‘엑ซ์알พี(XRP)’ ยังคงรักษาตำแหน่งสินทรัพย์คริปโตมูลค่าตลาดอันดับ 4 หากไม่นับสเตเบิลคอยน์ในไตรมาส 1 ปี 2026 ขณะที่เครือข่าย ‘XRP Ledger’ หรือ XRPL กำลังขยายบทบาทจากระบบชำระเงินไปสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถาบัน การเติบโตของ ‘RLUSD’ และกระแสโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง หรือ ‘RWA’ ยังช่วยหนุนให้ประโยชน์ใช้งานของ ‘XRP’ แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Messari Research แมตต์ ไครเซอร์(Matt Kreiser) ระบุว่า ‘XRP’ ไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อการชำระเงินหรือจ่ายค่าธรรมเนียมอีกต่อไป แต่เริ่มขยายไปยังบริการปล่อยกู้ การให้สภาพคล่อง การเชื่อมสินทรัพย์ข้ามเครือข่าย และดีไฟสำหรับสถาบัน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากกองทุน ETF แบบถือครองสปอตของ ‘XRP’ ในสหรัฐ และการขยายตัวของ ‘RLUSD’
ข้อมูลในรายงานระบุว่า ‘XRP’ มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 82,210 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 1 ลดลง 26.3% จากไตรมาสก่อน แต่ยังคงตามหลังเพียง บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) และ บีเอ็นบี(BNB) เท่านั้น หากดูเฉพาะสินทรัพย์เนทีฟของเครือข่ายที่ใช้กลไกฉันทามติแบบกลุ่มผู้ตรวจสอบ ไม่ให้รางวัลแก่ผู้ขุดหรือวาลิเดเตอร์ ‘XRP’ ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดสูงถึง 93.7% สะท้อนจุดยืนของ XRPL ที่แตกต่างจากเชนแบบ Proof-of-Work หรือ Proof-of-Stake และมีความเสี่ยงจากปัญหา MEV ต่ำกว่าในเชิงโครงสร้าง
ด้านราคา ‘XRP’ ปิดไตรมาสที่ 1.34 ดอลลาร์ ลดลง 27.1% จากไตรมาสก่อน ขณะที่อุปทานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1.1% อยู่ที่ 61,340 ล้านเหรียญ ทั้งนี้ ‘XRP’ มีอุปทานรวมคงที่ 100,000 ล้านเหรียญ และจะมีการปล่อยจากเอสโครว์ให้ ริปเปิล เป็นรายเดือนเดือนละ 1,000 ล้านเหรียญ แต่ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่ถูกนำกลับไปล็อกใหม่ ทำให้คาดว่าต้องใช้เวลาอีกมากกว่า 10 ปี กว่าปริมาณที่เหลือจะเข้าสู่ตลาดทั้งหมด
แม้ราคาอ่อนตัว แต่กิจกรรมบนเครือข่ายกลับเพิ่มขึ้น รายงานระบุว่าจำนวนธุรกรรมเฉลี่ยต่อวันในไตรมาส 1 อยู่ที่ 2.48 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 35.3% จากไตรมาสก่อน ส่วนจำนวนที่อยู่กระเป๋าเงินที่เคลื่อนไหวรายวันเพิ่มขึ้น 1.7% มาอยู่ที่ 49,800 ที่อยู่ แม้จำนวนที่อยู่ใหม่จะลดลง 29.8% เหลือ 29,400 ที่อยู่ แต่ XRPL มีข้อกำหนดให้บัญชีใหม่ต้องมีเงินสำรอง 1 ‘XRP’ จึงทำให้ตัวเลขนี้มีโอกาสถูกบิดเบือนจากสแปมต่ำกว่าเครือข่ายทั่วไป
ในช่วงเวลาดังกล่าว ธุรกรรมประเภทการชำระเงินและการสร้างคำสั่งซื้อยังเป็นสัดส่วนหลักของการใช้งานบนเครือข่าย ขณะเดียวกันในเดือนมีนาคม ธุรกรรมการเผา NFT อย่าง NFTokenBurn เพิ่มขึ้นชั่วคราวจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงาน Osaka Expo ในญี่ปุ่น
