Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

CFTC กดดันหนัก! สหรัฐสั่งคูคอยน์(KuCoin) ยุติให้บริการไม่มีกำหนด หลังคดี AML-KYC ฉาว

สำนักงานกำกับดูแลล่วงหน้าแห่งสหรัฐ (CFTC) เดินหน้ากดดันตลาดคริปโตต่างชาติอีกระลอก หลังศาลแขวงสหรัฐนิวยอร์กตอนใต้มีคำสั่งตามข้อตกลงยุติคดีร่วมกับผู้ให้บริการเทรดคริปโตระดับโลก ‘คูคอยน์(KuCoin)’ ส่งผลให้แพลตฟอร์มต้องยุติการให้บริการแก่ผู้ใช้ในสหรัฐแบบ ‘ไม่มีกำหนด’ พร้อมจ่ายค่าปรับทางแพ่ง 5 แสนดอลลาร์ หรือราว 7.6 ล้านบาท

ตามคำสั่งศาล บริษัทผู้ดำเนินการคูคอยน์อย่าง ‘เพเคน โกลบอล ลิมิเต็ด(Peken Global Limited)’ จะต้องชำระค่าปรับทางแพ่งให้ CFTC และถูกสั่งห้ามให้บริการซื้อขายอนุพันธ์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ แก่ผู้ใช้ในสหรัฐ จนกว่าจะมีการขึ้นทะเบียนเป็น ‘แพลตฟอร์มต่างประเทศ’ อย่างถูกต้องตามกฎหมายสหรัฐ ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงการถอนตัวออกจากตลาดสหรัฐโดยสมบูรณ์

‘จุดเปลี่ยน’ สำคัญคือลักษณะของบทลงโทษ จากเดิมที่การจำกัดการเข้าถึงตลาดสหรัฐของคูคอยน์ถูกกำหนดไว้ขั้นต่ำ 2 ปี ข้อกำหนดใหม่ภายใต้คำสั่งศาลรอบนี้ได้ยกระดับเป็นการห้ามเข้าถึงตลาดสหรัฐแบบ ‘ไม่มีกำหนด’ การดำเนินธุรกิจของคูคอยน์ในสหรัฐจึงถูกปิดประตูแทบทุกทาง

คำสั่งดังกล่าวเชื่อมโยงโดยตรงกับคดีอาญาเมื่อต้นปี 2025 ที่คูคอยน์ยอมรับผิดในข้อหาดำเนินธุรกิจโอนเงินโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงินของสหรัฐ ตอนนั้นบริษัทถูกสั่งปรับและยึดทรัพย์รวมราว 297 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4,560 ล้านบาท ทำให้กรณีคูคอยน์ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างชัดเจนของ ‘การบังคับใช้กฎหมายสองชั้น’ คือ มีทั้งโทษอาญาและบทลงโทษทางแพ่งตามมาอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า คูคอยน์มีผู้ใช้ในสหรัฐราว 1.5 ล้านบัญชี และทำรายได้จากค่าธรรมเนียมจากกลุ่มนี้อย่างน้อย 184.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,830 ล้านบาท ‘คำ’ ที่กลายเป็นจุดตัดสินใจของหน่วยงานกำกับคือระบบรู้จักลูกค้า(KYC)

คูคอยน์เพิ่งเริ่มบังคับใช้ ‘KYC’ อย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2023 และที่สำคัญคือไม่ได้บังคับย้อนหลังกับบัญชีเก่าที่เปิดไว้ก่อนหน้า ช่องโหว่นี้ถูกหน่วยงานกำกับตีความว่าเป็นการปล่อยปละให้มีการใช้แพลตฟอร์มเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการป้องกันการฟอกเงิน(AML) และหลีกเลี่ยงกรอบกำกับดูแลของสหรัฐโดยตรง

ในข้อตกลงครั้งนี้ CFTC ไม่ได้เรียกร้องให้มีการ ‘ริบรายได้’ (disgorgement) เพิ่มเติมจากคูคอยน์ เหตุผลสำคัญคือบทลงโทษทางการเงินที่หนักหน่วงในคดีอาญาเดิมได้บังคับใช้ไปแล้ว และบริษัทแสดงท่าทีให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของทางการสหรัฐ

ด้านโครงสร้างองค์กร ศาลมีคำสั่ง ‘ยกฟ้อง’ ข้อกล่าวหาบางส่วนต่อบริษัทในเครือของคูคอยน์ ได้แก่ เมค โกลบอล ลิมิเต็ด(Mek Global Limited), ฟีนิกซ์ฟิน(PhoenixFin PTE Ltd.) และ แฟลชดอต(Flashdot Limited) ถือเป็นการจำกัดขอบเขตความรับผิดชอบไปที่นิติบุคคลหลักเป็นหลัก

อย่างไรก็ดี แม้บริษัทในเครือบางแห่งจะหลุดพ้นข้อกล่าวหา แต่ธุรกิจของคูคอยน์ในตลาดสหรัฐก็ถูก ‘ปิดประตู’ อย่างสมบูรณ์จากคำสั่งศาลครั้งนี้ โดยสถานะถูกเปลี่ยนจาก ‘ถูกจำกัดชั่วคราว’ เป็น ‘ยุติถาวร’ พร้อมด้วยประวัติการถูกลงโทษทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งในเวลาไล่เลี่ยกัน ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์กฎหมายการเงินมองว่า กรณีนี้สะท้อนกลยุทธ์การกดดันแบบหลายชั้นของหน่วยงานสหรัฐต่อแพลตฟอร์มคริปโตต่างชาติอย่างเด่นชัด

ในภาพรวม สัญญาณจากคดีคูคอยน์ชี้ชัดว่า ‘มาตรฐานการเข้าถึงตลาดสหรัฐ’ ของเว็บเทรดคริปโตทั่วโลกกำลังถูกยกระดับขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะด้าน ‘AML’ และ ‘KYC’ ที่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขหลักในการประเมินความเสี่ยงด้านกฎหมาย หากแพลตฟอร์มใดเพิกเฉยหรือบังคับใช้เพียงบางส่วน ความเสี่ยงที่จะเผชิญบทลงโทษทั้งทางอาญาและทางแพ่งในลักษณะคล้ายคูคอยน์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1