บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวแคบแถว 7만1,700달러 หรือราว ‘1억640만 원’ เข้าสู่ภาวะ ‘저변동성’ อย่างชัดเจน แม้ตลาดจะดูไร้ทิศทาง แต่ในเชิงประวัติศาสตร์ ช่วงที่ราคาถูกบีบแคบลักษณะนี้ มักกลายเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของราคา
เมื่อวันศุกร์ (เวลาท้องถิ่น) อีเธอเรียม(ETH) ก็ขยับอยู่ใกล้ 2,180달러 (ประมาณ 323만 원) ต่อเนื่องกับแพตเทิร์น ‘박스권’ ที่ลากยาวมาหลายเดือน โดยเฉพาะบิตคอยน์(BTC) ที่หลังต้นเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา ราคาแทบจะถูกล็อกอยู่ระหว่าง 6만3,000~7만5,000달러 ขณะที่ความกว้างของ ‘볼린저 밴드’ รายวันหดแคบลงจนอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2024
นักวิเคราะห์คริปโต เอริก คร라운(Eric Crown) ชี้ว่า ในอดีตเมื่อบิตคอยน์(BTC) เข้าสู่ช่วงการหดตัวของความผันผวนแบบคล้ายกัน มักตามมาด้วยการแกว่งตัวของราคาประมาณ ‘40%’ โดยเฉลี่ย
‘7만5,000달러 돌파’ หรือ ‘7만 달러 붕괴’ จุดตัดสินใกล้เข้ามาอย่างเงียบ ๆ แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 7만5,000달러 หากราคาพุ่งทะลุขึ้นไปได้ มีโอกาสสูงที่สถานะชอร์ตจะถูกบังคับปิด (쇼트 숏 커버링) ต่อเนื่อง สร้างแรงซื้อซ้ำเติมการดีดตัวขึ้นของราคา ในทางกลับกัน หากบิตคอยน์(BTC) หลุดลงมาต่ำกว่า 7만 달러 มีความเป็นไปได้ว่าตลาดจะเห็นการชำระบัญชีสถานะลองรวมราว ‘2억 달러(약 2,968억 원)’ ตามมา
‘레버리지 청산 구조’ แบบนี้เองที่กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้ความผันผวนระยะสั้นพุ่งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
อีกปัจจัยที่ผู้เล่นในตลาดจับตาคือ ตัวเลข ‘ดัชนีราคาผู้บริโภค’ หรือ CPI ของสหรัฐฯ โดยคาดว่าเงินเฟ้อเดือนมีนาคมจะออกมาที่ระดับ 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักมาจากราคาพลังงานที่ขยับสูงขึ้น ตามปกติแล้ว ‘เงินเฟ้อสูง’ มักหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และกลายเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง ‘บิตคอยน์(BTC)’ และคริปโตเคอร์เรนซีประเภทอื่น ๆ
ฝั่งตลาดอนุพันธ์เริ่มส่งสัญญาณ ‘เดิมพันฝั่งขาขึ้น’ หนาแน่นขึ้นเล็กน้อย โดยมูลค่า ‘미결제약정(OI)’ ของฟิวเจอร์สบิตคอยน์(BTC) ขยายตัวราว 1% ขณะที่ ‘펀딩비’ ในตลาดฟิวเจอร์สของบิตคอยน์(BTC) บนกระดานหลัก ๆ ขยับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ บ่งชี้ว่านักลงทุนเริ่มเพิ่มน้ำหนักฝั่งลองมากขึ้น
ในรายละเอียด ริปเปิล(XRP) มี OI เพิ่มเล็กน้อย ส่วนอีเธอเรียม(ETH) และโซลานา(SOL) ยังเคลื่อนไหวทรงตัว อย่างไรก็ตาม อวาล란체(AVAX), ไอ퍼리퀴드(Hyperliquid), 하이프(HYPE) และสินทรัพย์บางตัว แสดงสัญญาณเชิงบวกมากกว่าเพื่อน เมื่อทั้ง OI และ 펀딩비 ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน สะท้อนมุมมองเชิงบวกที่ชัดเจนขึ้นของนักเก็งกำไร
