วิตาลิก บูเทอริน(Vitalik Buterin) ผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม(ETH) ได้จำหน่ายอีเธอเรียมมูลค่าราว 6.6 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 96.7 ล้านบาท เมื่อไม่นานนี้ แม้มูลค่าการขายจะไม่มากนักเมื่อเทียบกับทรัพย์สินทั้งหมดที่เขาถืออยู่ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือวิธีการและจังหวะที่เขาเลือกดำเนินการ
จากรายงานพบว่า บูเทอรินได้ขาย ETH ในช่วงสามวัน โดยใช้วิธีแบ่งเป็นธุรกรรมขนาดเล็กจำนวนมากผ่านโปรโตคอลแบบกระจายอำนาจ CoW Protocol เพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดแรงกดดันต่อราคาตลาด การเทขายครั้งนี้ไม่ได้กระตุ้นให้เกิดความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ และแทบไม่มีสัญญาณแรงขายหรือความตื่นตระหนกตามมา การดำเนินการอย่างเงียบ ๆ แบบนี้เริ่มได้รับความนิยมในหมู่นักพัฒนาและเจ้าของสินทรัพย์รายใหญ่ เนื่องจากสามารถกลมกลืนไปกับธุรกรรมทั่วไปและไม่กระทบต่อโครงสร้างตลาด
บูเทอรินยังยืนยันว่า การขาย ETH ครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการเก็งกำไรในระยะสั้น แต่เป็นการจัดสรรทุนสำหรับโครงการระยะยาว โดยเขาได้สำรองอีเธอเรียมจำนวน 16,384 เหรียญ มูลค่าราว 453.6 ล้านบาท ไว้เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีด้านความเป็นส่วนตัวและฮาร์ดแวร์โอเพนซอร์สภายในระบบนิเวศของอีเธอเรียม *คำ* ว่าโปร่งใสและน่าเชื่อถือคือหัวใจของแผนนี้
ทั้งนี้ มูลนิธิอีเธอเรียมยังวางแผนนำแนวทางการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมาใช้ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อรักษาความยั่งยืนของระบบในขณะที่เดินหน้าโครงการตามแผนอย่างจริงจัง บูเทอรินเองก็รับหน้าที่สำคัญหลายด้านในโครงการเพื่อให้สามารถควบคุมทิศทางได้อย่างใกล้ชิด
การตัดสินใจของบูเทอรินเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาดคริปโตที่ยังคงอยู่ในช่วงขาลง โดย *ความคิดเห็น* จาก แมตต์ โฮแกน(Matt Hougan) จาก Bitwise ระบุว่า "ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 เป็นต้นมา ตลาดคริปโตยังคงอยู่ในช่วงฤดูหนาว และยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน" อย่างไรก็ตาม ปริมาณการใช้งานบนเครือข่ายอีเธอเรียมยังคงมีเสถียรภาพ บ่งชี้ถึงภาวะที่ราคาตลาดและการใช้งานจริงอาจไม่สัมพันธ์กัน
ปัจจุบัน อีเธอเรียมมีราคาซื้อขายอยู่ที่ราว 2,066 ดอลลาร์ หรือกว่า 3 แสนบาท แม้ราคายังไม่ได้รับผลกระทบในเชิงลบโดยตรงจากการขายในครั้งนี้ แต่การที่นักพัฒนาเบอร์ต้นของวงการขายสินทรัพย์ออกมา ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดไม่มากก็น้อย
กลยุทธ์การถอนทุนครั้งนี้ของบูเทอรินจึงถือเป็นบทสะท้อนของการวางแผนระยะยาวอย่างรอบคอบ เน้นแนวทางการจัดการทุนเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพเชิงโครงสร้างให้กับเครือข่ายอีเธอเรียม ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีพื้นฐาน และการส่งเสริมความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่เปราะบาง แม้จะก่อให้เกิดความตึงเครียดอยู่บ้าง แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ บูเทอรินไตร่ตรองและดำเนินการอย่างเงียบสงบ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจลุกลามในวงกว้าง *ความคิดเห็น* หลายฝ่ายจึงมองว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นเรื่องของ ‘ความรับผิดชอบ’ มากกว่าความเคลื่อนไหวเพื่อเก็งกำไรส่วนตัว.
ความคิดเห็น 0