มูลนิธิ DoubleZero เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ที่กำลังเร่งเปลี่ยนโฉมสภาพแวดล้อมการเทรดบน ‘โซลานา(SOL)’ ด้วยโซลูชันส่งข้อมูลความหน่วงต่ำพิเศษ ชูจุดขาย ‘อินฟราสไตล์วอลล์สตรีท’ สำหรับตลาดคริปโตที่กำลังแข่งขันกันด้วยความเร็วและคุณภาพของข้อมูลอย่างจริงจัง
เมื่อวันที่ 17 (เวลาท้องถิ่น) มูลนิธิ DoubleZero เปิดตัวแพลตฟอร์มส่งข้อมูลบล็อกเชน ‘DoubleZero Edge’ อย่างเป็นทางการ โดยบริการแรกคือฟีดข้อมูล ‘ดิบ’ แบบเรียลไทม์จากบล็อกเชนโซลานา(SOL) ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าถึงข้อมูลที่มีผลต่อการกำหนดราคาได้ ‘เร็วกว่า’ ช่องทางทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
โซลานา(SOL) เป็นเครือข่ายที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและปริมาณธุรกรรมต่อวินาทีที่สูง จึงสร้างข้อมูลจำนวนมหาศาลตลอดเวลา และเป็นเชนที่เทรดเดอร์มืออาชีพให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ DoubleZero จึงออกแบบโครงสร้างร่วมกับกลุ่ม ‘ผู้ตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม (validators)’ เพื่อส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ไปยังผู้เล่นในตลาดให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
เดิมที ตลาดคริปโตส่วนใหญ่พึ่งพาการส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ส่งผลให้เกิดทั้ง ‘ความหน่วง’ และ ‘ความไม่สมดุลของข้อมูล’ ระหว่างผู้เข้าร่วมตลาด DoubleZero จึงพัฒนา ‘เครือข่ายเฉพาะ’ สำหรับการส่งข้อมูลบนเชน เพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรงและยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของคริปโต
ตามข้อมูลของบริษัท เครือข่ายดังกล่าวสามารถลดเวลาในการส่งข้อมูลลงมาอยู่ในระดับ ‘หลักหลายสิบมิลลิวินาที(ms)’ และยิ่งเห็นผลชัดเจนเมื่อเครือข่ายมีความหนาแน่นหรือเกิดภาวะตลาดผันผวน สำหรับบริษัทเทรดแบบความถี่สูงหรือ ‘โฮล์ยไทม์เทรดดิง (High-Frequency Trading, HFT)’ ความต่างเพียงไม่กี่มิลลิวินาทีอาจแปลเป็น ‘ผลกำไรหรือขาดทุน’ ได้โดยตรง
ระบบของ DoubleZero ใช้โครงสร้างเครือข่ายใยแก้วนำแสงส่วนตัวแบบ ‘มัลตี้แคสต์(multicast)’ เพื่อกระจายข้อมูลไปยังผู้เข้าร่วมหลายรายพร้อมกัน เทคโนโลยีรูปแบบนี้ถูกใช้มานานในตลาดการเงินดั้งเดิมสำหรับส่งข้อมูลราคาตลาดและออร์เดอร์บุ๊กไปยังผู้เล่นสถาบันต่างๆ แต่ในตลาดคริปโตยังไม่แพร่หลายมากนัก การนำมาใช้กับโซลานา(SOL) จึงเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับ ‘คุณภาพฟีดข้อมูล’ ในระบบนิเวศคริปโต
นอกจากมิติด้านเทคนิค DoubleZero ยังเสนอ ‘โมเดลรายได้ใหม่’ ให้ผู้มีส่วนร่วมในเครือข่ายด้วย ผู้ตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมบนโซลานา(SOL) สามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการเป็นแหล่งจ่ายข้อมูลให้กับเครือข่าย ขณะที่ฝั่งเทรดเดอร์จะจ่ายค่าบริการแบบสมัครสมาชิกด้วยสเตเบิลคอยน์ ‘ยูเอสดีคอยน์(USDC)’ เพื่อเข้าถึงฟีดข้อมูลความเร็วสูง
โครงสร้างนี้ออกแบบมาเพื่อสร้าง ‘แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ’ ให้ทุกฝ่ายในเครือข่าย ทั้งผู้ให้ข้อมูลและผู้ใช้ข้อมูล ส่งผลเชิงบวกต่อทั้ง ‘คุณภาพ’ และ ‘ความเร็ว’ ของข้อมูล ช่วยสร้างวงจรที่ผู้เล่นพร้อมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นเพราะมีรายได้ชัดเจนรองรับ
ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดเทรดคริปโตเผชิญทั้งการแข่งขันที่ดุเดือดและอัตราผลตอบแทนที่ลดลง ทำให้ความต้องการ ‘โครงสร้างพื้นฐานที่คาดเดาได้และเสถียร’ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง DoubleZero ชี้ว่าเทคโนโลยีของตนสามารถลด ‘ความไม่แน่นอนจากความล่าช้าในการส่งข้อมูล’ ซึ่งมักเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญและทำให้ตลาดไม่มีประสิทธิภาพ
แอนดรูว์ แมคคอเนล(Andrew McConnell) ผู้ร่วมก่อตั้ง ให้ความเห็นว่า ระบบการเงินดั้งเดิมใช้เวลาหลายสิบปีในการสร้าง ‘อินฟราที่แข่งกันด้วยความเร็วและประสิทธิภาพ’ ขึ้นมา แต่ในโลก ‘ออนเชน’ ยังขาดโครงสร้างแบบเดียวกัน ส่งผลให้แม้แต่บริษัทเทรดที่มีความเชี่ยวชาญสูงก็ยังต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่เสียเปรียบ “อินฟราที่มีความเป็น ‘deterministic’ สูง ช่วยลดความเสี่ยงที่มาร์เก็ตเมคเกอร์ต้องแบกรับ และเปิดโอกาสให้ตั้งสเปรดที่แคบขึ้น รวมถึงทำให้การเทรดโดยรวมมีประสิทธิภาพมากขึ้น” เขากล่าว
ด้วยการเปิดตัว DoubleZero Edge ครั้งนี้ ตลาดของเชนประสิทธิภาพสูงอย่างโซลานา(SOL) มีแนวโน้มจะเข้าสู่ ‘สมรภูมิอินฟราที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว’ อย่างเต็มตัว ‘ความคิดเห็น’ การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่แค่ระดับโปรโตคอลหรือดีไฟ แต่เลื่อนไปสู่ระดับชั้นโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล ซึ่งสะท้อนว่าตลาดคริปโตกำลังก้าวพ้นระยะ “เทรดเป็นหลัก” และเดินหน้าเข้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งกันสร้าง ‘โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน’ อย่างจริงจัง
ความคิดเห็น 0