Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ฮ่องกงอนุมัติไลเซนส์ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ชุดแรก ดันกฎเกณฑ์คริปโตเข้าสู่ระบบการเงินหลัก

ฮ่องกงอนุมัติไลเซนส์ผู้ออก ‘สเตเบิลคอยน์’ รายแรก เดินหน้าปรับ ‘กฎเกณฑ์คริปโต’ เข้าสู่ระบบการเงินหลัก

ฮ่องกงเริ่มเดินเกมผลักดัน ‘สเตเบิลคอยน์’ เข้าสู่ระบบการเงินภายใต้กรอบกฎหมายอย่างจริงจัง หลังหน่วยงานกำกับดูแลการเงิน ‘ฮ่องกงมอนิทารี่อธอริตี้’(HKMA) อนุมัติไลเซนส์ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ชุดแรกให้กับบริษัทเอกชนและธนาคารรายใหญ่ ส่งสัญญาณเปิดทางสู่การเติบโตของตลาดคริปโตภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดแต่ชัดเจน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (เวลาท้องถิ่น) ฮ่องกงมอนิทารี่อธอริตี้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับไลเซนส์ผู้ออก ‘สเตเบิลคอยน์’ ชุดแรก ภายใต้กรอบกฎหมายใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ รายชื่อที่ได้รับอนุมัติประกอบด้วย ‘앵커포인트 파이낸셜’ บริษัทผู้ร่วมทุนที่จัดตั้งโดยสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดแบงก์(ฮ่องกง), แอนิมอกา แบรนด์ส และ ฮ่องกงเทเลคอมมูนิเคชัน รวมถึงธนาคารฮ่องกงแอนด์เซียงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชัน (HSBC ฮ่องกง) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 ธนาคารผู้ออกธนบัตรหลักของฮ่องกง

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากตลาดมีการคาดเดากันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับรายชื่อผู้ที่จะได้รับอนุมัติรอบแรก เดิมทีตลาดคาดว่าไลเซนส์จะถูกอนุมัติในเดือนมีนาคม แต่กระบวนการดังกล่าวล่าช้าออกไป ขณะเดียวกันในฝั่งอุตสาหกรรมก็ประเมินกันตั้งแต่ต้นแล้วว่า ‘จำนวนผู้ผ่านรอบแรกจะมีจำกัดมาก’ ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ของ ‘เอ디 위’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HKMA ที่ย้ำว่าการอนุมัติรอบเปิดตลาดจะให้ผ่านเพียง ‘จำนวนน้อยมาก’ เพื่อควบคุมความเสี่ยงและทดสอบระบบกำกับดูแลใหม่

กรอบกำกับดูแล ‘สเตเบิลคอยน์’ ฉบับใหม่ของฮ่องกงเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2025 โดยกำหนดให้ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ที่อ้างอิง ‘สกุลเงินเฟียต’ ต้องยื่นขออนุญาตจาก HKMA เท่านั้น พร้อมปฏิบัติตามเกณฑ์สำคัญหลายด้าน ทั้งการบริหารจัดการทรัพย์สินสำรอง ขั้นตอนการไถ่ถอนคืนเหรียญ การมีนิติบุคคลและโครงสร้างธุรกิจในฮ่องกง รวมถึงข้อกำหนดด้านป้องกันการฟอกเงิน(AML) และการรู้จักลูกค้า(KYC)

หากพบการละเมิดกฎเกณฑ์ ผู้ออกสเตเบิลคอยน์อาจถูกสั่งตรวจสอบเชิงลึก ถูกลงโทษด้วยค่าปรับระยะสั้น ไปจนถึงการระงับการดำเนินธุรกิจหรือเพิกถอนไลเซนส์อย่างถาวร แม้ HKMA จะกำหนด ‘ช่วงผ่อนผัน’ 6 เดือนนับจากวันที่ 1 สิงหาคม 2025 ให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อม แต่การอนุมัติชุดแรกก็ยังใช้เวลานานกว่าที่ตลาดคาดการณ์

เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา HKMA เพิ่งออกแถลงการณ์ย้ำว่า กระบวนการอนุมัติไลเซนส์กำลังเดินหน้า ‘อย่างแข็งขัน’ และพยายามเร่งให้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ทิศทางโดยรวมของฮ่องกงสะท้อนชัดว่า รัฐเลือกใช้แนวทาง ‘คุมได้ก่อน ขยายทีหลัง’ ในการเปิดทางให้ ‘สเตเบิลคอยน์’ เข้าสู่ระบบ ไม่ใช่เร่งปริมาณหรือจำนวนผู้ออกเหรียญในช่วงแรก

ในบริบทการแข่งขันเพื่อเป็นศูนย์กลาง ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ของเอเชีย การอนุมัติไลเซนส์รอบแรกของฮ่องกงจึงถูกมองว่าเป็นหมากสำคัญในการสร้าง ‘ความน่าเชื่อถือเชิงกฎระเบียบ’ ให้เหนือคู่แข่งรายอื่น ‘ความคิดเห็น’ ผู้เชี่ยวชาญในตลาดมองตรงกันว่า จำนวนผู้ได้รับอนุมัติที่ยังมีจำกัด ทำให้การหลั่งไหลเข้ามาของผู้ออกสเตเบิลคอยน์รายใหม่ในระยะสั้นยังมีแนวโน้มไม่มากนัก แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ช่วยยืนยันว่าเฉพาะผู้เล่นที่มีความพร้อมด้านเงินทุน ระบบบริหารความเสี่ยง และความโปร่งใสเท่านั้น ที่จะสามารถผ่านกรองข้อกำหนดของฮ่องกงได้

ท่ามกลางการอ่อนค่าของค่าเงินในภูมิภาค โดยอัตราแลกเปลี่ยนล่าสุดเคลื่อนไหวแถวระดับ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1,484.10 วอน การแข่งขันด้านนโยบาย ‘คริปโต’ และ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ของศูนย์กลางการเงินเอเชียยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น การออกไลเซนส์ ‘สเตเบิลคอยน์’ ครั้งแรกของฮ่องกงจึงไม่ใช่แค่การเปิดประตูให้สินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบสถาบันการเงินเท่านั้น แต่ยังถือเป็นเวทีทดสอบว่า ‘กรอบกำกับดูแลเข้มข้น’ จะสามารถเดินไปพร้อมกับ ‘ความต้องการของตลาด’ ได้อย่างสมดุลเพียงใดในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1