บิตคอยน์(BTC) กำลังถูกจับตาว่าอาจเริ่ม ‘แยกทาง’ จากดัชนีหุ้นสหรัฐ S&P500 หลังตัวเลขความสัมพันธ์ระยะสั้นพลิกเป็นค่าติดลบ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าภาพนี้อาจเป็นเพียง ‘ภาพลวงตา’ มากกว่าจะเป็นสัญญาณบวกของตลาด ขณะที่ตัวชี้วัดเชิงโครงสร้างยังสะท้อนว่า ‘บิตคอยน์ยังอ่อนแอกว่าหุ้น’ อย่างชัดเจน
เมื่อวันที่ 31 (เวลาท้องถิ่น) นักวิเคราะห์ออนเชนอย่าง อักเซล แอดเลอร์ จูเนียร์(Axel Adler Jr.) ระบุในรายงานว่า แค่ดูตัวเลข ‘ความสัมพันธ์’ ระหว่างบิตคอยน์กับ S&P500 ยังไม่พอ ต้องมองไปที่ ‘อัตราส่วนราคา BTC/S&P’ ซึ่งให้ภาพที่ตรงกว่า เขาชี้ว่าอัตราส่วนนี้อยู่ในแนวโน้มขาลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี และยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัว แปลว่าบิตคอยน์ไม่ได้กำลัง ‘วิ่งเดี่ยว’ เหนือกว่าหุ้น แต่กลับยัง ‘ทำผลตอบแทนแพ้ตลาดหุ้น’ อยู่
‘ความสัมพันธ์ลดลง’ ไม่ได้แปลว่า ‘ขึ้นด้วยตัวเอง’
แอดเลอร์อธิบายว่า ตัวเลขความสัมพันธ์ระยะ 13 สัปดาห์ระหว่างบิตคอยน์กับ S&P500 เพิ่งพลิกเป็นค่าลบ ทำให้บางคนมองว่า *บิตคอยน์เริ่มไม่แกว่งตามหุ้น* และอาจเข้าสู่โหมดสินทรัพย์อิสระมากขึ้น
แต่เขามองต่างออกไป โดยชี้ว่า การที่ความสัมพันธ์ลดลงหรือกลายเป็นค่าติดลบ หมายถึงเพียงแค่ว่า *ราคาทั้งสองสินทรัพย์ “ไม่ได้ขยับไปในจังหวะเดียวกัน”* เท่านั้น ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าบิตคอยน์แข็งแรงขึ้น ตัวอย่างเช่น แค่ช่วงที่ S&P500 อ่อนตัวลง ในขณะที่บิตคอยน์ดีดขึ้นระยะสั้น ก็เพียงพอจะทำให้ตัวเลขความสัมพันธ์ดูเป็นลบได้แล้ว
‘คำสำคัญ’: ‘BTC/S&P ราคาสเปรด’ จึงกลายเป็นตัวเลขที่ถูกจับตาหนักกว่า เพราะหากอัตราส่วนนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะตีความได้ว่าบิตคอยน์สร้าง ‘ผลตอบแทนเหนือหุ้น’ อย่างจริงจัง แต่ตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นมา เส้นอัตราส่วนนี้กลับไหลลงชัดเจน สื่อให้เห็นว่า บิตคอยน์ยังไม่สามารถทำตัวเป็น ‘สินทรัพย์ปลอดภัยทางเลือก’ ได้ในภาวะตลาดผันผวน
ในมุมของแอดเลอร์ ตลาดยังประเมินให้บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่ ‘เสี่ยงกว่า S&P500’ อยู่พอสมควร ‘ความคิดเห็น’ ของเขาคือ แม้จะมีจังหวะดีดสั้น ๆ แต่พรีเมียมด้านความเสี่ยง เช่น ความผันผวนสูงและโอกาสปรับฐานลึก ยังถูกสะท้อนในราคาบิตคอยน์มากกว่าหุ้น
บิตคอยน์อ่อนแรงท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างประเทศ
