บิตคอยน์(BTC) กำลังพยายาม ‘ยืน’ เหนือระดับ 7만달러(ประมาณ 1억395만원) ท่ามกลางความผันผวนที่ปะทุขึ้นจากวิกฤต ‘ตะวันออกกลาง’ และภาวะไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลกที่เริ่มกดดัน ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ทุกกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงต้นสัปดาห์ บิตคอยน์(BTC) เคยซื้อขายเหนือ 7만4000달러 แต่หลังความตึงเครียดรอบ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ เส้นเลือดใหญ่ด้านการขนส่งพลังงานโลกทวีความรุนแรงขึ้น ราคาเริ่มถูก ‘รีเซ็ต’ อย่างรวดเร็ว กระแสคาดการณ์ว่าความขัดแย้งจะไม่จบลงในระยะสั้น ทำให้นักลงทุนเร่งลดความเสี่ยง และแรงขายจากฝั่งนี้ก็สะท้อนเข้ามาในตลาดคริปโตเต็มๆ
ข้อมูลจาก *คริปโตควอนต์(CryptoQuant)* ระบุว่า ‘ช็อกทางภูมิรัฐศาสตร์จากฝั่งพลังงาน’ อาจกลายเป็นช่องทางส่งผ่านความปั่นป่วนสู่เศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก ความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันหยุดชะงักกำลังหนุน ‘แรงกดดันเงินเฟ้อ’ และดัน ‘ต้นทุนเงินทุน’ ของระบบการเงินให้สูงขึ้น สุดท้ายตลาดต้องกลับมาคิดใหม่ทั้งเส้นทาง ‘ดอกเบี้ย’ และ ‘สภาพคล่อง’ ซึ่งส่งผลต่อความคาดหวังต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) แทบจะทันที
เมื่อวันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) ระดับความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซพุ่งขึ้น ตลาดการเงินก็สั่นสะเทือนไปพร้อมกัน เดิมทีบิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวอย่างค่อนข้างนิ่งเหนือ 7만4000달러 แต่เมื่อความเสี่ยง ‘ยืดเยื้อ’ และแรงกระแทกด้านมหภาคโลกถูกนำมาคิดรวม ราคาเริ่มร่วงลงแรง นักลงทุนประเมินว่าความเสี่ยงตะวันออกกลางไม่ใช่แค่ปัญหา ‘ภูมิภาคเดียว’ อีกต่อไป แต่เกี่ยวพันทั้ง ‘พลังงาน–เงินเฟ้อ–นโยบายการเงิน’ ทำให้แรงปรับฐานสะท้อนออกมาแทบจะในคราวเดียว
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวน ยังไม่พบสัญญาณชัดเจนว่าโครงสร้าง ‘อุปสงค์–อุปทาน’ ภายในของบิตคอยน์(BTC) ถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิง ‘คริปโตควอนต์’ มองว่าระหว่างที่ความเสี่ยงมหภาคถูกสะท้อนในราคา ‘กระแสออนเชน’ ยังชี้ให้เห็นถึง ‘ดีมานด์พื้นฐาน’ ที่คงอยู่ นักลงทุนส่วนหนึ่งไม่ได้เทขายเข้ากระดานแบบไร้ทิศทาง แต่หันมาบริหารเงินทุนอย่าง ‘คัดสรรและระมัดระวัง’ มากขึ้น
‘ความคิดเห็น’ ปัจจุบันตลาดกำลังอยู่ในโหมด “รีไพรซิ่งความเสี่ยง” มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนเทรนด์ขาลงแบบถาวร ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นระยะยาวใช้จังหวะลดเลเวอเรจและจัดพอร์ตใหม่มากกว่าหนีออกจากสินทรัพย์คริปโตทั้งหมด
‘ช็อกพลังงาน’ ฉุด ETF ไหลออก แต่สัญญาณออนเชนยังสะท้อน ‘ฝั่งถือยาว’
รายงานของคริปโตควอนต์ระบุว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบล่าสุดได้เขย่าทั้ง ‘ตลาดดั้งเดิม’ และ ‘ตลาดคริปโต’ ไปพร้อมกัน กรณีชัดเจนคือเมื่อวันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) กองทุนบิตคอยน์สปอต ETF บันทึกเงินทุนไหลออกสุทธิราว 1억3920만달러 (ประมาณ 2,067억원) แสดงให้เห็นว่าฝั่งสถาบันเร่งขยับสู่โหมด ‘หลบความเสี่ยง’ อย่างรวดเร็ว
