ไฮเปอเรียน ดีไฟ(Hyperion DeFi, HYPD) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 30,950,963 ดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าเหรียญ HYPE ที่ถือครองเพิ่มขึ้น 87% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 132.6 ล้านดอลลาร์
บริษัทเปิดเผยรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 เมื่อวันที่ 12 ระบุว่ากำไรสุทธิของไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน สูงกว่ากำไรไตรมาส 1 ที่ทำได้ 8,840,550 ดอลลาร์ ถึงกว่า 3 เท่า
กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EBITDA) อยู่ที่ 53,652,846 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 19,488,132 ดอลลาร์ในไตรมาส 1 โดย Adjusted EBITDA เป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานก่อนหักรายการดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาต่างๆ
ปริมาณเหรียญ HYPE ที่ถือครองเพิ่มขึ้นจาก 1.94 ล้านเหรียญในไตรมาส 1 เป็น 2.04 ล้านเหรียญในไตรมาส 2 ส่วนมูลค่ารวมของเหรียญที่ถือครองในช่วงเดียวกันขยายตัวจาก 71 ล้านดอลลาร์ เป็น 132.6 ล้านดอลลาร์
แม้ปริมาณ HYPE ที่ถือครองจะเพิ่มขึ้นเพียงราว 5% แต่มูลค่ากลับพุ่งขึ้นถึง 87% โดยบริษัทระบุว่าเป็นผลจากราคา HYPE ที่ปรับตัวขึ้นจาก 36.6 ดอลลาร์ เป็น 65 ดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส
ไฮเปอเรียน ดีไฟ เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก(Nasdaq) ที่วางโครงสร้างธุรกิจโดยอิงกับระบบนิเวศของไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) ซึ่งเป็นบล็อกเชนเลเยอร์ 1 ที่ออกแบบมาสำหรับการเทรดบนเชนความถี่สูง รองรับทั้งสัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีวันหมดอายุ(perpetual futures) และสมุดคำสั่งซื้อขายสปอตบนเชน
HYPE คือเหรียญหลักประจำเครือข่ายไฮเปอร์ลิควิด เหรียญ HYPE ที่ถูกสเตกจะถูกนำไปใช้ในการดำเนินงานของเครือข่าย รวมถึงใช้ลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมและขยายผลตอบแทนจากระบบแนะนำ(referral)
บริษัทกำลังขยายโครงสร้างการนำเหรียญไปใช้งานมากกว่าการถือครองเฉยๆ โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ได้จัดสรรเหรียญ HYPE จำนวน 1 ล้านเหรียญไปสนับสนุนตลาด HIP-3 และ HIP-4
ในจำนวนนี้ 500,000 เหรียญถูกจัดสรรให้ สคิว เทคโนโลยีส์(Skew Technologies) ซึ่งกำลังเตรียมเปิดตลาดคาดการณ์ผลลัพธ์ตามมาตรฐาน HIP-4 ส่วนอีก 500,000 เหรียญที่เหลือถูกนำไปใช้ในสัญญา HAUS ที่ทำร่วมกับ เอนโทรปี(Entropy) ผู้เปิดตลาดตามมาตรฐาน HIP-3
ก่อนหน้านี้ กระเป๋าเงินดิจิทัล 2 บัญชีที่เชื่อมโยงกับไฮเปอเรียน ดีไฟ เคยถอนเหรียญ HYPE ออกจากการสเตก(unstake) รวม 519,480 เหรียญ โดยตอนนั้นไม่มีการเปิดเผยที่อยู่กระเป๋าเงินหรือแฮชธุรกรรม และการถอนออกจากการสเตกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการขายเหรียญจริงหรือไม่ ส่วนรายงานผลประกอบการฉบับนี้ระบุเพียงว่ามีการนำเหรียญบางส่วนที่ถือครองไปจัดสรรในโครงสร้างสัญญาใหม่
เมื่อแยกตามกลุ่มธุรกิจ รายได้จากการสเตก ค่าธรรมเนียมผู้ตรวจสอบ(validator) กลยุทธ์ปรับปรุงผลตอบแทน รายได้จาก DeFi และผลตอบแทนจากระบบนิเวศ ล้วนถูกนับรวมในกำไรขั้นต้นที่ปรับปรุงแล้ว ซึ่งไตรมาส 2 อยู่ที่ 1,150,035 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อนหน้า
รายได้จากธุรกิจ DeFi อยู่ที่ 158,000 ดอลลาร์ ลดลง 36% จากไตรมาส 1 โดยบริษัทระบุว่าสาเหตุมาจากการยุติเหรียญเสถียร USDH ซึ่งทำให้สัญญา HAUS บางส่วนสิ้นสุดลง และเปิดทางให้นำเหรียญ HYPE อีก 800,000 เหรียญไปจัดสรรในโอกาสทางธุรกิจอื่น
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ไม่รวมค่าตอบแทนในรูปหุ้น อยู่ที่ 2.3 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ลดลง 21% จาก 3.0 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 โดยบริษัทได้ยุติการดำเนินงานส่วนใหญ่ของธุรกิจไบโอเทคเดิมไปแล้วนับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน และในเดือนกรกฎาคมได้ขายทรัพย์สินทางปัญญาที่เหลืออยู่ให้กับ อาร์กติก วิชั่น(Arctic Vision)
ไฮเปอเรียน ดีไฟ ระบุว่ายังคงเป้าหมายกำไรขั้นต้นที่ปรับปรุงแล้วสำหรับปี 2026 ไว้ที่ 5-7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ณ วันที่ 10 สิงหาคม จำนวนหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายอยู่ที่ 15,539,434 หุ้น
ความคิดเห็น 0