รายงาน ‘สปอต CEX รีพอร์ต 2026(Spot CEX Report 2026)’ ของ ‘คอยน์เกโค(CoinGecko)’ สะท้อนภาพจริงอันโหดของเหรียญที่เพิ่งถูกลิสต์บนกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ โดยพบว่า หลัง ‘การลิสต์เหรียญ’ แล้วภายใน 30 วัน มีเพียงราว 32% ที่ราคาปรับตัวขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปถึง 1 ปี จำนวนโทเคนที่ยังอยู่ในโซนกำไรเหลือไม่ถึง 10% เท่านั้น
ข้อมูลในรายงานชี้ว่า ความคาดหวังของตลาดจะถูกสะท้อนลงในราคาอย่างรวดเร็วทันทีที่เหรียญ ‘เข้าตลาด’ แต่แรงดังกล่าวอยู่ได้ไม่นาน โดยเฉพาะในช่วง 30–59 วันหลังลิสต์ สัดส่วนโทเคนที่ยังทำกำไรได้ลดลงเหลือเพียงประมาณ 25% และเมื่อเวลาผ่านไป เส้นสถิติผลตอบแทนมีแนวโน้มไหลลงแทบเป็นเส้นตรง
ผลการสำรวจครอบคลุมกระดานเทรดใหญ่ทั้ง ‘ไบแนนซ์(Binance)’, ‘โอเคเอกซ์(OKX)’, ‘คราเคน(Kraken)’ และ ‘เกตไอโอ(Gate.io)’ ซึ่งต่างก็แสดงรูปแบบคล้ายกันคือ ‘ผลตอบแทนระยะยาวย่ำแย่’ แม้ในระยะสั้นบางโทเคนจะพุ่งแรงก็ตาม
กรณีของ ‘อัพบิต(Upbit)’ นั้นโดดเด่นในช่วงต้น รายงานระบุว่า ภายใน 30 วันหลังลิสต์ มีมากถึงราว 67% ของโทเคนที่ยังอยู่ในโซนบวก แสดงให้เห็นถึง ‘แรงเก็งกำไรช่วงต้น’ ที่ร้อนแรงกว่าแพลตฟอร์มอื่น แต่ในอีกด้านหนึ่ง เกณฑ์การลิสต์ที่ค่อนข้างเข้มงวดทำให้จำนวนเหรียญที่ผ่านเข้าไปเทรดจริงมีไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าจับตาคือ แม้เหรียญที่ลิสต์บนอัพบิตจะเปิดตัวได้สวย แต่เมื่อเวลาผ่านไปใกล้ถึงช่วง 300 วัน ราคาก็มักไหลกลับลงมาต่ำกว่าระดับเปิดตัว นั่นหมายความว่า ‘เอฟเฟกต์การลิสต์’ แม้จะดูร้อนแรงแค่ไหนก็มักเป็นเพียง ‘อีเวนต์สั้นๆ’ มากกว่าจะสร้างเทรนด์ระยะยาว
ในทางกลับกัน ‘คอยน์เบส(Coinbase)’ ถูกพบว่ามีลักษณะแตกต่างออกไปเล็กน้อย รายงานระบุว่าประมาณ 6 เดือนหลังการลิสต์ มักเริ่มเห็นสัญญาณการไหลกลับเข้ามาของเม็ดเงินอีกรอบ เสมือนเกิด ‘แรงขับครั้งที่สอง’ หรือการ ‘รีวิวและตีมูลค่าใหม่’ ของโปรเจกต์ในสายตาตลาด ซึ่งอาจสะท้อนบทบาทของนักลงทุนสถาบันและดีมานด์จากผู้ใช้สายระยะยาว
ด้านโครงสร้างสภาพคล่อง ‘สเตเบิลคอยน์’ ถูกระบุว่าเป็นข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะ ‘เทเธอร์(USDT)’ และ ‘ยูเอสดีคอยน์(USDC)’ ที่คิดเป็นราว 66% ของคู่เทรดทั้งหมด เงินทุนจำนวนมากจึงวนเวียนอยู่ในคู่เทรดสเตเบิลคอยน์-คริปโตหลัก มากกว่าจะไหลเข้า ‘โทเคนที่เพิ่งลิสต์ใหม่’ ทำให้กระสุนสำหรับดันราคาเหรียญหน้าใหม่มีจำกัด
ผลที่ตามมา คือ แม้ในช่วงหลังลิสต์จะเห็นทั้ง ‘วอลุ่มซื้อขาย’ และ ‘ความสนใจจากนักลงทุนรายย่อย’ เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่หากไม่มี ‘ดีมานด์ต่อเนื่อง’ จากทั้งนักลงทุนเดิมและกลุ่มใหม่ ราคาโทเคนก็จะค่อยๆ ไหลกลับลงสู่ระดับใกล้เคียงราคาเริ่มต้นหรือแม้แต่ต่ำกว่าได้อย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ค่า ‘อัตราแลกเปลี่ยนวอน-ดอลลาร์’ ที่ดีดตัวขึ้นไปแถว 1,483 วอนต่อดอลลาร์ยิ่งทำให้มุมมองต่อ ‘การลิสต์เหรียญ’ ต้องพิจารณาแบบ ‘ข้ามกระดาน’ มากขึ้น ทั้งระหว่าง ‘กระดานต่างประเทศ’ และ ‘กระดานในประเทศ’ เนื่องจากความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลต่อผลตอบแทนที่แท้จริงในสกุลเงินท้องถิ่น
รายงานครั้งนี้ตอกย้ำอีกครั้งว่า ในตลาดคริปโต ‘การได้ลิสต์บนกระดานใหญ่’ ไม่ได้เท่ากับการันตีอนาคตของเหรียญ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ‘การรักษาความต้องการใช้และการลงทุน’ หลังการลิสต์ ทั้งจากมุมของกรณีใช้งานจริง ชุมชนผู้ใช้งาน และเม็ดเงินสภาพคล่องที่พร้อมจะหนุนโปรเจกต์ต่อเนื่องในระยะยาว
"ความคิดเห็น" สำหรับนักลงทุน การไล่ซื้อเหรียญเพียงเพราะเพิ่งลิสต์บนกระดานดังอาจเป็นกลยุทธ์ที่เสี่ยงกว่าที่คิด หากไม่มีภาพชัดเจนเรื่องปัจจัยพื้นฐานและความยั่งยืนของดีมานด์ การมองแค่ ‘กระแสวันลิสต์’ อาจพาไปเจอกับสถิติที่ว่า ภายใน 1 ปี มีโทเคนไม่ถึง 10% เท่านั้นที่ยังยืนอยู่ในฝั่งกำไร
ความคิดเห็น 0