แรงขุดบิตคอยน์(BTC) กำลังกระจุกตัวกลับไปอยู่ในไม่กี่ประเทศอีกครั้ง ตามรายงานฉบับใหม่พบว่า สหรัฐฯ รัสเซีย และจีน ครองสัดส่วน ‘แฮชเรต’ รวมกันถึง 65% ของทั้งเครือข่าย สะท้อนว่าการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ของเครือข่ายบิตคอยน์ยัง ‘ไม่กระจาย’ เท่าที่ควร ขณะเดียวกันแฮชเรตรวมของบิตคอยน์ก็อ่อนแรงลงมาอยู่ที่ 953EH/s
‘แฮชเรต 인덱스’ ได้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์โครงสร้างการขุดบิตคอยน์(BTC) เทียบกับไตรมาสก่อน โดยระบุว่า สหรัฐฯยังคงเป็นศูนย์กลางการขุดเบอร์หนึ่งของโลกด้วยส่วนแบ่ง 37.4% ตามด้วยรัสเซีย 16.9% และจีน 12% รวมกันสามประเทศจึงกินสัดส่วนแรงขุดรวมถึง 65% ของทั้งเครือข่าย
‘แฮชเรต’ หมายถึงพลังประมวลผลรวมที่เชื่อมต่ออยู่กับเครือข่ายบิตคอยน์ ยิ่งตัวเลขสูง ความปลอดภัยของเครือข่ายก็ยิ่งแข็งแกร่ง ฝั่งผู้ขุดจะได้รับรางวัลเป็นบิตคอยน์ ดังนั้นเมื่อราคา BTC อ่อนตัว ผู้ประกอบการที่ต้นทุนสูงหรือเครื่องจักรไม่มีประสิทธิภาพมักจะต้องลดการเดินเครื่องหรือตัดสินใจหยุดขุดชั่วคราว รายงานระบุว่าหลังจากช่วงไตรมาส 4 ปี 2025 เป็นต้นมา ราคาบิตคอยน์เผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยแฮชเรต 7 วัน ลดลงจากราว 1,083EH/s ในเดือนตุลาคม เหลือประมาณ 953EH/s ในปัจจุบัน
อีกปัจจัยที่กดดัน ‘แรงขุด’ คือการที่บรรดาเหมืองขนาดใหญ่เริ่มหันเหทรัพยากรไปสู่ธุรกิจ ‘ศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์(AI)’ มากขึ้น วงการมองตรงกันว่าโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ให้ ‘ผลตอบแทน’ ดีกว่าการขุดบิตคอยน์ในสภาวะราคาผันผวน ทำให้หลายบริษัทเลือกปรับโมเดลธุรกิจ บางรายถึงขั้นทยอยเลิกลงทุนด้านการขุดแบบเดิม
หากมองรายประเทศ ภาพรวมมีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ สหรัฐฯ สูญเสียส่วนแบ่งลงเล็กน้อยราว 0.13 จุดเปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ต้นปี 2026 ขณะที่คีร์กีซสถานและปารากวัยกลับเพิ่มน้ำหนักในตลาดได้ราว 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ และ 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ‘ความคิดเห็น’ ประเทศขนาดเล็กที่มีต้นทุนพลังงานต่ำกำลังใช้จุดแข็งด้านไฟฟ้าราคาถูกดึงดูดนักขุดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบในภาพรวมแล้ว อิทธิพลของสหรัฐฯต่อเครือข่ายบิตคอยน์ยังถือว่า ‘ล้น’ อยู่ดี
การที่แรงขุดบิตคอยน์(BTC) กระจุกตัวในไม่กี่ประเทศ ถูกมองว่าเป็น ‘ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง’ ต่อระบบโดยรวม เพราะนโยบายรัฐ การควบคุมด้านพลังงาน หรือปัญหาสภาพอากาศสุดขั้วในประเทศหลักๆ สามารถสั่นสะเทือนเครือข่ายได้พร้อมกัน ตัวอย่างในอดีตอย่างคำสั่งห้ามขุดของจีน และเหตุการณ์เหมืองในสหรัฐฯ ต้องหยุดเดินเครื่องจากพายุหิมะรุนแรง ล้วนเคยสร้างความผันผวนให้กับแฮชเรตทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัด
ด้านราคา บิตคอยน์(BTC) ล่าสุดอ่อนตัวลงมาแถว 67,900 ดอลลาร์สหรัฐ หลังคืนกำไรที่รีบาวด์ได้ก่อนหน้า หากใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ ต่อ 1,473.10 บาท คิดเป็นราว 9,995,000 บาทต่อ 1 BTC ‘ความคิดเห็น’ ตลาดกำลังจับตาแนวโน้มราคา BTC ที่ยังอ่อนแรงควบคู่ไปกับการกระจุกตัวหรือการกระจายตัวของแรงขุด ว่าปัจจัยทั้งสองจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของระบบบิตคอยน์อย่างไรในช่วงต่อจากนี้
ความคิดเห็น 0