม้นักวิเคราะห์จะยังไม่เห็นสัญญาณของ ‘การทิ้งหุ้นขนานใหญ่’ แต่แรงขายยังคงแผ่ขยายต่อเนื่อง จุดสำคัญคือนี่คือ *การปรับฐานทางเทคนิคชั่วคราว หรือจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง* ของตลาดในระยะยาว อีกประเด็นที่สำคัญคือ นักลงทุนจะเริ่มให้ความสำคัญกับทางเลือกนอก ETF หรือไม่
เลเยอร์ 2 กลายเป็นทางเลือกนอกกรอบ ETF
ในช่วงที่ ETF กำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อตลาด นักลงทุนเริ่มมองหาโอกาสใหม่ โดยหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับความสนใจคือ *เลเยอร์ 2 ของบิตคอยน์* ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขยายศักยภาพของเครือข่ายบิตคอยน์ ให้รองรับการใช้งานจริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมหรือการใช้ในระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi)
ตัวอย่างล่าสุดคือโครงการชื่อ *บิตคอยน์ ไฮเปอร์* ซึ่งมีเป้าหมายสร้างบทใหม่ให้กับบิตคอยน์ให้พ้นจากบท ‘ทองคำดิจิทัล’ มาเป็นสินทรัพย์ที่ใช้งานได้จริง จุดขายคือผลตอบแทนรายปี (APY) สูงถึง 38% ที่มาจากระบบสเตคกิ้ง ซึ่งดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนที่แสวงหารายได้ต่อเนื่อง
บิตคอยน์ ไฮเปอร์ นำเสนอโมเดลที่ผสานเทคโนโลยีและแรงจูงใจเชิงเศรษฐกิจ จนสามารถสร้าง *การเล่าเรื่องรูปแบบใหม่ที่ไม่ยึดติดกับ ETF* นี่อาจเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างแนวโน้มเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับระบบนิเวศของบิตคอยน์ในระยะยาว
โอกาสฟื้นตัวของบิตคอยน์อาจไม่ได้มาจาก ETF
แม้แรงขายจาก ETF จะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เห็นการไหลออกอย่างรุนแรงจากนักลงทุนรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้เน้นย้ำความสำคัญของ *กลยุทธ์การลงทุนที่อิงกับเทคโนโลยีและการใช้งานจริง มากกว่าการเก็งกำไรในระยะสั้น*
การเข้าร่วมของโซลูชันอย่างเลเยอร์ 2 อาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ ที่นำพาบิตคอยน์เข้าสู่ช่วงเติบโตครั้งต่อไป โดยไม่ต้องพึ่งพาเพียงแค่ *กระแสไหลเข้าของเงินผ่าน ETF* เท่านั้น
ความคิดเห็น 0