บิตคอยน์(BTC) กำลังเข้าสู่ ‘ช่วงตัดสิน’ ของการฟื้นตัวหลังการร่วงแรงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยราคากำลังทดสอบการกลับขึ้นไปยืนเหนือโซนต้านสำคัญบริเวณ 8 หมื่นดอลลาร์อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าตลาดจะพลิกกลับเป็นขาขึ้นรอบใหม่ หรือจะถูกกดให้กลับไปแกว่งตัวในกรอบเดิมต่อไป
ช่วงที่ผ่านมา บิตคอยน์(BTC) ดีดตัวขึ้นจากโซนความต้องการราว 6 หมื่น~6 หมื่น 2 พันดอลลาร์ ก่อนเดินหน้าขึ้นมาท้าทายแนวต้านสำคัญ 7 หมื่น 5 พัน~8 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งเคยเป็นโซน ‘พังทลาย’ รอบก่อนหน้า ระดับราคานี้เคยทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญหลายครั้งในวัฏจักรขาขึ้นรอบที่แล้ว การกลับมาทดสอบบริเวณนี้อีกครั้งสะท้อนว่า ‘แรงซื้อ’ เริ่มฟื้นตัวในระดับที่น่าจับตา
อย่างไรก็ตาม ภาพการกลับตัวเป็นขาขึ้นยังไม่ได้รับการยืนยันเต็มตัว ขณะนี้บิตคอยน์(BTC) ยังซื้อขายอยู่ ‘ต่ำกว่า’ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันและ 200 วัน ซึ่งยังคงมีความชัน ‘ขาลง’ ทั้งคู่ ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าทิศทางระยะกลางถึงยาวกลับมาเป็นบวกแล้ว ประเด็นสำคัญคือราคาจะสามารถ “ปิดยืนเหนือแนวต้าน” เหล่านี้ได้จริงหรือไม่
หากบิตคอยน์(BTC) สามารถยืนปิดแท่งวันเหนือโซน 7 หมื่น 5 พันดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง โครงสร้างทางเทคนิคมีโอกาสถูกยกระดับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าราคาโดนปฏิเสธอย่างชัดเจนที่บริเวณนี้ การขึ้นรอบล่าสุดก็อาจถูกตีความได้เพียงเป็น ‘การรีบาวด์ในขาลงใหญ่’ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่
ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง โครงสร้างระยะสั้นของบิตคอยน์(BTC) ค่อนข้างเอื้อทางบวก ราคาได้สร้างแพทเทิร์น ‘ทำจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดใหม่ที่สูงขึ้น’ อย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นช่องทางขาขึ้นที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไป โดยคลื่นการปรับตัวขึ้นล่าสุดได้พาราคาขึ้นมาใกล้แนวต้านด้านบนของช่องทางนี้แล้ว
โครงสร้างแบบนี้สะท้อนว่าตลาดไม่ได้เพียงแค่ฟื้นตัวช้าๆ แต่กำลัง ‘กดดันแนวต้าน’ อย่างจริงจัง ซึ่งตามปกติแล้ว มักตามมาด้วยสองทางเลือกคือ การเบรกขึ้นอย่างรุนแรง หรือการถูกขายทิ้งจนเกิดแรงย่อลงอย่างรวดเร็ว
ด้านโมเมนตัม ‘ดัชนี RSI’ ในกรอบ 4 ชั่วโมงปรับตัวเข้าสู่โซนบน บ่งชี้ว่ามีแรงซื้อไหลเข้ามาในตลาดระยะสั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง RSI ที่เข้าใกล้เขตสูงก็หมายความว่า ‘สัญญาณร้อนแรงเกินไป’ อาจโผล่มาได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อราคาขึ้นมาแตะโซนต้านสำคัญพอดี
เชิงเทคนิค โซน 7 หมื่น 3 พัน~7 หมื่น 5 พันดอลลาร์ถือเป็น ‘เขตซัพพลาย’ ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ หากบิตคอยน์(BTC) ทะลุและปิดเหนือระดับนี้ได้อย่างชัดเจน โอกาสที่ราคาจะเดินหน้าขึ้นไปทดสอบแนวต้านชั้นถัดไปก็มีสูง แต่หากราคาถูกกดลงจากโซนดังกล่าวอีกครั้ง การเคลื่อนไหวอาจย้อนกลับลงไปหาโซนรับกลาง และลากให้ภาวะ “ไซด์เวย์ในกรอบกว้าง” ยืดเยื้อออกไป
มาดูฝั่งข้อมูลบนเชนกันบ้าง ‘ตัวชี้วัด aSOPR’ ของบิตคอยน์ที่ใช้วัดว่าคอยน์ที่ถูกย้ายบนเครือข่ายกำลังถูกขายที่กำไรหรือขาดทุน ยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 1 แสดงว่าโดยเฉลี่ยแล้วคอยน์ส่วนใหญ่ถูกใช้จ่ายออกในภาวะ ‘ขาดทุน’ ซึ่งมักจะเป็นภาพที่พบได้ในช่วงพักฐานหรือช่วงเปลี่ยนผ่านของตลาด มากกว่าจะเป็นเฟสทำกำไรชัดเจน
‘คำ’ aSOPR ต่ำกว่า 1 บ่งบอกว่าตลาดโดยรวมยังไม่เข้าสู่โหมดทำกำไรเต็มตัว และสะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนบนเครือข่ายยังฟื้นไม่สุด แม้ราคาจะดีดขึ้นมาพอสมควรแล้วก็ตาม อย่างไรก็ดี การที่ aSOPR เริ่มมีทิศทางดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดถือเป็นสัญญาณบวกในมุมของ “แรงขายตื่นตกใจ” ที่อาจถูกดูดซับไปมากแล้ว
ท้ายที่สุด สิ่งที่ตลาดกำลังรอดูคือ ‘การฟื้นตัวพร้อมกัน’ ทั้งจากมุมมองกราฟราคาและข้อมูลบนเชน หากบิตคอยน์(BTC) ทะลุและยืนเหนือแนวต้านสำคัญได้ ขณะเดียวกันค่า aSOPR ขยับกลับขึ้นไปเหนือระดับ 1 อีกครั้ง ก็จะเป็นการยืนยันภาพของการเข้าสู่ ‘วัฏจักรขาขึ้นที่แข็งแรงกว่าเดิม’ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาแบบ ‘จุดเปลี่ยน’ ที่ตลาดกำลังทดสอบอยู่ว่า บิตคอยน์(BTC) จะไปต่อในทิศทางใด ระหว่างการกลับเข้าสู่เทรนด์ขาขึ้นรอบใหม่ หรือการวนกลับไปสู่กรอบสะสมราคาเดิมที่ยืดเยื้อออกไปอีกระยะ
ความคิดเห็น: สำหรับนักเทรดและนักลงทุน ระดับ 7 หมื่น 3 พัน~7 หมื่น 5 พันดอลลาร์ และค่า aSOPR ใกล้ระดับ 1 จึงเป็นสองตัวแปรหลักที่ควรถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้
ความคิดเห็น 0