ตลาดคาดการณ์(prediction market) กำลังถูกจับตาในฐานะ ‘ช่องทางลงทุนรูปแบบใหม่’ แต่สำหรับผู้ใช้รายย่อยแล้ว กลับถูกมองว่าแทบไม่มีโอกาสเป็น ‘เครื่องมือสะสมความมั่งคั่ง’ อย่างมั่นคง โครงสร้างของตลาดยิ่งมีผู้เล่นรายย่อยมาก สภาพคล่องยิ่งดีขึ้น แต่กำไรกลับไหลไปอยู่ในมือของเทรดเดอร์มืออาชีพและมาร์เก็ตเมคเกอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ
ตามรายงานของบริษัทวิจัย ‘ซิติเซนส์(Citizens)’ ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์มีสถิติขาดทุนหนักกว่าผู้เล่น ‘พนันกีฬาออนไลน์ที่ถูกกฎหมาย’ โดยจอร์แดน เบนเดอร์(Jordan Bender) นักวิเคราะห์จากซิติเซนส์ JMP เซเคียวริตีส์ อ้างข้อมูลธุรกรรมจากบริษัทวิเคราะห์ จูซ รีล(Juice Reel) ระบุว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2025 ถึงกลางเดือนมีนาคม 2026 ผู้ใช้ตลาดคาดการณ์มีผลตอบแทนเฉลี่ย (ROI แบบค่ากลาง) อยู่ที่ ‘-8%’ ขณะที่ผู้ใช้สปอร์ตบุ๊กในช่วงเวลาเดียวกันมี ROI ที่ ‘-5%’ เท่านั้น
‘คำ’ผลตอบแทนระดับวาฬเท่านั้นที่เป็นบวก
เมื่อแยกตามขนาดการเทรด ‘ช่องว่าง’ ยิ่งชัดเจนขึ้น กลุ่มผู้ใช้งานตลาดคาดการณ์ที่มีปริมาณซื้อขายสะสมมากกว่า 5 แสนดอลลาร์ (ราว 7.49 ล้านบาท) มี ROI แบบค่ากลางที่ ‘+2.6%’ พลิกเป็นบวกได้ รายงานอธิบายว่า ช่วงนี้เป็นระดับที่ใกล้เคียงกับเกณฑ์อ้างอิงของ ‘ชาร์ป เบตเตอร์(sharp bettor)’ หรือผู้เล่นมืออาชีพที่มี ‘ข้อมูลเหนือกว่า’ ตลาด
ในทางกลับกัน กลุ่มที่มีปริมาณซื้อขายต่ำกว่า 5 แสนดอลลาร์ทั้งหมด ‘อยู่ในแดนขาดทุน’ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รายย่อยที่เทรดต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.5 หมื่นบาท) มี ROI แบบค่ากลางลดลงไปถึง ‘-26.8%’ นั่นหมายความว่าการเข้ามาเล่น ‘ลองเชิงด้วยเงินจำนวนน้อย’ ของผู้ใช้ทั่วไป อาจกลายเป็นเกมที่เสียเปรียบตั้งแต่เริ่มต้นในเชิงโครงสร้าง
ฝั่งสปอร์ตเบตติ้งเองก็ไม่ได้ทำให้ผู้เล่นทุกกลุ่มมีกำไร แต่ภาพรวมการขาดทุน ‘ไม่รุนแรงเท่า’ ตลาดคาดการณ์ กลุ่มที่เดิมพันรวมเกิน 5 แสนดอลลาร์ในสปอร์ตเบตติ้งมี ROI ที่ ‘-0.6%’ ส่วนกลุ่มเล็กที่สุดขาดทุนเฉลี่ย ‘-29.3%’ แม้กลุ่มทุนน้อยจะเจ็บตัวพอ ๆ กัน แต่ในตลาดคาดการณ์จะเห็นชัดว่าตั้งแต่ระดับกลางลงไป ผลตอบแทนเริ่มแย่ลงเร็วกว่า
‘คำ’ใครคือคู่สัญญาฝั่งตรงข้าม คือจุดต่างสำคัญ
ซิติเซนส์ JMP ชี้ว่าความต่างเชิงโครงสร้างระหว่างตลาดคาดการณ์กับสปอร์ตบุ๊กอยู่ที่ ‘ใครคือคู่สัญญาในดีลเดียวกัน (counterparty)’ สปอร์ตบุ๊กที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบมักบริหารความเสี่ยงด้วยการ ‘จำกัดวงเงิน’ หรือถึงขั้น ‘แบน’ ผู้เล่นที่ทำกำไรสม่ำเสมอ ผลก็คือ ผู้เล่นที่ชนะบ่อยค่อย ๆ ถูกดันออกจากระบบ และเจ้ามือยังคงมีอำนาจปรับความเสี่ยงตามโมเดลดั้งเดิม
ตรงกันข้าม ‘ตลาดคาดการณ์’ แทบไม่มีการจำกัดผู้เล่นที่ทำกำไร ส่งผลให้ ‘เงินทุนที่มีข้อมูลและความได้เปรียบ’ ถูกสะสมอยู่ในแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อย ๆ โครงสร้างนี้ทำให้ผู้เล่นรายย่อยต้องเผชิญหน้าตรง ๆ กับผู้เล่นระดับมืออาชีพ มาร์เก็ตเมคเกอร์ ไปจนถึงผู้เล่นที่เข้ามาซื้อขายด้วยความถี่และปริมาณสูง เมื่อคำสั่งซื้อขายจากฝั่งที่มีข้อมูลน้อยกว่าถูกดูดซับโดยมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง ผลเฉลี่ยของผู้เล่นทั่วไปจึงมัก ‘ติดลบ’ เป็นเรื่องปกติ
