สเตลลาร์(Stellar) จับมือยักษ์ใหญ่โครงสร้างพื้นฐานการเงิน DTCC ดันโทเคนประจำเครือข่ายอย่าง สเตลลาร์(XLM) พุ่งกว่า 8% ท่ามกลางแรงกดดันขาลงของ บิตคอยน์(BTC) กระแสนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าความสนใจของสถาบันต่อการโทเคนไนซ์สินทรัพย์ในโลกจริง (Real World Assets: RWA) และโครงสร้างพื้นฐาน ‘โทเคนนาเซชัน’ กำลังขยายตัวอย่างชัดเจน
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph DTCC หรือสถาบันรับฝากและชำระราคาแห่งสหรัฐฯ เปิดเผยแผนเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม ‘โทเคนไนซ์หลักทรัพย์’ เข้ากับบล็อกเชนของสเตลลาร์ ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 โดย DTCC เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสายหลังบ้านที่ใหญ่ที่สุดในโลก เคยดูแลและประมวลผลธุรกรรมหลักทรัพย์มูลค่าราว 4ควอดทริลเลียน 7000ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา
ความร่วมมือครั้งนี้เน้นไปที่การย้ายสินทรัพย์ที่ DTCC ดูแลอยู่ โดยเฉพาะหุ้นในดัชนีรัสเซล 1000 และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขึ้นมาอยู่บนเชน เป้าหมายคือการผลักดัน ‘การโทเคนไนซ์หลักทรัพย์แบบดั้งเดิม’ ให้เข้าสู่เฟสการใช้งานจริงในวงกว้าง ไม่ใช่แค่โครงการทดลอง ทำให้ตลาดจับตาศักยภาพของสเตลลาร์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำหรับตลาดทุนดั้งเดิมมากขึ้น
นาวดิน ชาคาร์ หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ DTCC ระบุว่าสเตลลาร์ผ่านเกณฑ์สำคัญทั้งด้านประสบการณ์ในการรองรับสินทรัพย์สถาบัน การ ‘ปฏิบัติตามกฎระเบียบ’ ความเร็วในการประมวลผลธุรกรรม และต้นทุนที่ต่ำ ขณะที่ เดเนล ดิกสัน CEO มูลนิธิพัฒนาสเตลลาร์ ย้ำว่าพวกเขากำลังวาง “รางรถไฟบล็อกเชนที่สถาบันการเงินระดับองค์กรสามารถพึ่งพาได้”
‘ความคิดเห็น’ การที่ DTCC เลือกเครือข่ายหลักสาธารณะอย่างสเตลลาร์ แทนที่จะใช้เชนปิดเฉพาะกิจ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ narrative ว่า RWA และการโทเคนไนซ์ในอนาคตจะวิ่งบนเชนแบบโอเพ่นมากขึ้น ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐานปิดที่ถูกควบคุมโดยสถาบันเพียงไม่กี่ราย
ในมุมมองของตลาด การจับมือครั้งนี้อาจเป็น ‘ตัวอย่างแรกๆ’ ที่จุดประกายให้ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินรายอื่นๆ หันมาพิจารณาการเชื่อมบล็อกเชนในรูปแบบคล้ายกัน โดยเฉพาะตลาดทุนที่ให้ความสำคัญกับการรองรับปริมาณธุรกรรมระดับมหาศาลและความสอดคล้องด้านกฎเกณฑ์ หากดีลนี้เดินหน้าได้จริง ฐานะของสเตลลาร์ในฐานะ ‘เชนสำหรับสถาบัน’ อาจถูกยกระดับขึ้นอีกขั้น
ด้านราคา สเตลลาร์(XLM) ตอบรับข่าวนี้อย่างรวดเร็ว โดยทะยานขึ้นราว 8% ทะลุระดับ 0.16ดอลลาร์ หลังการประกาศแผนเชื่อมต่อกับ DTCC ทำให้ผลตอบแทนรายสัปดาห์ของ XLM แตะกว่า 13% ขณะที่ในระหว่างวันยังมีแรงเก็งกำไรที่ได้อานิสงส์จากการดีดตัวชั่วคราวของ บิตคอยน์(BTC) เข้ามาเสริมอีกชั้น
เชิงเทคนิค XLM สามารถฝ่าด่านแนวต้านระยะสั้นบริเวณ 0.15ดอลลาร์ได้สำเร็จ หากราคาปิดสามารถยืนเหนือระดับนี้ต่อเนื่อง มีโอกาสเห็นแรงซื้อใหม่ไหลเข้าตลาดมากขึ้น แต่หากไม่สามารถรักษาการเบรกเอาต์ได้ ราคามีความเสี่ยงที่จะย่อตัวลงมาทดสอบโซนรับใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ
ท้ายที่สุด ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าสเตลลาร์กำลังกลับมาเป็นหนึ่งในตัวเต็งด้าน ‘โครงสร้างพื้นฐานโทเคนไนซ์สำหรับสถาบัน’ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ บิตคอยน์(BTC) เผชิญแรงขาย และอัลต์คอยน์ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวตาม ในขณะที่ สเตลลาร์(XLM) กลับแสดงภาพความแข็งแกร่งแบบเลือกตัว (selective outperformance) ทำให้ตลาดจับตาว่า ‘กระแสโทเคนไนซ์ RWA’ จะเริ่มถูกสะท้อนเข้าราคาอัลต์คอยน์มากขึ้นในรอบถัดไปหรือไม่
ความคิดเห็น 0