อีกจุดที่รายงานย้ำคือการเติบโตของกองทุน ETF แบบถือครองสปอตของ ‘XRP’ ในสหรัฐ ซึ่งถูกมองเป็นสัญญาณชัดเจนของความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน ณ สิ้นไตรมาส 1 กองทุนกลุ่มนี้ถือครองรวม 775.4 ล้าน ‘XRP’ คิดเป็น 1.26% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด และเพิ่มขึ้น 1.9% จากไตรมาสก่อน โดยจุดสูงสุดของไตรมาสเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ระดับ 810.2 ล้าน ‘XRP’
ในบรรดาผลิตภัณฑ์ ETF ที่ติดตาม ‘XRP’ กองทุน XRPC ของ Canary Capital มีการถือครองมากที่สุดที่ 197.1 ล้าน ‘XRP’ รองลงมาคือผลิตภัณฑ์จาก Bitwise, Franklin Templeton และ 21Shares รายงานมองว่าแม้ส่วนแบ่งตลาดปัจจุบันยังค่อนข้างกระจาย แต่ระยะยาวมีโอกาสเห็นการรวมศูนย์ไปยังกองทุนผู้นำ คล้ายกับที่เกิดขึ้นในตลาด ETF ของ บิตคอยน์(BTC)
เบื้องหลังการขยายตัวของ ETF คือการคลี่คลายความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ รายงานระบุว่า หากคดีความระหว่าง ริปเปิล และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐยังไม่สิ้นสุดในเดือนสิงหาคม 2025 การเปิดตัว ETF แบบสปอตของ ‘XRP’ คงเกิดขึ้นได้ยาก เพราะโครงสร้างผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ต้องอาศัยสถานะของสินทรัพย์อ้างอิงที่ไม่ถูกนับเป็นหลักทรัพย์โดยตรง นี่จึงเป็นมากกว่าการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นตลาด แต่เป็นการขยับเข้าสู่สินทรัพย์ในระบบการเงินกระแสหลักของ ‘XRP’
ในฝั่งระบบนิเวศ XRPL กลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดคือสเตเบิลคอยน์และ ‘RWA’ โดย ‘RLUSD’ ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่อิงดอลลาร์ของ ริปเปิล มีมูลค่าตลาดบน XRPL อยู่ที่ 340.3 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 44.9% จากไตรมาสก่อน และขึ้นมาเป็นสเตเบิลคอยน์อันดับ 1 ของเครือข่ายแล้ว หากรวมบน XRPL และ อีเธอเรียม(ETH) เข้าด้วยกัน ‘RLUSD’ มีมูลค่าตลาดรวม 1,310 ล้านดอลลาร์ ติดอันดับท็อป 10 ของสเตเบิลคอยน์ทั่วโลก
สิ่งที่น่าสนใจคือ ไตรมาสนี้เป็นครั้งแรกที่ ‘RLUSD’ เติบโตบน XRPL เร็วกว่าเครือข่าย อีเธอเรียม(ETH) สะท้อนว่าความต้องการไม่ได้เกิดจากการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มผูกกับการใช้งานจริงในระบบของ ริปเปิล ซึ่งกำลังเชื่อม ‘RLUSD’ เข้ากับบริการการชำระเงิน คัสโตดี ไพรม์โบรกเกอร์ และการบริหารคลังเงิน
รายงานยังชี้ว่า การสนับสนุนจากแพลตฟอร์มซื้อขายและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานรายใหญ่ เช่น ไบแนนซ์, OKX, 코인원 และ LMAX Digital มีส่วนสำคัญที่ทำให้ ‘RLUSD’ กระจายตัวได้กว้างขึ้น ในมุมนี้ ‘RLUSD’ จึงถูกมองเป็นฟันเฟืองสำคัญต่อการขยายประโยชน์ใช้งานของ ‘XRP’ และ XRPL
