บิตคอยน์(BTC) ร่วงจาก ‘จุดสูงสุดตลอดกาล’ มาประมาณครึ่งหนึ่ง แต่อ้างอิงรายงานล่าสุดของบริษัทด้านบริการการเงิน ‘ริเวอร์(River)’ มองว่าการใช้และการยอมรับ ‘บิตคอยน์(BTC)’ หรือ ‘การนำไปใช้จริง (adoption)’ กำลังขยายตัวในระดับ ‘รัฐบาล–ธนาคาร–สถาบัน–ร้านค้า’ ด้วยความเร็วในเชิงประวัติศาสตร์ และพัฒนาการเหล่านี้ยังไม่ได้สะท้อนเต็มที่ในราคา
ริเวอร์เผยในรายงานที่ออกเมื่อวันอังคารว่า ราคาบิตคอยน์(BTC) อยู่ในระดับต่ำกว่าจุดสูงสุดราว 50% แต่ย้ำว่าตลาดไม่ควรมองเพียงกราฟราคาเท่านั้น โดยระบุว่า “สำหรับการยอมรับบิตคอยน์นั้น ไม่มีตลาดหมี…แม้ราคายังไม่ได้สะท้อน แต่การนำไปใช้กำลังทบต้นสะสมเหมือนดอกเบี้ย” สะท้อนมุมมองว่า ‘กราฟราคา’ บอกเพียงบางส่วนของเรื่องทั้งหมด ขณะที่เบื้องหลัง อินฟราสตรักเชอร์และฐานความต้องการกำลังขยายตัวเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ริเวอร์ชี้ว่า ภาครัฐคือจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2025 โดยในปีเดียวมี ‘5 ประเทศ’ เข้าสู่กลุ่มผู้ถือครองบิตคอยน์(BTC) เป็นครั้งแรก ได้แก่ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของลักเซมเบิร์กและซาอุดีอาระเบีย ธนาคารกลางสาธารณรัฐเช็ก รวมถึงการเข้าซื้อของรัฐบาลบราซิลและไต้หวัน ริเวอร์ประเมินว่า ณ ตอนนี้มีอย่างน้อย 23 ประเทศที่ถือครองบิตคอยน์(BTC) ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการขุดในระดับรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ การได้มาจากการยึดทรัพย์ หรือการเปิดรับความเสี่ยงโดยตรงผ่านงบดุลของธนาคารกลาง ริเวอร์เน้นว่า ‘การถือครองในระดับประเทศ’ แทบจะไม่เป็นหมวดหมู่ที่มีนัยสำคัญเลยเมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่ปัจจุบันกลายเป็นองค์ประกอบใหม่ของตลาดไปแล้ว
ฝั่งธนาคารก็เริ่มขยับตัวเช่นกัน รายงานระบุว่า ธนาคารชั้นนำในสหรัฐราว 60% กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์(BTC) ให้ลูกค้าอย่าง ‘จริงจัง’ สะท้อนว่าบรรยากาศกำกับดูแลในสหรัฐเปลี่ยนไปในทิศทางที่เป็นมิตรมากขึ้น เปิดทางให้ธนาคารสามารถให้บริการ ‘คัสโตดี (custody)’ และบริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์(BTC) ได้ ซึ่งเดิมทีแทบจะถูกจำกัดจนใกล้เคียงกับการ ‘ห้ามโดยพฤตินัย’ การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ว่า บิตคอยน์(BTC) กำลังถูกดึงเข้าสู่โครงสร้างการเงินกระแสหลักทีละขั้น
ฝั่งสถาบันการเงินขนาดใหญ่ เม็ดเงินก็ยังไหลเข้าตลาดบิตคอยน์(BTC) อย่างต่อเนื่อง ริเวอร์ระบุว่า กลุ่มที่ปรึกษาการลงทุนที่จดทะเบียน (RIA) ซื้อสุทธิในบิตคอยน์(BTC) ต่อเนื่องกันมาแล้ว 8 ไตรมาส ขณะที่ตลอดสองปีที่ผ่านมา กองทุน ETF บิตคอยน์สปอตมีเงินไหลเข้าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาส (ประมาณ 2.15 ล้านล้านวอน) นอกจากนี้ เฉพาะในปี 2025 สถาบันรวมกันซื้อบิตคอยน์(BTC) สะสมถึง 829,000 BTC ครอบคลุมทั้งภาคธุรกิจ รัฐบาล กองทุนลงทุน และโครงสร้างการลงทุนผ่าน ETF ริเวอร์เสริมว่า เบื้องหลังตัวเลขของสถาบันเหล่านี้ ยังมี ‘บัญชีบำนาญ แพลตฟอร์มนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และงบการเงินของบริษัท’ ที่ทำให้ผู้คนจำนวนหลายล้านคนได้สัมผัสบิตคอยน์(BTC) เป็นครั้งแรก
ในแง่โครงสร้างผู้ซื้อ รายงานของริเวอร์ระบุว่า ‘บริษัทเอกชน’ คือกลุ่มที่มีสัดส่วนการซื้อบิตคอยน์(BTC) มากที่สุดในปี 2025 โดยเฉพาะบริษัทที่ใช้บิตคอยน์เป็นส่วนหนึ่งของ ‘กลยุทธ์การบริหารคลัง (crypto treasury)’ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของฝั่งดีมานด์ และจำนวนบริษัทในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน
ภาพรวมแล้ว แม้ราคาบิตคอยน์(BTC) จะอยู่ในช่วงปรับฐานและดึงสายตานักลงทุนในระยะสั้น แต่ในเชิงโครงสร้าง ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน ทั้งจากการเพิ่มการถือครองของรัฐบาล การแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ของธนาคารหลัก การไหลเข้าของทุนสถาบันผ่าน ETF และการบรรจุบิตคอยน์(BTC) เข้าสู่กลยุทธ์การเงินของภาคธุรกิจ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ชี้ว่าบิตคอยน์(BTC) กำลังก้าวลึกเข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้น ‘ความคิดเห็น’ ริเวอร์สรุปว่าต่อให้บิตคอยน์(BTC) มีความผันผวนในระยะสั้น แต่พลังขับเคลื่อนระยะยาวจาก ‘การยอมรับที่ขยายตัวต่อเนื่อง’ กำลังแข็งแรงขึ้นผ่านหลายช่องทาง และมีโอกาสสูงที่จะสะท้อนสู่ราคาในอนาคตเมื่อถึงจุดหนึ่ง
ความคิดเห็น 0