Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) เผชิญแรงขายจากบริษัท นักขุด และรัฐบาลภูฏาน รวมกว่า 3,000 BTC กดดันราคาใกล้ 66,500 ดอลลาร์

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทและสถาบันที่เคยแห่ลงทุนใน ‘บิตคอยน์(BTC)’ เริ่มทยอยเทขายออกมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ตลาดคริปโตเผชิญ ‘สัญญาณเตือน’ รอบใหม่ ราคาที่อ่อนตัวต่อเนื่องทำให้ภาระด้านการเงินเพิ่มขึ้น หลายองค์กรจึงหันมาทบทวนกลยุทธ์การถือครองบิตคอยน์กันอย่างจริงจัง

‘บริษัท’ เลือกขายทำเงินสด แทนการทนขาดทุนยาว

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เอ็มเพอรี ดิจิทัล(EMPD) เปิดเผยว่าขายบิตคอยน์ 370 BTC ที่ราคาเฉลี่ยราว 66,632 ดอลลาร์ต่อเหรียญ (ประมาณ 1.05 ล้านบาท) ทำเงินสดเข้าบริษัทราว 24.7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 373 ล้านบาท) โดยนำเงินทั้งหมดไปชำระหนี้เงินกู้คืนครบ และปลดล็อกหลักประกันที่เคยนำบิตคอยน์ 1,800 BTC ไปค้ำไว้ ปัจจุบันบริษัทยังคงถือครองอยู่ราว 2,989 BTC

เอ็มเพอรี ดิจิทัลเริ่มสะสมบิตคอยน์ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2025 จนพอร์ตเคยพุ่งสูงสุดถึง 4,000 BTC แต่ราคาหุ้นของบริษัทกลับร่วงลงมากกว่า 75% จากจุดสูงสุด ทำให้แรงกดดันทางการเงินพุ่งขึ้นจนต้องเลือก ‘ขายเหรียญเพื่อลดภาระ’ มากกว่าถือรอในภาวะตลาดอ่อนแรง

ด้านจินิอุส กรุ๊ป(GNS) ที่เคยประกาศกลยุทธ์เน้น ‘บิตคอยน์เป็นศูนย์กลาง’ ก็หันมาปิดโพสิชันเช่นกัน โดยบริษัทขายบิตคอยน์ที่ถืออยู่ทั้งหมด ล่าสุดเพิ่งเทขาย 84 BTC เพื่อนำเงินไปชำระหนี้มูลค่า 8.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 128 ล้านบาท) บริษัทระบุว่าจะรอกลับเข้าซื้อใหม่อีกครั้งเมื่อ ‘สภาพตลาดเอื้ออำนวย’ และความเสี่ยงด้านราคาเริ่มลดลง

‘นักขุดรายใหญ่’ ขายเสริมสภาพคล่อง รับต้นทุนเปลี่ยนผ่านสู่ AI

แรงขายไม่ได้มาจากบริษัทขนาดกลางเพียงอย่างเดียว ฝั่งนักขุดสหรัฐที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นก็เริ่มเข้าร่วมวงด้วย โดยไรออต แพลตฟอร์มส์(RIOT) หนึ่งในผู้ประกอบการเหมืองบิตคอยน์รายใหญ่ของอเมริกา ถูกตรวจพบการเคลื่อนย้ายเหรียญครั้งใหญ่จากข้อมูลออนเชน

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ลุคออนเชน ระบุว่า เมื่อวันพุธ ไรออตได้เคลื่อนย้ายบิตคอยน์ราว 500 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 34.13 ล้านดอลลาร์ (ราว 515 ล้านบาท) ไปยังกระเป๋าเงินที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการขายออกสู่ตลาด

ไรออตกำลังเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ จากเหมืองบิตคอยน์ไปสู่ธุรกิจปัญญาประดิษฐ์(AI) และคอมพิวติ้งประสิทธิภาพสูง(HPC) ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก รายงานระบุว่าในช่วงปลายปี 2025 เพียง 2 เดือน บริษัทเคยขายบิตคอยน์ออกไปกว่า 200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,019 ล้านบาท) เพื่อเสริมสภาพคล่อง ปัจจุบันไรออตถือครองอยู่ราว 17,500 BTC ลดลงจากระดับมากกว่า 19,000 BTC ก่อนเริ่มกระบวนการปรับโครงสร้าง

‘รัฐบาลภูฏาน’ ลดพอร์ตบิตคอยน์ หลังแตะจุดสูงสุด

ด้านระดับรัฐ ‘รัฐบาลภูฏาน’ หนึ่งในประเทศที่เข้ามาขุดและสะสมบิตคอยน์ในนามรัฐ ก็เริ่มทยอยขายเช่นกัน ตามข้อมูลของผู้ให้บริการวิเคราะห์บล็อกเชน กลาสน็อด ภูฏานได้ขายบิตคอยน์รวมแล้ว 3,103 BTC โดยเฉพาะในวันที่ 30 มีนาคม เพียงวันเดียวก็มีการขายออกถึง 375 BTC

ภูฏานใช้กลยุทธ์ ‘ขุดเอง-ถือเอง’ มาตลอด เก็บสะสมบิตคอยน์ที่ขุดได้จนพอร์ตพุ่งแตะจุดสูงสุดราว 13,000 BTC เมื่อเดือนตุลาคม 2024 หลังจากนั้นจึงเริ่มทยอยลดการถือครองอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่ารัฐเองก็ต้องบาลานซ์ระหว่างการถือครองสินทรัพย์ผันผวน กับความจำเป็นด้านงบประมาณและสภาพคล่องในประเทศ

‘ความคิดเห็น’ การเทขายคือสัญญาณอ่อนแรง แต่ยังไม่ใช่การล้มของโครงสร้าง

แรงขายจากบริษัทจดทะเบียน นักขุด และภาครัฐ กำลังกดดันราคาบิตคอยน์(BTC) ในระยะสั้น ขณะนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ราว 66,500 ดอลลาร์ต่อเหรียญ (ประมาณ 1.00–1.05 ล้านบาท) ลดลงกว่า 2% ในวันเดียว สะท้อนแรงกดดันจากฝั่งอุปทานที่ไหลออกมาเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี แหล่งข้อมูลจาก ‘บิตคอยน์ เทรเชอรีส์ดอตเน็ต’ ชี้ว่า ภาพรวมเชิงโครงสร้างของตลาดยังไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นทั่วโลกยังถือครองบิตคอยน์รวมกันอยู่ราว 1,164,800 BTC หรือราว 5% ของอุปทานสูงสุดที่จำกัดไว้ 21 ล้านเหรียญ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ยังสะท้อนการยอมรับในระดับสถาบันอยู่

‘ความคิดเห็น’ แรงขายจากภาคธุรกิจและองค์กรอาจจำกัดโอกาสที่ราคาบิตคอยน์(BTC) จะดีดขึ้นแรงในระยะสั้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ช่วยให้บริษัทเหล่านี้ลดหนี้ เสริมสภาพคล่อง และมีเงินทุนสำหรับปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีใหม่อย่าง AI และ HPC มากขึ้น

ภายใต้สมดุลใหม่นี้ ตลาด ‘บิตคอยน์(BTC)’ มีแนวโน้มตอบสนองต่อข่าวด้านสภาพคล่องและการเคลื่อนไหวของสถาบันอย่างไวเป็นพิเศษ นักลงทุนจึงต้องจับตาทั้งดีลขายของบริษัทจดทะเบียน ความเคลื่อนไหวของนักขุดรายใหญ่ และท่าทีของภาครัฐ ว่าจะยอมถือเหรียญต่อ หรือเลือก ‘ขายเพื่อลดความเสี่ยง’ เพิ่มเติมในระยะถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1