ส่วนตลาด ‘RWA’ บน XRPL เติบโตแรงยิ่งกว่า โดยมูลค่าตลาดแตะ 2,250 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 124.1% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้ XRPL ขึ้นมาเป็นเครือข่ายอันดับ 7 ของโลกตามมูลค่าตลาด ‘RWA’ และในช่วงเวลาที่รายงานตีพิมพ์ อันดับขยับไปถึงที่ 4 แล้ว หากนับเฉพาะ ‘RWA’ แบบกระจายศูนย์ มูลค่าตลาดอยู่ที่ 451.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 35.6%
สินทรัพย์เด่นที่ถูกนำมายกตัวอย่างในรายงาน ได้แก่ OUSG ของ Ondo, TBILL ของ OpenEden, ตราสารหนี้ดิจิทัลแบบกระดาษการค้าของเครือ Guggenheim และโทเคนสินเชื่อภาคธุรกิจจากบราซิล ขณะที่ในกลุ่ม ‘RWA’ เชิงตัวแทนสิทธิหรือ represented RWA ก็มีผู้เล่นอย่าง Vert, CRX Digital Asset, Mercado Bitcoin และ CTRL Alt ซึ่งร่วมโครงการกับกรมที่ดินดูไบ เลือกใช้ XRPL เป็นโครงสร้างสำหรับการบันทึกและชำระบัญชี
ภาพนี้สะท้อนว่า XRPL กำลังขยับจากบล็อกเชนสาธารณะทั่วไป ไปสู่แพลตฟอร์มโทเคนไนซ์สำหรับสถาบันที่เน้นความสอดคล้องกับกฎระเบียบมากขึ้นโดยตรง
ประโยชน์ใช้งานของ ‘XRP’ เองก็ขยายตามไปด้วย ปัจจุบัน ‘XRP’ ถูกใช้ใน XRPL เพื่อการชำระเงิน จ่ายค่าธรรมเนียม เปิดบัญชี ถือเป็นเงินสำรองสำหรับการเก็บโทเคน และใช้ในการให้สภาพคล่อง หากโปรโตคอลการปล่อยกู้ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการ ‘XRP’ ก็จะมีบทบาทในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถนำไปกู้ยืมหรือรับดอกผลได้โดยตรง
รายงานระบุว่า ข้อเสนอด้าน single asset vault หรือ XLS-65 และ lending protocol หรือ XLS-66 ที่กำลังอยู่ระหว่างการลงคะแนน อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะยกระดับขอบเขตการใช้งานของ ‘XRP’ ไปอีกขั้น
ในเวลาเดียวกัน เครื่องมือสำหรับดีไฟระดับสถาบันบน XRPL ก็เริ่มครบขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงไตรมาส 1 มีการเปิดใช้งาน permissioned domain, permissioned DEX และ token escrow รวมถึงฟีเจอร์อย่าง decentralized identity หรือ DID, credentials และ deep freeze ฟังก์ชันเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับข้อกำหนดสำคัญของสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม เช่น KYC, AML, การอายัดสินทรัพย์ และการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงบนเชน
ในอีกด้าน ริปเปิล เองก็เร่งขยายธุรกิจควบคู่ไปกับการผลักดัน XRPL บริษัทเดินหน้าผ่าน 4 เสาหลักคือ Ripple Payments, Ripple Custody, Ripple Prime และ Ripple Treasury พร้อมทั้งเร่งการซื้อกิจการและขอใบอนุญาตในหลายประเทศ รายงานระบุว่าในปี 2025 ริปเปิลเข้าซื้อกิจการสำคัญอย่าง Rail, Palisade, Hidden Road และ Gtreasury ส่วนในปี 2026 ก็เดินหน้าเพิ่มการเข้าถึงระบบการเงินกระแสหลัก ผ่านใบอนุญาตสถาบันเงินอิเล็กทรอนิกส์ในยุโรป การอนุมัติในสหราชอาณาจักร การขยายใบอนุญาตชำระเงินในสิงคโปร์ และการได้รับอนุมัติตามเงื่อนไขสำหรับจัดตั้งธนาคารทรัสต์ภายใต้การกำกับของรัฐบาลกลางสหรัฐ
