Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

วอลล์สตรีทเร่งปั้น ‘โทเคนหุ้น’ เทรดหุ้น 24/7 แต่สถาบันเมินโมเดลชำระราคาแบบทันที

วอลล์สตรีทเร่งปั้น ‘โทเคนหุ้น’ เทรดหุ้น 24/7 แต่สถาบันเมินโมเดลชำระราคาแบบทันที / Tokenpost

วอล스트리ทเร่งเดินเกม ‘โทเคนหุ้น’ และ ‘เทรดหุ้น 24 ชั่วโมง(24/7)’ หวังพลิกโฉมโครงสร้างตลาดทุน แต่เมื่อพูดถึงโมเดล ‘ชำระราคาแบบทันที(instant settlement)’ ฝั่งสถาบันกลับแสดงท่าทีระมัดระวังอย่างชัดเจน

‘โทเคนไนซ์ชัน(tokenization)’ คือการแปลงสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างหุ้น ไปอยู่ในรูปโทเคนบนเครือข่ายบล็อกเชน ในเชิงทฤษฎี โมเดลนี้สามารถยกเครื่องโครงสร้างตลาดที่ใช้กันมาหลายสิบปี ทำให้การโอนและชำระราคาหลักทรัพย์เกิดขึ้นแบบเกือบจะทันที และเปิดทางสู่การซื้อขายหุ้นตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงนอกเวลาทำการตลาดหลัก

‘NYSE–แนสแด็ก’ ลงสนามจริง จับมือพันธมิตรคริปโต ลุยทดลองโทเคนหุ้น

กระแสดังกล่าวยิ่งชัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อผู้ให้บริการตลาดหลักทรัพย์รายใหญ่ของสหรัฐเริ่มขยับตัวจริงจัง ทั้งบริษัท อินเตอร์คอนติเนนตัลเอ็กซ์เชนจ์(ICE) ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก(NYSE) และ แนสแด็ก(Nasdaq) ต่างทยอยประกาศดีลความร่วมมือกับ ‘ตลาดซื้อขายคริปโตโดยกำเนิด’ หรือ ‘คริปโตเนทีฟ เอ็กซ์เชนจ์’ เพื่อศึกษาและผลักดัน ‘โทเคนหุ้น’ เข้าสู่ระบบตลาด

แนวคิดของตลาดคือการนำ ‘หุ้นแบบโทเคน’ มาผูกกับการซื้อขายระยะยาวและขยายช่วงเวลาเทรด เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ แต่จากมุมมองของคนทำตลาดโดยตรง มีเสียงคัดค้านดังขึ้นว่า ‘ภาพฝันทางเทคโนโลยี’ ไม่ได้สอดคล้องกับ ‘ตรรกะในการเดินตลาดจริง’ เสมอไป ยิ่งความเร็วของการซื้อขายมากเท่าไร เรื่อง ‘การจัดหาเงินทุน การบริหารสภาพคล่อง และการคุมความเสี่ยงระหว่างวัน’ ก็จะยิ่งเปราะบางขึ้นเท่านั้น

‘ทันที = ต้องมีเงินพร้อมเสมอ’ สถาบันไม่ปลื้มโมเดลชำระราคาแบบทันที

รีด นอช(Reid Noch) รองประธานฝ่ายโครงสร้างตลาดหุ้นสหรัฐของ ทีดีซีเคียวริตีส์(TD Securities) ระบุว่า ‘โดยทั่วไปแล้ว นักลงทุนสถาบันไม่ได้ชอบโมเดลชำระราคาแบบทันที’ แม้จะยอมรับว่าจุดแข็งเชิงเทคนิคของ instant settlement ช่วยทำให้ระบบแบ็กออฟฟิศ (เช่น ระบบชำระราคา–ส่งมอบ และระบบหักกลบ) มีประสิทธิภาพดีขึ้น แต่ในมุมของนักลงทุนมืออาชีพ เมื่อคำสั่งซื้อขายถูกจับคู่แล้วต้องชำระราคาในทันที นั่นเท่ากับเกิด ‘ต้นทุนแรงเสียดทาน’ รูปแบบใหม่ขึ้นมาทันทีเช่นกัน

