Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เจพีมอร์แกน체이스 ถูกฟ้องคดีแบบกลุ่ม ปมเมินสัญญาณแชร์ลูกโซ่คริปโตโกลิอัท เวน처ส มูลค่า 3.28억달러

เจพีมอร์แกน체이스 ถูกฟ้องคดีแบบกลุ่ม ปมเมินสัญญาณแชร์ลูกโซ่คริปโตโกลิอัท เวน처ส มูลค่า 3.28억달러 / Tokenpost

เจพีมอร์แกน체이스(JPMorgan Chase) กำลังเผชิญ ‘คดีความ集体诉讼’ จากกลุ่มนักลงทุนของกองทุนคริปโต ‘โกลิอัท เวน처스(Goliath Ventures)’ โดยกล่าวหาว่าธนาคารเมินเฉยต่อ ‘สัญญาณเตือน’ ของการฉ้อโกง และยังคงให้บริการบัญชีจนทำให้เกิด ‘โครงการแชร์ลูกโซ่คริปโต’ มูลค่า 3억2,800만달러 (ราว 4,882억วอน) มีผู้เสียหายถูกระบุว่ามากกว่า 2,000 คน

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (เวลาท้องถิ่น) มีการยื่นคำฟ้องต่อศาลแขวงสหรัฐฯ เขต Northern District แคลิฟอร์เนีย โดยระบุว่า เจพีมอร์แกน체이스 ทำหน้าที่เป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านการธนาคารหลัก’ ของโกลิอัท เวน처스 ทำให้ระบบแชร์ลูกโซ่สามารถดำเนินต่อได้ ฟ้องร้องชี้ว่า ธนาคารช่วยรองรับทั้งการรับเงินฝากจากนักลงทุน การโอนเงิน และการชำระเงินในรูปแบบต่างๆ จนทำให้ดูเหมือนว่า ‘มีผลตอบแทนปกติและเชื่อถือได้’

ฝ่ายโจทกระบุว่า เพียงดูจาก ‘เส้นทางการเงิน’ ก็เห็นความผิดปกติชัดเจนแล้ว โดยมีข้อความในคำฟ้องว่า “จากมุมมองของธนาคาร โครงสร้างการฉ้อโกงนี้ชัดเจนอย่างยิ่ง” และ “โครงการฉ้อโกงขนาดนี้แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะดำเนินการอย่างลับๆ ผ่านธนาคารเพียงแห่งเดียว” ‘ความคิดเห็น’ ประเด็นสำคัญคือ ฝ่ายโจทก์พยายามชี้ว่าธนาคารไม่อาจอ้างว่าไม่รู้เห็นได้ หากทำระบบตรวจสอบด้านการปฏิบัติตามกฎ (KYC/AML) อย่างเหมาะสม

ในคำฟ้องยังเปิดเผยด้วยว่า คริสโตเฟอร์ อเล็กซานเดอร์ เดลกาโด(Christopher Alexander Delgado) ชาวฟลอริดา ผู้ดูแลการดำเนินงานของโกลิอัท ได้ถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐจับกุมเมื่อเดือนที่แล้ว ในข้อหา ‘ฉ้อโกงทางสายสื่อสาร(wire fraud)’ และ ‘ฟอกเงิน’ โดยคดีอาญายังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น นักลงทุนใช้เหตุนี้ยืนยันว่า ธนาคารยิ่งควรตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติได้ตั้งแต่กระบวนการเปิดและใช้บัญชี

ฝ่ายโจทก์ นำโดย ร็อบบี อลัน สตีล(Robby Alan Steele) ระบุในคำฟ้องว่า เจพีมอร์แกน체이스 เป็น ‘ธนาคารเพียงแห่งเดียว’ ที่โกลิอัท เวน처ส ใช้ดำเนินธุรกรรม โดยตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 ถึงเดือนมิถุนายน 2025 มีเงินประมาณ 2억5,300만달러 (ราว 3,766억วอน) ไหลเข้าสู่บัญชีที่เกี่ยวข้องกับโกลิอัทในเครือ체이스

ในจำนวนนี้ ราว 1억2,300만달러 (ประมาณ 1,831억วอน) ถูกโอนไปยังตลาดแลกเปลี่ยนคริปโต ‘คอยน์เบส(Coinbase)’ ส่วนอีกประมาณ 5,000만달러 (ราว 744억วอน) ถูกจ่ายคืนให้กับนักลงทุนในรูปของ ‘ผลตอบแทน’ ตามที่ระบุในคำฟ้อง ฝ่ายโจทก์ชี้ว่าโครงสร้างดังกล่าวคล้าย ‘แชร์ลูกโซ่แบบคลาสสิก’ มาก เพราะใช้เงินจากนักลงทุนรายใหม่จ่ายคืนให้รายเก่า

แม้คำฟ้องจะยังไม่ระบุวงเงินค่าเสียหายอย่างชัดเจน แต่เน้นย้ำซ้ำๆ ว่า “เพียงแค่ดูรูปแบบการไหลของเงินก็ควรจับสัญญาณฉ้อโกงได้แล้ว” โดยเฉพาะรูปแบบที่มี ‘เงินก้อนใหญ่ไหลเข้าในช่วงสั้นๆ ส่วนหนึ่งถูกโอนไปยังตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตภายนอก และอีกส่วนไหลกลับไปหานักลงทุนในรูปผลตอบแทน’ ซึ่งตามหลักการแล้ว ควรเป็น ‘สัญญาณเตือนหลัก’ ในระบบตรวจจับธุรกรรมต้องสงสัยด้านฟอกเงิน (AML monitoring) ของธนาคาร

คำฟ้องยังพาดพิงถึง เจมี ไดมอน(Jamie Dimon) ซีอีโอของเจพีมอร์แกน ที่เคยออกมาวิจารณ์คริปโตต่อสาธารณะหลายครั้ง แต่ในทางปฏิบัติกลับ ‘อนุญาตให้’ บัญชีที่เกี่ยวข้องกับโกลิอัทใช้เป็นช่องทาง ‘ผสมเงินทุน(commingle)’ ของนักลงทุน โดยมีการใช้เงินจากนักลงทุนใหม่จ่ายคืนให้รายเก่าในแบบที่คำฟ้องเรียกว่า “แชร์ลูกโซ่แบบดั้งเดิม” อย่างไรก็ตาม โฆษกของเจพีมอร์แกนให้ข้อมูลกับโค인데스크(CoinDesk) ว่า ธนาคาร “ขอปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น” ต่อกรณีนี้

‘ความคิดเห็น’ คดีนี้สะท้อนให้เห็นประเด็นใหญ่ของตลาดคริปโตยุคใหม่ ที่เชื่อมต่ออย่างแนบแน่นกับระบบการเงินดั้งเดิม ยิ่งเมื่อมูลค่าคดีและจำนวนผู้เสียหายสูงขึ้น คำตัดสินของศาลอาจขยายประเด็นจาก ‘มีการฉ้อโกงหรือไม่’ ไปสู่กรอบความรับผิดของธนาคาร ทั้งในด้านหน้าที่ป้องกันการฟอกเงิน และระดับ ‘ความระมัดระวัง’ ที่ธนาคารควรมีเมื่อให้บริการบัญชีแก่โครงการคริปโตที่มีเงินทุนหมุนเวียนขนาดใหญ่ ซึ่งตลาดกำลังจับตาดูว่าศาลจะมอง ‘ความสามารถในการเห็นสัญญาณเตือน’ ของธนาคารและการตัดสินใจให้บริการบัญชีต่อไป อย่างไรในคดีโกลิอัท เวน처ส ครั้งนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1