ฝั่ง ‘프라이버시 코인’ อย่าง 지캐시(ZEC) มีภาพที่ต่างออกไป แม้ราคาปรับตัวขึ้นจนเข้าใกล้ระดับ 400달러 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดตั้งแต่เดือนมกราคม แต่ ‘펀딩비’ กลับยังติดลบต่อเนื่อง บ่งชี้ว่าความต้องการเปิดสถานะชอร์ตยังคงมีอยู่มาก ‘ความคิดเห็น’ ภาพแบบนี้มักสะท้อนการดึงเชือกระหว่างฝั่งลองที่ลากราคา กับฝั่งชอร์ตที่ยังไม่ยอมถอยอย่างเต็มที่
ในแง่ของ ‘โครงสร้างความผันผวน’ ดัชนีความผันผวนโดยนัย 30 วันของบิตคอยน์(BVIV) ร่วงลงมาที่ราว 45% สื่อให้เห็นถึงภาวะตลาดที่กำลัง ‘เงียบผิดปกติ’ เมื่อเทียบกับช่วงปลายเดือนมีนาคมซึ่งอยู่ที่ราว 58% การร่วงครั้งนี้ค่อนข้างเป็นเส้นตรง สะท้อนแรงกดดันด้านโครงสร้างมากกว่าจะเป็นเพียงอารมณ์ตลาดระยะสั้น
แม็ก심 ไซ러(Maxime Seiler) จาก STS ดิจิทัล อธิบายว่า โครงสร้างตลาดที่ ‘ขับเคลื่อนด้วย ETF’ ทำให้กลยุทธ์ ‘ขายออปชัน’ โดยเฉพาะการ ‘ขายคอล’ กลายเป็นเครื่องมือหากำไรยอดนิยมของสถาบัน ส่งผลให้ ‘ด้านบน’ ของความผันผวนถูกกดเอาไว้ “สถาบันจำนวนมากทำกำไรจากพรีเมียมของคอลออปชันที่ขายออกไป และกลไกเดียวกันนี้ก็ย้อนกลับมากดทับความผันผวนระยะสั้น กลายเป็น ‘feedback loop’ ที่ทำให้ตลาดดูนิ่งกว่าที่ควรจะเป็น”
ข้อมูลราคาออปชันยังสะท้อนว่า ตลาดคาดหวังให้ความผันผวนในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังคงอยู่ในกรอบค่อนข้างราบเรียบ ทำให้ภาพรวมกลายเป็นว่า นักลงทุนจำนวนไม่น้อยกำลังเตรียมรับมือกับภาวะ ‘ตลาดเงียบ’ ในระยะสั้น
ขณะที่ตลาดโทเคนโดยรวมเคลื่อนไหวแบบ ‘혼조’ ภายใต้ธีม ‘การหมุนเวียนทุน’ และ ‘การย้ายเงิน’ ระหว่างเซกเตอร์ ดัชนีฝั่งดีไฟ (DeFi) ปรับตัวบวกเล็กน้อย แต่ไม่ได้แข็งแกร่งพอจะลากทั้งตลาดให้ขึ้นตาม ด้าน 비텐서(TAO) กลายเป็นตัวถ่วงหลักหลังมีข่าวทีมพัฒนาใหญ่ถอนตัวออกจากโปรเจกต์ ส่งผลให้ราคาทรุดลงราว 12% และกดดันดัชนีที่เกี่ยวข้อง
ในทางตรงกันข้าม แด시(DASH) ได้อานิสงส์จากกระแสเงินไหลเข้าสู่กลุ่ม ‘프라이버시 코인’ อย่างชัดเจน ราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 30% ภายในวันเดียว แสดงให้เห็นว่าตลาดยังพร้อม ‘วิ่งไล่ธีม’ ที่มาแรง แม้ภาพรวมจะดูนิ่ง
โดยสรุป ตลาดคริปโตในตอนนี้อยู่ในภาวะคล้าย ‘ความเงียบก่อนพายุ’ ผันผวนแคบลง 레버리지 สะสมตัวมากขึ้น และปัจจัยมหภาคอย่าง CPI กำลังรอจุดปล่อยของ สัญญาณจากหลายมุมต่างบอกตรงกันว่า ‘การเบรกกรอบทิศทาง’ ของบิตคอยน์(BTC) และตลาดคริปโตอาจใกล้เข้ามามากกว่าที่ตัวเลขความผันผวนปัจจุบันสะท้อนออกมา
ความคิดเห็น 0