ในสายคอลล์ของซิติเซนส์ JMP เมื่อสัปดาห์ก่อน โปรเบตเตอร์ 2 รายที่เข้าร่วมให้ความเห็นตรงกันว่า ตลาดคาดการณ์กลายเป็นช่องทางสร้างผลตอบแทนเชิงบวกที่น่าสนใจสำหรับมืออาชีพ เพราะ ‘ผู้ใช้รายย่อยคือแหล่งสภาพคล่องหลัก’ หรือพูดอีกแบบคือ ยิ่งฝั่งรีเทลเข้ามาเติมสภาพคล่องให้ตลาดมากขึ้นเท่าไร ส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่ไหลไปหาผู้เล่นมืออาชีพก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
‘คำ’ภัยคุกคามต่อสปอร์ตเบตติ้งยังจำกัด แต่เกมใหญ่คือแย่งคนรุ่นใหม่
คำถามต่อมาคือ ตลาดคาดการณ์จะเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดพนันกีฬาออนไลน์ได้มากแค่ไหน จากการรวบรวมถ้อยแถลงของผู้บริหารในคอลล์ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2025 โดยซิติเซนส์ JMP ซีอีโอในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังมองความเสี่ยงนี้ ‘ไม่รุนแรง’
เจสัน โรบินส์(Jason Robins) ซีอีโอบริษัท ดราฟต์คิงส์(DraftKings) มองว่าตลาดคาดการณ์ไม่ได้สร้างผลกระทบเชิง ‘ลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (incremental)’ ในฝั่งผู้ใช้เดิม ขณะที่ ปีเตอร์ แจ็กสัน(Peter Jackson) ซีอีโอของ ฟลัตเทอร์(Flutter) ระบุว่ายังไม่เห็น ‘หลักฐานของการแย่งตลาด (cannibalization)’ อย่างมีนัยสำคัญ ด้านอดัม กรีนแบลต(Adam Greenblat) ซีอีโอของ BetMGM ประเมินว่าผลกระทบต่อรายได้เดิมพันน่าจะอยู่เพียง ‘ตัวเลขหลักหน่วยระดับต่ำถึงกลาง’ โดยซิติเซนส์ JMP ประเมินเองไว้ราว ‘5%’
อย่างไรก็ตาม รายงานชี้ว่า ‘ประเด็นจริง’ อาจไม่ใช่การแย่งฐานผู้เล่นเดิม แต่คือ ‘การแย่งผู้เล่นหน้าใหม่ตั้งแต่รุ่นแรก’ ข้อมูลจากเซนเซอร์ ทาวเวอร์(Sensor Tower) ที่ถูกอ้างในรายงานระบุว่า แพลตฟอร์ม ‘คัลชี(Kalshi)’ มีผู้ใช้ที่อายุต่ำกว่า 25 ปี คิดเป็นประมาณ ‘24%’ และมีอายุมัธยฐานอยู่ที่ ‘31 ปี’ ขณะที่ ดราฟต์คิงส์ และ แฟนดวล(FanDuel) มีผู้ใช้อายุต่ำกว่า 25 ปี เพียง ‘7%’ และอายุมัธยฐานอยู่ใกล้ ‘35 ปี’ รายงานยังระบุด้วยว่า ราว ‘90%’ ของรายได้ดราฟต์คิงส์มาจากผู้ใช้อายุ 30 ปีขึ้นไป
ตัวเลขการดาวน์โหลดแอปก็ตอกย้ำโครงเรื่องเดียวกัน ระหว่างเดือนกันยายน 2025 ถึงกุมภาพันธ์ 2026 ยอดดาวน์โหลดของแฟนดวลและดราฟต์คิงส์ลดลงจากปีก่อนหน้า 18% และ 13% ตามลำดับ ขณะที่คัลชีทำยอดดาวน์โหลดได้รวม ‘6.3 ล้านครั้ง’ ในช่วงเวลาเดียวกัน
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นคือ ตลาดคาดการณ์อาจไม่ได้ทำให้ผู้ใช้สปอร์ตบุ๊กจำนวนมาก ‘ย้ายค่ายทันที’ แต่มีศักยภาพจะดึงดูด ‘คนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยลงแอปดราฟต์คิงส์เลยสักครั้ง’ เข้ามาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น หากตลาดคาดการณ์ยังสามารถมอบประสบการณ์การมีส่วนร่วมที่ดึงดูดผู้ใช้รายย่อยต่อไปได้ ในขณะที่ ‘โครงสร้างผลกำไรยังเอียงไปหามืออาชีพ’ อิทธิพลของแพลตฟอร์มเหล่านี้ต่อภูมิทัศน์ตลาดเดิมพันและการลงทุนโดยรวม อาจใหญ่กว่าที่ตัวเลขปัจจุบันสะท้อนอยู่มาก
"ความคิดเห็น" มุมมองหนึ่งคือการมองตลาดคาดการณ์ในฐานะ ‘สนามทดลอง’ พฤติกรรมของนักลงทุนรุ่นใหม่ ในระยะสั้นผู้เล่นรายย่อยอาจเสียเปรียบเชิงตัวเลข แต่ในระยะยาว ข้อมูลเชิงลึกจากตลาดเหล่านี้สามารถสะท้อนวิธีคิด การรับความเสี่ยง และรูปแบบการใช้ข้อมูลของคนรุ่นหลัง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณสำคัญต่อทิศทางของทั้งตลาดคริปโตและตลาดการเงินทางเลือกในอนาคต
ความคิดเห็น 0