บิตคอยน์(BTC) เด้งขึ้นแตะ 69,000 ดอลลาร์ในช่วงสั้นๆ ก่อนจะอ่อนตัวลงอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดอนุพันธ์คริปโตถูก ‘ล้างพอร์ต’ ไปกว่า 276 ล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง การเคลื่อนไหวที่ผันผวนรอบนี้เขย่าทั้งฝั่งลองและฝั่งชอร์ต แต่การ ‘ชอร์ตสกวีซ’ หรือการบีบปิดสถานะชอร์ตโดดเด่นเป็นพิเศษ สะท้อนความเสี่ยงของการใช้เลเวอเรจในภาวะตลาดสวิงแรง
เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) ข้อมูลระบุว่ามีนักลงทุนถูกบังคับปิดสถานะรวม 80,202 บัญชีภายในวันเดียว ขณะที่บิตคอยน์(BTC) ล่าสุดซื้อขายแถว 68,274 ดอลลาร์ ต่ำกว่าช่วงเดียวกันเมื่อ 24 ชั่วโมงก่อนราว 2% และยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลราว 45% แม้ราคาจะดีดกลับชั่วคราว แต่บรรยากาศ ‘ความกลัว’ ในตลาดยังไม่คลายตัว
ฝั่งที่ถูกกดดันหนักที่สุดคือกลุ่ม ‘ผู้ถือครองระยะสั้น’ ที่ถือเหรียญไม่ถึง 6 เดือน ตามข้อมูลของนักวิเคราะห์จากคริปโตเควอนต์(CryptoQuant) นามปากกา ดาร์กฟอร์สต์(Darkfost) ระบุว่า ต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือกลุ่มนี้อยู่ที่ราว 85,400 ดอลลาร์ต่อบิตคอยน์(BTC) สูงกว่าราคาปัจจุบันอย่างชัดเจน ทำให้ขณะนี้กลุ่มดังกล่าวมี ‘ผลขาดทุนที่ยังไม่รับรู้’ เฉลี่ยราว 19.4%
ภาวะที่ราคาตลาดต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยในระดับนี้ มักเร่งให้ ‘ความกลัว’ ขยายตัวง่ายขึ้น นักลงทุนบางส่วนเลือกถือรอ หวังให้ราคาฟื้นกลับเหนือจุดคุ้มทุน แต่อีกส่วนหนึ่งเริ่มยอมตัดขาดทุนเพื่อหยุดเลือด ส่งผลให้แรงขายระยะสั้นเข้ามากดดันเพิ่มเติม และทำให้ ‘ความผันผวน’ ในตลาดยิ่งทวีความรุนแรง
ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีสัญญาณของการสะสมบิตคอยน์(BTC) อย่างต่อเนื่องจากฝั่งผู้ถือระยะยาว ข้อมูลชี้ว่าปริมาณบิตคอยน์(BTC) ที่ถูกเก็บในมือกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอีกราว 300,000 BTC ในช่วงล่าสุด การไหลย้ายสินทรัพย์ลักษณะนี้หมายถึง เหรียญที่ถูกขายทิ้งจากความกลัวกำลังไหลไปอยู่ในมือของนักลงทุนที่มี ‘ความอดทนสูง’ มากขึ้นเรื่อยๆ
ดัชนี ‘ความเชื่อมั่นเชิงกลยุทธ์ 720 วัน’ ที่พัฒนาโดย โจ앙 เวดซอน(Joao Wedson) ก็ปรับตัวลงสู่โซน ‘ขาลงสุดขั้ว’ ซึ่งมักถูกตีความว่าเป็นช่วงที่ตลาดรู้สึกเลวร้ายที่สุด เขาอธิบายว่า ระดับดังกล่าว “ไม่ใช่จุดที่แนวโน้มเพิ่งเริ่มพัง แต่เป็นจุดที่แนวโน้มขาลงกำลังเดินทางสู่ช่วงท้าย” พร้อมมองว่า ช่วงราว 5 เดือนต่อจากนี้ อาจยังเต็มไปด้วย ‘ความกลัวและความเฉยชา’ ของนักลงทุนส่วนใหญ่ ทว่าในมุมมองของ ‘ผู้เล่นรุ่นเก่า’ ที่ผ่านวัฏจักรตลาดมาหลายรอบ นี่อาจกลายเป็นโซน ‘สะสมระยะยาว’ เพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่ารอบปรับฐานนี้คือ ‘จุดต่ำสุด’ ของตลาดรอบปัจจุบัน ดาร์กฟอร์สต์ชี้ว่า ในอดีตหลายครั้งที่ตลาดทำจุดต่ำสุด มักเกิดขึ้นหลังจากที่อัตราการขาดทุนเฉลี่ยของผู้ถือระยะสั้นทะลุ 25% ขึ้นไป ขณะที่ตอนนี้ตัวเลขอยู่ที่ราว 19.4% แม้ยังไม่เข้าเงื่อนไขทางสถิติเต็มตัว แต่ทิศทาง ‘การเพิ่มขึ้นของความเจ็บปวดฝั่งผู้ถือสั้น’ เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ
‘ความคิดเห็น’ ภาพรวมของตลาดบิตคอยน์(BTC) ในตอนนี้จึงอยู่ในจุดตัดสำคัญ การปรับฐานรอบนี้สะท้อนโครงสร้างแบบคลาสสิกของตลาดกระทิงปลายรอบ คือการ ‘คัดกรองเลเวอเรจ’ และทุนระยะสั้นออกจากระบบ ขณะเดียวกันทุนระยะยาวกลับใช้โอกาสนี้ทยอยสะสม หากมุมมองเชิงลบยิ่งรุนแรงเท่าไร คำถามสำคัญจะไม่ใช่แค่ว่า “ราคาจะลงถึงไหน” แต่คือ ‘ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายรับของ’ ซึ่งอาจกลายเป็นตัวแปรชี้ทิศทางรอบใหม่ของบิตคอยน์(BTC) ในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0