ริปเปิล(XRP) จับตา ‘กฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัล’ ในทวีปแอฟริกาที่กำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว หลังหลายประเทศเริ่มจัดทำกรอบกำกับดูแลชัดเจน ส่งผลให้การยอมรับและการใช้ ‘คริปโต’ และ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ในชีวิตจริงขยายตัวตามไปด้วย โดยริปเปิลระบุในรายงานฉบับใหม่ว่า คลื่น ‘กฎเกณฑ์คริปโต’ ระลอกนี้กำลังผลักดันการใช้งานจริงทั่วทั้งภูมิภาค และบริษัทเตรียมเร่งพัฒนาและส่งมอบโซลูชันเพื่อรองรับ ‘เศรษฐกิจดิจิทัลแอฟริกา’ มากขึ้น
ในรายงานฉบับดังกล่าว ริปเปิลเผยว่าขณะนี้มีประเทศในแอฟริการาว 8 ชาติที่ออกกฎระเบียบเฉพาะสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว และยังมีอีกหลายประเทศที่กำลังเดินหน้าสู่การออกกฎหมายเต็มรูปแบบ ริปเปิลยกตัวอย่าง ‘แอฟริกาใต้, เคนยา, ไนจีเรีย และมอริเชียส’ ว่าเป็นกรณีศึกษาหลัก โดยชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายของประเทศเหล่านี้กำลังทำหน้าที่เสมือน “จุดอ้างอิง” สำคัญให้กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
แอฟริกาใต้ถูกมองว่าเป็นผู้นำในด้านการออกกรอบกำกับดูแลเชิงรุก โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2023 รัฐบาลได้ออกกฎระเบียบแบบครอบคลุม รับรองให้สินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภทมีสถานะเป็น ‘ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน’ ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (CASP) จึงต้องขอใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ และอยู่ภายใต้การกำกับตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแลการเงินและศูนย์ข้อมูลการเงิน นอกจากนี้ยังบังคับใช้ ‘กฎการเดินทางของข้อมูลธุรกรรม (Travel Rule)’ ด้านการป้องกันการฟอกเงินอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้การพัฒนา ‘สเตเบิลคอยน์’ และ ‘โทเคนไนซ์สินทรัพย์’ ได้แรงหนุนชัดเจน
เคนยาถูกยกให้เป็นตัวอย่างเด่นของประเทศที่เร่งปิด ‘ช่องว่างทางกฎระเบียบ’ ด้วยความเร็วสูง ร่างกฎหมายผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งถูกเผยแพร่ในรูปแบบร่างเมื่อเดือนมีนาคม 2025 ได้รับการตราเป็นกฎหมายจริงภายในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน จากนั้นอำนาจกำกับดูแลก็ถูกจัดสรรให้ธนาคารกลางและสำนักงานกำกับดูแลตลาดทุน ริปเปิลมองว่า เมื่อกฎเกณฑ์รายละเอียดระดับปฏิบัติ (secondary regulations) ของเคนยามีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2026 ก็มีแนวโน้มสูงที่จะกลายเป็น ‘โมเดลต้นแบบ’ ให้หลายประเทศในแอฟริกานำไปใช้เป็นแนวทางอ้างอิง
ไนจีเรียเองก็กำลังเปลี่ยนทิศทางเชิงนโยบายอย่างเห็นได้ชัด กฎหมายการลงทุนและหลักทรัพย์ปี 2025 รับรองให้สินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภทมีสถานะเป็น ‘หลักทรัพย์’ อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันธนาคารกลางไนจีเรียได้ผ่อนคลายข้อจำกัดเดิมที่เคยจำกัดการเชื่อมต่อระหว่างสถาบันการเงินกับธุรกิจคริปโต เปิดทางให้เกิดผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ มากขึ้น รัฐยังได้เริ่มโครงการทดสอบการกำกับดูแล (regulatory sandbox) กับผู้ประกอบการคริปโตบางราย เพื่อหาสมดุลระหว่าง ‘นวัตกรรมทางการเงิน’ กับ ‘การคุ้มครองผู้บริโภค’ อย่างเป็นระบบ
ริปเปิลย้ำว่าความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ ‘ไม่ใช่แค่การจัดระเบียบกฎหมายบนกระดาษ’ แต่กำลังสะท้อนเป็นตัวเลขการใช้งานจริง โดยในช่วงเดือนกรกฎาคม 2024 ถึงมิถุนายน 2025 มูลค่าธุรกรรม ‘ออนเชน’ ในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารามีมูลค่ารวมเกิน 205,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 52% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในช่วงเวลาเดียวกัน ‘ไนจีเรีย’ และ ‘เอธิโอเปีย’ ยังติดอันดับ Top 15 ในดัชนีการยอมรับคริปโตระดับโลกปี 2025 สะท้อนว่าความต้องการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในชีวิตประจำวันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญและคนในอุตสาหกรรม มีความเห็นร่วมกันว่า ทวีปแอฟริกากำลังก้าวออกจากยุค ‘ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ’ ไปสู่ช่วงเริ่มต้นของ ‘การเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลัก’ ของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจัง รายงานของริปเปิลครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ‘กฎระเบียบคริปโต’ ที่เริ่มชัดเจนขึ้น ได้เปลี่ยนตัวเองไปเป็นการเติบโตของปริมาณธุรกรรม และการกระจายตัวของบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่แล้ว
"ความคิดเห็น" เมื่อ ‘กฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัล’ ในแอฟริกาเดินหน้าลึกและชัดเจนมากขึ้น โอกาสที่ตลาดคริปโตและโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลจะเติบโตแบบก้าวกระโดดก็ยิ่งสูงขึ้น ทั้งสำหรับผู้ให้บริการระดับโลกอย่างริปเปิล(XRP) และสตาร์ทอัพท้องถิ่นที่พร้อมต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ใน ‘เศรษฐกิจดิจิทัลแอฟริกา’ ที่กำลังเร่งตัวอย่างรวดเร็ว
ความคิดเห็น 0