Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ช็อกตลาดคาดการณ์! โพลีมาร์เก็ต(Polymarket) เผย 84% ผู้ใช้ขาดทุน หน่วยงานสหรัฐเร่งคุมเข้ม

จากผลวิเคราะห์ ‘ออนเชน’ อย่างอิสระ พบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ของแพลตฟอร์มพยากรณ์เหตุการณ์ ‘โพลีมาร์เก็ต(Polymarket)’ อยู่ในภาวะขาดทุน สะท้อนโครงสร้างผลตอบแทนของ ‘ตลาดคาดการณ์’ ที่กำลังบูม ว่าอาจไม่สวยหรูอย่างที่โปรโมตต่อรายย่อย

อันเดรย์ เซอร์เกเยนคอฟ(Andrey Sergeenkov) เผยรายงานเมื่อวันที่ 6 โดยอ้างอิงข้อมูลออนเชนบนโพลิกอน(MATIC) พบว่าจากการติดตามกระเป๋าเงินราว 2.5 ล้านแอดเดรสผ่านแพลตฟอร์มดูข้อมูลอย่าง Dune Analytics มีผู้ใช้โพลีมาร์เก็ตถึง 84.1% ที่อยู่ในสถานะ ‘ขาดทุน’ จากการเทรด

กลุ่มที่ทำกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญมีเพียงสัดส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ในบรรดาผู้เทรดทั้งหมด มีเพียง 2% ที่ทำกำไรรวมเกิน 1,000 ดอลลาร์ (ราว 1.5 ล้านบาท) ขณะที่กลุ่มที่ทำกำไรเกิน 100,000 ดอลลาร์ (ราว 15.084 ล้านบาท) มีเพียง 840 แอดเดรส คิดเป็น 0.033% ของผู้ใช้ทั้งหมด

‘รายได้เดือนละ 5,000 ดอลลาร์’ ความจริงอยู่แค่ไม่ถึง 1%

รายงานฉบับเดียวกันยังตั้งคำถามต่อคำโฆษณาว่า ‘เทรดโพลีมาร์เก็ตเลี้ยงชีพได้’ อีกด้วย โอกาสที่จะทำรายได้ระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 7.54 แสนบาท) ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยเงินเดือนในสหรัฐ ถูกประเมินว่า ‘ต่ำกว่า 1%’ แม้จะดูแค่ในกรอบเวลา 1 เดือนเดียว

เมื่อมองในมิติระยะยาว ภาพยิ่งชัดว่าความสม่ำเสมอแทบเป็นไปไม่ได้ จากนักเทรดราว 6,600 คนที่เคยทำรายได้เฉลี่ยเกิน 5,000 ดอลลาร์ต่อเดือน มีเพียง 2.6% เท่านั้นที่ยังคงเทรดต่อเนื่องเกิน 1 ปี รายงานระบุว่า “ผู้เทรดส่วนใหญ่เข้ามาเล่นช่วงสั้น ๆ แล้วก็หายไปจากตลาด”

ก่อนหน้านี้งานวิจัยอีกชิ้นที่เผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคม 2025 เคยตรวจสอบธุรกรรมบนโพลีมาร์เก็ตกว่า 124 ล้านรายการ และพบว่าประมาณ 70% ของดีลทั้งหมดเป็นธุรกรรมที่จบลงด้วย ‘การขาดทุน’

ตลาดโตพุ่ง แต่ความเสี่ยง ‘ขาดทุนรายย่อย’ ยิ่งน่าห่วง

ข้อมูลเหล่านี้ปรากฏขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่โพลีมาร์เก็ตกำลังขยายตัวเชิงพาณิชย์อย่างรวดเร็ว เมื่อต้นเดือนนี้แพลตฟอร์มเพิ่งเซ็นสัญญาเป็น ‘พาร์ตเนอร์ตลาดคาดการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ’ กับเมเจอร์ลีกเบสบอลสหรัฐ (MLB) เพื่อดันการใช้งานสู่กลุ่มผู้ใช้กระแสหลัก

ปัจจุบันโพลีมาร์เก็ตถูกมองว่าเป็นแพลตฟอร์มพยากรณ์เหตุการณ์บนออนเชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยในช่วง 30 วันที่ผ่านมา มียอดปริมาณซื้อขายสะสมสูงถึง 9.8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.47823 หมื่นล้านบาท) ตามหลังแพลตฟอร์มคู่แข่งอย่าง คัลชิ(Kalshi) ที่ทำได้ 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราวอันดับ 2 ของตลาดภาพรวม