ในเกาหลีใต้ ริปเปิล ยังร่วมมือกับ 교보생명 และ 케이뱅크 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบโทเคนไนซ์และกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล สะท้อนแผนขยายตัวในเอเชียที่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง
ด้านการซื้อขาย ‘XRP’ ยังพึ่งพาตลาดรวมศูนย์เป็นหลัก โดยมูลค่าการซื้อขายสปอตเฉลี่ยต่อวันในไตรมาส 1 อยู่ที่ 2,690 ล้านดอลลาร์ ส่วนสัญญาฟิวเจอร์สถาวรอยู่ที่ 2,990 ล้านดอลลาร์ ลดลง 32% และ 28.6% ตามลำดับจากไตรมาสก่อน อย่างไรก็ดี แนวโน้มนี้สอดคล้องกับภาวะพักฐานของตลาดโดยรวมและการหดตัวของมูลค่าตลาดหมุนเวียน ขณะที่ปริมาณซื้อขายสปอตของ ‘XRP’ บน DEX กลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าในระยะยาวกิจกรรมการซื้อขายบนเชนจะมีบทบาทมากขึ้น
หนึ่งในจุดแข็งของ XRPL คือการมีทั้งระบบสมุดคำสั่งซื้อแบบ CLOB และระบบ AMM ฝังอยู่ในระดับโปรโตคอล โดยในไตรมาส 1 ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ CLOB ที่อ้างอิงสินทรัพย์ issued currency อยู่ที่ 8.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15.3% ส่วนจำนวนผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 19.2% มาอยู่ที่ 8,000 ราย การเติบโตนี้เชื่อมโยงกับการพัฒนาของอินเทอร์เฟซเนทีฟอย่าง XPMarket, First Ledger และ Sologenic
อย่างไรก็ตาม รายงานก็เตือนว่าการตีความตัวเลขเหล่านี้ควรทำอย่างระมัดระวัง เพราะทั้งราคาและมูลค่าตลาดของ ‘XRP’ ยังอ่อนไหวต่อความผันผวนของตลาดคริปโตโดยรวม ขณะที่การเติบโตของ ‘RLUSD’ และ ‘RWA’ ก็ยังผูกกับประสิทธิภาพด้านธุรกิจและความคืบหน้าด้านกฎระเบียบของ ริปเปิล อย่างใกล้ชิด
“ความคิดเห็น” อีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือ รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นตามคำขอของ ริปเปิล จึงมีความจำเป็นที่นักลงทุนต้องตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งควบคู่กันก่อนตัดสินใจ
ถึงกระนั้น หากมองภาพรวม ไตรมาส 1 ปี 2026 ถือเป็นช่วงเวลาที่ XRPL เริ่มหลุดจากภาพจำเดิมในฐานะเครือข่ายสำหรับการชำระเงินเพียงอย่างเดียว และกำลังพัฒนาไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่รองรับการโทเคนไนซ์ สเตเบิลคอยน์ ดีไฟสำหรับสถาบัน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างจริงจัง
Messari Research มองว่า ‘XRP’ กำลังเพิ่มระดับการใช้งานในช่วงที่การยอมรับจากสถาบันขยายตัว โดยมี ‘RWA’, ‘RLUSD’, ETF แบบสปอตในสหรัฐ และฟีเจอร์เชิงกำกับดูแลบนเครือข่ายเป็นฐานสำคัญ แม้อยู่ท่ามกลางช่วงปรับฐานของราคา แต่ความคืบหน้าด้านกิจกรรมบนเชนและการรุกเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักของ ‘XRP’ กับ XRPL ยังน่าจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของระบบนิเวศ ริปเปิล ในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0