Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

Glassnode ชี้บิตคอยน์(BTC) เข้าใกล้ ‘โซนบาดาลราคา’ หลังเกือบครึ่งอุปทานอยู่ในภาวะขาดทุน

บริษัทวิจัยออนเชน ‘글래스노드(Glassnode)’ ประเมินจากตัวชี้วัดบนเชนของบิตคอยน์(BTC) ว่า ภาพรวมตลาดตอนนี้อาจอยู่ใกล้ ‘โซน底หรือบาดาลราคา’ มากกว่าที่จะเป็นช่วง ‘เริ่มต้นขาลง’ ของตลาดหมี โดยระบุว่าปริมาณบิตคอยน์ที่อยู่ในภาวะขาดทุนกำลัง ‘กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งเครือข่าย’ คล้ายโครงสร้างที่เคยเกิดขึ้นในช่วงใกล้การสร้างจุดต่ำสุดของวัฏจักรที่ผ่านมา

‘ปริมาณบิตคอยน์ในภาวะขาดทุน’ ชี้โครงสร้างต่างจากต้นขาลง

ในรายงานประจำสัปดาห์ล่าสุด 글래스노드 ใช้ตัวชี้วัด ‘ปริมาณรวมที่อยู่ในภาวะขาดทุน(Total Supply in Loss)’ เพื่อสำรวจโครงสร้างตลาดหมีรอบปัจจุบัน ตัวเลขนี้นับรวมบิตคอยน์(BTC) ทั้งหมดบนบล็อกเชนที่ผู้ถือยังไม่ได้ขายแต่มีสถานะเป็น ‘ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้’ เมื่อเทียบกับราคาเข้าซื้อ

ข้อมูลระบุว่า ช่วงที่ราคาบิตคอยน์ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล(ATH) เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ปริมาณในภาวะขาดทุนแทบจะลดลงใกล้ระดับศูนย์ แต่หลังจากนั้นเมื่อราคาเริ่มปรับฐาน ปริมาณที่ไหลเข้าสู่เขตขาดทุนก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ตัวชี้วัดดังกล่าวทะยานขึ้นแรงตลอดไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ปัจจุบัน หากดูค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วัน ‘ปริมาณรวมในภาวะขาดทุน’ อยู่ที่ราว 9.2 ล้าน BTC ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับจากช่วงปลายตลาดหมีรอบก่อนหน้า เมื่อเทียบกับอุปทานหมุนเวียนที่ยังไม่ถึง 20 ล้าน BTC นั่นหมายความว่า ‘เกือบครึ่งหนึ่ง’ ของบิตคอยน์ทั้งหมดกำลังอยู่ในภาวะขาดทุน 글래스노드ระบุว่า “ในอดีต เมื่อการปรับตัวลงเข้าใกล้ระดับขาดทุน 50% ของอุปทาน ตลาดก็มักเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ถูกกดดันอย่างหนัก ซึ่งรูปแบบรอบนี้ก็สอดคล้องกับภาพเดิม”

สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่ขนาดของ ‘ปริมาณขาดทุน’ ที่สูงเป็นพิเศษ แต่คือ ‘โครงสร้างของกราฟ’ ที่เริ่มคล้ายช่วง ‘ปลายตลาดหมี’ มากกว่าช่วงเริ่มต้น ในมุมมองของ 글래스노드 ช่วงเวลาที่ปริมาณในภาวะขาดทุนสะสมหนาแน่นไปทั่วทั้งเครือข่าย มักถูกตีความว่าเป็นระยะที่ ‘แรงขายจากผู้เล่นส่วนใหญ่ค่อยๆ ถูกใช้ไป’ ส่งผลให้โอกาสเกิดจุดต่ำสุดของราคาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

글래스노드ย้ำว่า “ในเชิงประวัติศาสตร์ เมื่อ ‘ปริมาณรวมในภาวะขาดทุน’ พุ่งสูงขึ้น โอกาสที่ตลาดกำลังสร้างฐานราคาก็มักจะเพิ่มขึ้นตาม” เหตุผลคือ เมื่อขาดทุนกองรวมอยู่ในมือผู้ถือจำนวนมาก แรงขายทำกำไรระยะสั้นจะอ่อนแรงลง ในขณะที่สัดส่วนของผู้ถือที่ ‘ยอมทนขาดทุนและไม่ขาย’ เพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดซึมซับแรงขายส่วนเกินไปเรื่อยๆ ‘ความคิดเห็น’ แนวคิดนี้สะท้อนภาพตลาดที่เริ่มส่งไม้จากนักเก็งกำไรระยะสั้นสู่กลุ่มผู้ถือระยะยาวที่ยืนระยะได้มากกว่า

ในตลาดหมีปี 2018 และ 2022 ตัวชี้วัดนี้มักขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใกล้ๆ กับช่วงที่ราคาทำจุดต่ำสุด เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ผู้เชี่ยวชาญใช้ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่าง ‘การสะสมขาดทุนในระบบ’ กับ ‘จุดกลับตัวของราคา’

อย่างไรก็ดี ตัวเลขรอบนี้ยังไม่แตะระดับสูงสุดสุดโต่งเท่าที่เคยเห็นในวัฏจักรขาลงก่อนหน้า แต่จากการที่พุ่งขึ้นมาใกล้เคียงจุดสูงเดิมในโซน ‘บาดาลราคา’ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าภาพรวมเชิงโครงสร้างของตลาดตอนนี้ ‘ใกล้กับช่วงสร้างฐานล่าง (bottoming range)’ มากกว่าที่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการหดตัวรอบใหม่ 글래스노ดระบุว่า แม้ ‘ความผันผวน’ และ ‘ความเปราะบางของตลาด’ จะยังหลงเหลืออยู่ แต่ “ในเชิงโครงสร้าง ตลาดดูจะอยู่ใกล้โซนบาดาลมากกว่าช่วงต้นของการย่อตัว”

ราคา BTC ฟื้นกลับเหนือ 6.9 หมื่นดอลลาร์ ก่อนย่อตัวสู่ช่วง 6.7 หมื่นดอลลาร์

ด้านราคา บิตคอยน์(BTC) กำลังอยู่ในเฟส ‘พักฐานระยะสั้น’ เมื่อวันที่ 26 (เวลาท้องถิ่น) BTC ดีดตัวกลับขึ้นไปเหนือ 69,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง ก่อนจะเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นและย่อลงมาซื้อขายบริเวณ 67,300 ดอลลาร์ โดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 ดอลลาร์ = 1,441.80 วอน คิดเป็นราว 97.03 ล้านวอนต่อ 1 BTC

ไม่กี่วันที่ผ่านมา ภาพรวมราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ลักษณะคล้าย ‘การแกว่งตัวในกล่อง’ มากกว่าการเทรนด์ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างสัญญาณ ‘เข้าใกล้โซนบาดาล’ ที่สะท้อนจากการสะสมของ ‘อุปทานในภาวะขาดทุน’ กับความไม่แน่นอนด้าน ‘ความผันผวน’ และ ‘ปัจจัยมหภาค’ ที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่เลือกจับตา ‘จุดเปลี่ยนทิศทางครั้งถัดไป’ มากกว่าลงเดิมพันเต็มตัวในตอนนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1