Kaiko Research ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาการ 'กระจาย' ของสินทรัพย์คริปโตที่เป็นอุปสรรคสำคัญให้นักลงทุนสถาบันไม่สามารถนำคริปโตไปใช้ได้อย่างเต็มที่ สินทรัพย์ที่ถูกกระจายและยึดติดอยู่ในหลายแพลตฟอร์ม การเทรดจึงยากขึ้นสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ เช่นเดียวกับบิตคอยน์ที่ลึกซึ้งในตลาดทำให้ความต่างของราคากระจายไปอย่างชัดเจนทั่วทั้งสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนทางการเมือง
เมื่อต้นเดือนนี้ บิตคอยน์มีราคาต่างกันถึง 700 ดอลลาร์ระหว่างแพลตฟอร์มการเทรด ซึ่งเป็นการยืนยันว่าประสบการณ์การทำธุรกรรมในตลาดคริปโตยังคงต้องพัฒนาอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบว่า Stablecoin ถูกกระจายอยู่ในกว่า 15 โซ่ ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อสภาพคล่องเป็นไปได้ยาก
การกระจายสินทรัพย์ดิจิทัลที่แพร่หลายนี้ยังนำไปสู่การคะแนนสภาพคล่องการเงินแบบดั้งเดิมที่ต้องเจอกับการสร้างท่อการชำระเงินที่ซับซ้อน และถึงแม้ว่าจะมีความพยายามในการนำการชำระเงินเข้าสู่ On-chain แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความซับซ้อนจากการกระจายตัวของ Liquidity Pools
Kaiko Research ได้เน้นย้ำว่าปัญหาต่างๆ เหล่านี้ทำให้สถาบันต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดการณ์ โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ที่สภาพคล่องมักจะต่ำลง ความท้าทายดังกล่าวกระทบต่อโอกาสในตลาด ทำให้พบนักลงทุนต้องเผชิญกับต้นทุนธุรกรรมที่เพิ่มสูงขึ้น
สุดท้าย ผลของการกระจายนี้มีศักยภาพที่จะทำให้เกิดอุปสรรคต่อการเติบโตที่มีประสิทธิภาพของสินทรัพย์ดิจิทัล ขัดขวางความเป็นอยู่ที่ดีของตลาด และเพิ่มความซับซ้อนในกระบวนการเทรดให้กับสถาบันต่างๆ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ตอบสนองต่อสภาพคล่องที่เข้มงวดเพื่อสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในคริปโตอย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0