อย่างไรก็ดี การเร่งทำการตลาด ผ่านทั้งโปรแกรมชวนเพื่อนและการดึงอินฟลูเอนเซอร์เข้ามาโปรโมต ถูกเตือนว่าอาจยิ่งเพิ่ม ‘ความเสียหาย’ ให้ผู้ลงทุนรายย่อย เซอร์เกเยนคอฟเตือนว่า “หากไม่มีการให้ความรู้ผู้ใช้ที่เพียงพอ โครงสร้างการขาดทุนในปัจจุบันมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น”

ความคิดเห็น “โมเดลของตลาดพยากรณ์ให้รางวัลกับกลุ่มผู้เล่นส่วนน้อยที่เก่งและมีข้อมูลได้เปรียบ ขณะที่มวลชนส่วนใหญ่ทำหน้าที่เหมือน ‘สภาพคล่อง’ และมักเป็นฝ่ายเสียเปรียบ หากไม่มีการศึกษาเรื่องความเสี่ยง ผู้ใช้จะมองแต่โอกาสทำกำไร โดยไม่เห็นสถิติขาดทุนที่แท้จริง”

รัฐบาลทรัมป์เดินหน้า ‘คุมเข้ม’ ตลาดพยากรณ์

อุตสาหกรรมตลาดคาดการณ์เติบโตอย่างรวดเร็วระหว่างปี 2024–2025 โดยมูลค่าการซื้อขายรวมถูกประเมินว่าเพิ่มขึ้นกว่า 130 เท่า ทำให้หน่วยงานกำกับในสหรัฐหันมาให้ความสนใจมากขึ้น โดยรัฐบาลทรัมป์เน้นบทบาทของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) เป็นแกนกลางในการวางกรอบกำกับดูแล ‘ระดับสหพันธรัฐ’ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ช่วงหลัง CFTC เริ่มต้นทบทวนโครงสร้างทั้งอุตสาหกรรมตลาดพยากรณ์อย่างกว้างขวาง พร้อมเร่งพัฒนา ‘กรอบกติกา’ สำหรับแพลตฟอร์มเหล่านี้ โดยเฉพาะในส่วนที่มีความใกล้เคียงกับการพนัน การเก็งกำไรเหตุการณ์การเมือง และการใช้อนุพันธ์เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดด้านกฎหมาย

ในฝั่งของโพลีมาร์เก็ตเอง วันเดียวกันนั้นแพลตฟอร์มได้เปิดตัวสเตเบิลคอยน์ใหม่ของตนเองในชื่อ ‘โพลีมาร์เก็ต USD’ เพื่อเข้ามาแทนที่สินทรัพย์ค้ำประกันเดิมอย่าง USDC.e แบบบริดจ์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานของแพลตฟอร์ม

แม้จะมีประเด็นเรื่อง ‘ความคุ้มค่าในการลงทุน’ สำหรับรายย่อย แต่ในแง่ ‘ความแม่นยำของการพยากรณ์’ โพลีมาร์เก็ตยังได้รับคำชมต่อเนื่อง เนื่องจากสถิติหลายกรณีแสดงให้เห็นว่า ‘โอกาสเกิดเหตุการณ์’ ที่สะท้อนผ่านราคาตลาด มีความน่าเชื่อถือสูงในเชิงสถิติ ทำให้หลายฝ่ายจัดให้ตลาดพยากรณ์บนออนเชนเป็นหนึ่งใน “เครื่องมือคาดการณ์ที่แม่นยำที่สุด” ในตอนนี้

อย่างไรก็ดี ภาพรวมที่ออกมาคือความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง ‘ความแม่นของตลาด’ กับ ‘ผลตอบแทนของผู้เล่น’ ซึ่งยังคงเป็นคนละเรื่อง

เมื่อ ‘ตลาดคาดการณ์’ กำลังเร่งเข้าสู่เฟสการใช้งานในวงกว้าง ช่องว่างระหว่าง ‘ความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม’ กับ ‘ผลลัพธ์ทางการเงินของรายย่อย’ มีแนวโน้มจะกลายเป็นประเด็นถกเถียงหลักของอุตสาหกรรมนี้ในระยะถัดไป ทั้งในมุมผู้ใช้งาน นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1