ปัจจุบันตลาดหุ้นสหรัฐใช้ระบบชำระราคาแบบ ‘T+1’ คือหลังจากคำสั่งซื้อขายถูกจับคู่แล้ว จะชำระราคาใน 1 วันทำการถัดไป ช่วงเวลาเล็กๆ ตรงนี้เปิดโอกาสให้โบรกเกอร์และเทรดดิงเฟิร์ม สามารถหักกลบสถานะ (netting) และจัดหา–กระจายเงินทุนที่จำเป็นได้ภายในวันเดียว ในทางกลับกัน โมเดล ‘ชำระราคาแบบทันที’ แทบจะเท่ากับการบังคับให้ ‘ต้องมีเงินทุนพร้อมก่อนเทรดทุกครั้ง’

นอชอธิบายตรงไปตรงมาว่า ‘ไม่มีใครอยากทำ ‘การสำรองเงินล่วงหน้า(prefunded)’ จริงๆ’ หาก instant settlement กลายเป็นมาตรฐานของตลาด เทรดดิงเฟิร์มจะถูกบังคับให้ต้องวิ่งหาเงินทุนระหว่างวันตลอดเวลา ซึ่งจะดันให้ต้นทุนการเทรดเพิ่มขึ้น และทำให้สภาพคล่องโดยรวมบางลงในที่สุด

ผลกระทบนี้จะชัดมากในช่วงที่คำสั่งซื้อขายหนาแน่นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงใกล้ปิดตลาด ถ้าช่วงนั้นมีคำสั่งขนาดใหญ่ถูกยิงเข้ามาพร้อมๆ กัน ความสามารถในการรับความเสี่ยงบน ‘งบดุล(balancesheet)’ ของโบรกเกอร์และผู้ดูแลสภาพคล่อง (market maker) จะถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว สุดท้าย ค่าธรรมเนียมและสเปรดในบางช่วงเวลาจะพุ่งสูงขึ้น และสภาพคล่องอาจไม่กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน

รายย่อยเห็นประโยชน์ชัด ‘เทรด 24/7–เก็บหุ้นในกระเป๋าดิจิทัล’ ขณะสถาบันยังรอดูสภาพคล่อง

ในอีกด้านหนึ่ง นักลงทุนรายย่อยกลับอาจยอมรับตลาดโทเคนหุ้นได้ไวกว่า ‘โทเคนหุ้น’ โฆษณาจุดแข็งอย่าง ‘การเก็บหุ้นไว้ในกระเป๋าดิจิทัล (digital wallet) ด้วยตัวเอง’ และ ‘เทรดได้แม้นอกเวลาตลาดหลัก’ ซึ่งเป็นประโยชน์ที่จับต้องได้โดยตรงสำหรับบุคคลธรรมดา มากกว่าจะตอบโจทย์เชิงโครงสร้างของสถาบัน

สัดส่วนการเทรดโดยนักลงทุนรายย่อยในตลาดหุ้นสหรัฐถูกประเมินไว้ที่ราว 20% ของปริมาณซื้อขายทั้งหมด แต่ในบางหุ้น ตัวเลขนี้สามารถดันขึ้นไปแตะกว่าครึ่งหนึ่งได้ และในช่วงกระแส ‘หุ้นมีม(meme stocks)’ พุ่งแรง เคยมีกรณีที่สัดส่วนการเทรดโดยรายย่อยพุ่งเกิน 90% มาแล้ว

นอชมองว่า ‘แพลตฟอร์มโทเคนหุ้น’ อาจดึงดูด ‘นักลงทุนรายย่อยต่างชาติ’ ที่ต้องการเทรดหุ้นสหรัฐในช่วงเวลาที่ตลาดอเมริกาปิดเป็นพิเศษ สำหรับกลุ่มนี้ การเปิดบัญชีผ่านโบรกเกอร์ดั้งเดิมมักเต็มไปด้วยข้อกำหนดเรื่องเอกสารและกฎเกณฑ์ข้ามพรมแดน ในขณะที่การเข้าตลาดผ่านแพลตฟอร์มคริปโตกลับสะดวกกว่าอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเวลาผ่านไป หาก ‘สภาพคล่องจากฝั่งรายย่อย’ ไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มโทเคนหุ้นจนมีขนาด ‘ใหญ่พอจะนับเป็นตลาดจริง’ กลไกก็จะเริ่มบีบให้สถาบันต้องตามเข้าไปเอง นอชระบุชัดว่า ‘หากสภาพคล่องรายย่อยย้ายไปฝั่งนั้นจนถึงระดับที่มีนัยสำคัญ สถาบันก็แทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าร่วม’