ทิศทางราคาล่าสุดของบิตคอยน์ก็สอดคล้องกับภาพดังกล่าว ช่วงต้นสัปดาห์ ราคาเคยหลุดลงไปใต้ระดับ 65,000 ดอลลาร์ (ราว 9.81 ล้านบาท) ก่อนรีบาวด์กลับขึ้นเหนือ 68,000 ดอลลาร์ ทว่าแรงซื้อเริ่มสะดุดอีกครั้งหลังมีข่าวความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านร้อนแรงขึ้น
ขณะนี้บิตคอยน์ซื้อขายแถว 67,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.01 ล้านบาท) คิดเป็นการร่วงลงราว 1.4% ในรอบ 24 ชั่วโมง และติดลบราว 6.5% ในรอบสัปดาห์ หากมองยาวขึ้น 2 สัปดาห์ ราคาถอยลงเกือบ 10% ยิ่งตอกย้ำภาพ ‘โมเมนตัมขาลง’ อย่างไรก็ดี หากดูในช่วง 30 วัน การเปลี่ยนแปลงอยู่ราว -0.3% เท่านั้น จึงพอจะมองได้ว่า ‘ราคากำลังแกว่งตัวในกรอบ’ มากกว่าจะเข้าสู่ภาวะเทขายรุนแรง
ด้านปัจจัยมหภาคก็ไม่ได้ช่วยให้บิตคอยน์ดูดีขึ้นนัก ตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ เป็นต้นมา ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีกราว 50% เพิ่มแรงกดดันและความไม่แน่นอนให้กับตลาดความเสี่ยงทั้งหมด ‘ความคิดเห็น’ ของนักลงทุนจำนวนหนึ่งคือ เมื่อภูมิรัฐศาสตร์ร้อนแรงขึ้น เงินมักไหลกลับไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม เช่น ดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตร มากกว่าจะมองหาที่หลบภัยในคริปโตอย่างบิตคอยน์
เงื่อนไข ‘脱동조화จริง’ ยังมาไม่ถึง
สำหรับคำถามที่ว่าตอนนี้บิตคอยน์เริ่ม ‘脱동조화’ หรือ ‘หลุดพ้นจากการแกว่งตาม S&P500’ แล้วหรือยัง แอดเลอร์วางเกณฑ์ที่เข้มกว่าการดูแค่ตัวเลขความสัมพันธ์ เขามองว่า สัญญาณที่ควรรอคือ ‘อัตราส่วนราคา BTC/S&P’ ต้อง ‘พลิกเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง’ และสร้างกรอบใหม่ที่เสถียรให้ได้ก่อน
พูดง่าย ๆ คือ ต้องเห็น ‘แนวโน้มโครงสร้าง’ ว่าบิตคอยน์ให้ผลตอบแทนชนะหุ้นในระยะยาว ไม่ใช่เพียงดีดขึ้นชั่วคราวในบางช่วงเวลา ซึ่งจนถึงตอนนี้ สัญญาณแบบนั้นยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจน บิตคอยน์ยังคงเคลื่อนไหวภายใต้แรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนเดียวกันกับตลาดหุ้น และยังขาดหลักฐานว่ากำลังเข้าสู่โหมด ‘แข็งแกร่งแบบอิสระ’
ท้ายที่สุด ความหวังว่าบิตคอยน์(BTC) จะ ‘脱동조화’ จาก S&P500 จึงยังอยู่ในระดับ ‘สมมติฐานที่ยังพิสูจน์ไม่ได้’ มากกว่าข้อเท็จจริง นักลงทุนที่เชื่อว่าบิตคอยน์จะทำหน้าที่ต่างจากสินทรัพย์เสี่ยงอื่นอย่างชัดเจน อาจต้องรอดู ‘ความแตกต่างด้านผลตอบแทน’ ที่คมชัดกว่านี้ แทนการยึดติดเพียงตัวเลขความสัมพันธ์ที่ผันผวนในระยะสั้น
ความคิดเห็น 0