ฝั่งตลาดพลังงานก็ตอบสนองทันที ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดขึ้นแตะ 85.41달러ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ขยับขึ้นสู่ 81.01달러 สะท้อน ‘ความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์’ ที่เริ่มถูกตีราคาเข้ามา ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่พลังงานเท่านั้น ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ยรายสัปดาห์ราว 0.27달러ต่อแกลลอน ขณะที่ราคาปุ๋ยก็เริ่มขยับขึ้น เมื่อ ‘ต้นทุนพลังงาน’ และ ‘ต้นทุนการเกษตร’ ทะยานพร้อมกัน ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารโลกก็ยิ่งทวีความร้อนแรง
แต่หากมองผ่านเลนส์ ‘ออนเชน’ ภาพที่ได้กลับต่างออกไป คริปโตควอนต์ใช้ตัวชี้วัด ‘ปริมาณสุทธิการไหลเข้าออกของบิตคอยน์ในกระดานเทรด (Exchange Netflow, Total)’ พร้อมปรับด้วยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วันเพื่อลดสัญญาณรบกวน ผลที่ได้คือ “ฝั่งไหลออกจากกระดาน” ยังได้เปรียบอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลล่าสุดระบุว่ารายวันมีบิตคอยน์ไหลออกจากกระดานเทรดสุทธิราว -501 BTC ขณะที่ยอดสุทธิรายสัปดาห์อยู่แถว -6469 BTC ตัวเลขนี้สะท้อนว่าผู้ถือระยะยาวยังไม่เร่งเปลี่ยนสินทรัพย์กลับมาเป็นเงินสด แต่เลือกย้ายเหรียญออกไปเก็บใน ‘กระเป๋าเย็น (Cold Wallet)’ มากขึ้น ส่งผลให้ ‘อุปทานที่พร้อมขายในตลาด’ หดตัวลง ซึ่งสามารถตีความได้ว่าเป็นแรงกดดันด้าน ‘ฝั่งขาย’ ที่จำกัดลงในระยะสั้น
‘ความคิดเห็น’ การที่เหรียญไหลออกจากกระดานมากกว่ากลับเข้ามา เทียบกับบรรยากาศความเสี่ยงรุนแรงในตลาดแบบนี้ นับว่าเป็นสัญญาณ ‘ถือยาว’ ที่ค่อนข้างแข็งแรง และมักเป็นหนึ่งในตัวแปรที่ช่วยหนุนการรีบาวด์เมื่อความกลัวในตลาดเริ่มคลายตัว
ทดสอบฐานรับ 7만달러…ภาพใหญ่ยังเป็น ‘ขาขึ้นระยะยาวพร้อมช่วงย่อ’
ในกรอบกราฟรายสัปดาห์ บิตคอยน์(BTC) อยู่ในจุดที่พยายาม ‘ทรงตัว’ แถว 6만9700달러 หลังจากทำจุดสูงสุดปลายปี 2025 ใกล้โซน 11만달러ขึ้นไป ก่อนจะเข้าสู่เฟส ‘ปรับฐาน’ ที่ยอดใหม่เริ่มต่ำลงและความผันผวนขยายตัว การร่วงล่าสุดกดราคาลงไปทดสอบช่วง 6만5000달러 แต่แรงซื้อฝั่งล่าง (ดักซื้อของถูก) เริ่มกลับเข้ามา จนราคารีบาวด์ขึ้นมาทดสอบระดับ 7만달러 อีกครั้ง
ด้านเทคนิค บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางกลุ่ม ‘เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลัก’ 50 สัปดาห์ยืนเหนือแถว 9만달러 ทำหน้าที่เป็น ‘แนวต้านเชิงไดนามิก’ ที่ราคาต้องฝ่าเพื่อกลับสู่จังหวะเร่งตัวขาขึ้น ขณะที่เส้น 100 สัปดาห์บริเวณ 8만달러กลางๆ ก็เพิ่มแรงกดด้านบนให้หนาแน่นยิ่งขึ้น ส่วนเส้น 200 สัปดาห์กำลังไต่ระดับขึ้นในช่วง 5만8000–6만달러 และยังคงทำหน้าที่เป็น ‘ฐานรองรับระยะยาว’ ที่สำคัญ พื้นที่นี้เคยทำหน้าที่เป็น ‘โซนก้น’ ในรอบปรับฐานใหญ่หลายครั้งที่ผ่านมา
มุมมหภาค หากมองข้ามความผันผวนสั้นๆ รอบล่าสุด บิตคอยน์(BTC) ยังจัดอยู่ในกรอบ ‘แนวโน้มขาขึ้นหลายปี’ ได้อยู่ ตลาดกำลังพยายามสร้าง ‘ฐานรับใหม่’ แถว 7만달러 (ประมาณ 1억395만원) เพื่อปรับสมดุลระหว่างแรงขายทำกำไรของรอบก่อนหน้า กับแรงซื้อลงทุนระยะยาวที่ยังไหลเข้ามาสะสม
‘ความคิดเห็น’ ทิศทางต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับว่า ‘ช็อกจากฝั่งพลังงานตะวันออกกลาง’ จะกดดันให้ตลาดต้อง ‘รีเซ็ตคาดการณ์เงินเฟ้อและดอกเบี้ย’ มากแค่ไหน หากความกังวลคลายลงและเฟดยังส่งสัญญาณไม่ตึงตัวเกินไป ระดับ 7만달러มีโอกาสกลายเป็นฐานพักตัวสำคัญในเทรนด์ขาขึ้นรอบถัดไปของบิตคอยน์(BTC)
ความคิดเห็น 0