โทเคนหุ้นหลายเวอร์ชัน กระจายคนละบล็อกเชน เสี่ยงทำตลาดแตกย่อย–บิดเบือนราคา

ปัญหาใหญ่ที่ทำให้คนตลาดกังวลคือ ‘ความแตกย่อยของตลาด(fragmentation)’ หากหุ้นตัวเดียวกันถูกโทเคนไนซ์ออกมาในหลายเวอร์ชัน กระจายอยู่บนหลายบล็อกเชนหรือหลายแพลตฟอร์มที่ไม่เชื่อมต่อกัน การซื้อขายจะกระจายตัวออกไป ทำให้การมองเห็นภาพรวมสภาพคล่องและกลไก ‘ค้นหาราคาแท้จริง(price discovery)’ อ่อนแรงลง

ระบบตลาดหุ้นสหรัฐที่ภาคภูมิใจกับ ‘โครงสร้างราคากลางเดียว’ อาจถูกท้าทายโดย ‘สำเนาหุ้น’ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอชเตือนว่า บริษัทส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีเพียง ‘หุ้นสามัญชุดเดียว’ ที่ให้สิทธิและมีโครงสร้างสภาพคล่องชัดเจน หากจู่ๆ มี ‘โทเคนหุ้น’ หลายแบบที่ให้สิทธิไม่เหมือนกัน หรือมีการเข้าถึงสภาพคล่องแตกต่างกัน นักลงทุนอาจเริ่มสับสนว่าแท้จริงแล้วตัวเอง ‘ถือครองอะไรอยู่กันแน่’

การยืดเวลาเทรดกำลังมาแน่ โทเคนหุ้นอาจค่อยๆ เปลี่ยนระบบจากเบื้องหลัง

แม้จะมีข้อกังวลมากมาย แต่โมเมนตัมของฝั่งตลาดหลักทรัพย์ยังเดินหน้าต่อ หลายเอ็กซ์เชนจ์กำลังพิจารณาขยายเวลาซื้อขาย และมีแนวโน้มว่าในไม่กี่ปีข้างหน้า ตลาดหุ้นสหรัฐอาจเข้าใกล้รูปแบบ ‘เทรดแทบตลอด 24 ชั่วโมง’ มากขึ้นเรื่อยๆ

‘โทเคนหุ้น’ สามารถกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญของภาพใหม่นี้ได้ โดยเข้าไปอัปเกรดระบบ ‘ชำระราคา–ส่งมอบ–หักกลบ’ จากด้านหลังบ้าน พร้อมกันนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนวิธีที่นักลงทุนเข้าถึงหุ้นไปทีละขั้น อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ฝั่งที่มีแนวโน้มจะทดลองใช้ก่อนคือ ‘รายย่อยที่ยอมแลกความไม่สะดวกบางอย่างกับความง่ายในการเข้าถึงและการเทรด 24/7’ มากกว่าจะเป็นสถาบันที่ต้องกังวลทั้งโครงสร้างเงินทุนและความเสี่ยงเชิงระบบอยู่ทุกวัน

‘ความคิดเห็น’

หากโทเคนหุ้นสามารถดึงสภาพคล่องรายย่อยได้จริง และผู้กำกับดูแลเปิดทางให้เชื่อมต่อกับระบบตลาดหลักอย่างโปร่งใส โครงสร้างตลาดหุ้นในอีก 5–10 ปีข้างหน้าอาจไม่ใช่เรื่องของ ‘จะโทเคนไนซ์หรือไม่’ แต่เป็น ‘ใครจะคุมโครงสร้างโทเคนและข้อมูลราคาได้มากกว่าใคร’ มากกว่า

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1