Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แฮชเรตบิตคอยน์(BTC) ดีดกลับกว่า 12% สวนกระแสเงินทุนไหลออก ETF สหรัฐฯ 296 ล้านดอลลาร์

แฮ시เรตของบิตคอยน์(BTC) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของเครือข่าย กำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังทำจุดต่ำสุดกลางเดือนมีนาคม สะท้อนสัญญาณ ‘การกลับมา’ ของนักขุด แม้ราคาจะยังแกว่งตัวในกรอบจำกัด แต่ปัจจัยพื้นฐานของเครือข่ายกำลังฟื้นกำลังขึ้นอีกครั้ง

แฮ시เรต(Hashrate) คือปริมาณพลังประมวลผลทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายบิตคอยน์(BTC) วัดเป็นจำนวนแฮชต่อวินาที (H/s) หรือในระดับเอกซาแฮช (EH/s) ตัวเลขนี้มักถูกใช้เป็นตัวแทน ‘จิตวิทยานักขุด’ เพราะเมื่อแฮ시เรตเพิ่มขึ้น หมายถึง ‘ความคุ้มค่าในการขุด’ ดีขึ้นจนมีผู้เข้าร่วมมากขึ้น ตรงกันข้าม หากตัวเลขลดลงมักตีความได้ว่าเกิดการทยอยถอนกำลังขุดออกจากเครือข่าย

ตามข้อมูลจาก Blockchain.com ค่าแฮ시เรตเฉลี่ย 7 วันของบิตคอยน์(BTC) ปรับตัวลงต่อเนื่องจากช่วงต้นเดือนจนถึงกลางเดือนมีนาคม โดยแตะจุดต่ำสุดที่ราว 920.8 EH/s เมื่อวันที่ 19 ก่อนกลับทิศดีดตัวขึ้นมาที่ประมาณ 1,036.6 EH/s หรือเพิ่มขึ้นราว 12.5% จากจุดต่ำสุด แม้ยังไม่สามารถกลับไปแตะระดับสูงสุดเดิมแถว 1,083.9 EH/s ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 1 ได้ แต่หากแนวโน้มปัจจุบันยังเดินหน้าต่อ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ายังมี ‘ช่องว่างการฟื้นตัว’ เหลืออยู่ให้ไล่กลับขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมได้อีกครั้ง

สิ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวรอบนี้ของแฮ시เรตน่าจับตาเป็นพิเศษ คือการที่การอ่อนตัวของแฮชเรตเกิดขึ้นพร้อมกับจังหวะที่ราคาบิตคอยน์(BTC) กำลังรีบาวด์ทางเทคนิคโดยทั่วไปแล้ว ‘รายได้ของนักขุด’ จะผูกติดกับราคาโดยตรง ทำให้สองตัวแปรนี้มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ความผิดจังหวะระยะสั้นจึงถูกมองเป็นสัญญาณที่ต้องตีความเพิ่มเติม

มีมุมมองหนึ่งในตลาดที่ชี้ว่า การลดลงของแฮชเรตรอบนี้อาจเกี่ยวข้องกับการที่ ‘บรรดาบริษัทขุดรายใหญ่’ เริ่มหันไปจับธุรกิจ ‘ศูนย์ข้อมูลและ AI’ มากขึ้น โดยนำโครงสร้างพื้นฐานด้าน GPU ที่มีอยู่ไปต่อยอดการประมวลผล AI ซึ่งกำลังเป็นดีมานด์ขนาดใหญ่ทั่วโลก การโยกกำลังบางส่วนออกจากการขุดบิตคอยน์(BTC) ไปป้อนให้กับงานด้าน AI จึงอาจสะท้อนออกมาผ่านแฮชเรตที่อ่อนตัวลงชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม การที่แฮชเรตฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็วหลังวันที่ 19 ทำให้สมมติฐานเรื่อง ‘การย้ายโครงสร้างแบบถาวร’ ถูกตั้งคำถามมากขึ้น หลายฝ่ายเริ่มมองว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมีลักษณะใกล้เคียง ‘การปรับฐานระยะสั้น’ ของเครือข่ายมากกว่า และกำลังเข้าสู่ช่วง ‘รีบาลานซ์’ ปรับสมดุลใหม่หลังจากต้นทุนพลังงาน ราคาตลาด และกลยุทธ์ของนักขุดรายใหญ่ถูกปรับตำแหน่ง

ขณะที่ตัวเลขฝั่งเครือข่ายกำลังทยอยกลับมา ตัวเลขฝั่ง ‘ตลาดทุน’ ของบิตคอยน์(BTC) กลับส่งสัญญาณตรงกันข้ามเล็กน้อย โดยเฉพาะในตลาดกองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) แบบสปอตของสหรัฐฯ ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า ETF บิตคอยน์(BTC) แบบถือสินทรัพย์จริงในสหรัฐฯ เคยบันทึกเงินทุนไหลเข้า (inflow) ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ติดต่อกัน สะท้อนแรงซื้อจากฝั่งนักลงทุนสถาบันและรายใหญ่ที่แข็งแกร่ง แต่ในสัปดาห์ล่าสุดทิศทางได้กลับตัวเป็น ‘เงินไหลออก’ (outflow) รวมราว 296 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,520 ล้านบาท

การเปลี่ยนจาก ‘เงินไหลเข้า’ มาเป็น ‘เงินไหลออก’ ในจังหวะที่ราคาบิตคอยน์(BTC) เริ่มแกว่งตัวในกรอบแคบ ถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่า ‘จิตวิทยาการเก็งกำไรระยะสั้น’ เริ่มอ่อนแรงลง นักลงทุนบางส่วนมีการขายทำกำไรหรือพักสถานะเพื่อรอดูทิศทางใหม่ ทำให้แรงซื้อสุทธิโดยรวมในตลาด ETF ชะลอตัวลง

ขณะนี้ราคาบิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวอยู่บริเวณประมาณ 67,600 ดอลลาร์ต่อ 1 BTC หรือราว 1,032,000 บาท ปรับตัวลดลงราว 5% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดจึงสะท้อนสภาวะที่ ‘เครือข่ายมีความแข็งแรงขึ้น’ จากแฮชเรตที่ดีดตัว ในขณะที่ ‘กระแสเงินลงทุนจากภายนอก’ โดยเฉพาะผ่านช่องทาง ETF กำลังแผ่วลง

เมื่อ ‘การฟื้นตัวของแฮชเรต’ และ ‘การไหลออกของเงินทุนใน ETF’ ปรากฏขึ้นพร้อมกัน ตลาดบิตคอยน์(BTC) จึงดูเหมือนกำลังเข้าสู่ช่วง ‘ค้นหาทิศทางใหม่’ อย่างชัดเจน เครือข่ายพื้นฐานยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการดึงดูดกำลังขุดกลับเข้ามา แต่ปัจจัยภายนอกอย่าง ‘สภาพคล่องโลก นโยบายการเงินของธนาคารกลาง และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์’ รวมถึงพลวัตของกระแสเงินจากนักลงทุนสถาบัน จะยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางระยะสั้นของราคาบิตคอยน์(BTC) ต่อไป

"ความคิดเห็น" หากมองจากมุมมองนักลงทุนระยะกลางถึงยาว การที่แฮชเรตกลับมาทำท่าจะทดสอบจุดสูงสุดเดิมได้อีกครั้ง ในขณะที่ราคาอ่อนตัวลงระดับหนึ่ง อาจถูกตีความเป็น ‘สัญญาณบวกเชิงพื้นฐาน’ เพราะสะท้อนว่าผู้เล่นฝั่งนักขุดยังคงมองเห็นความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจบนเครือข่ายบิตคอยน์(BTC) อย่างไรก็ดี การตัดสินใจลงทุนในช่วงที่สัญญาณจาก ‘เครือข่าย’ กับ ‘เงินทุนสถาบัน’ เดินคนละทางแบบนี้ ยิ่งต้องอาศัยการบริหารความเสี่ยงและการวิเคราะห์ภาพมหภาคควบคู่กันมากขึ้นเป็นพิเศษ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1