Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เยนอ่อน-ดอกเบี้ยญี่ปุ่นขยับ เขย่าเอ็นแครี่เทรด เสี่ยงกดดันกระแสบิตคอยน์(BTC) ระยะถัดไป

กระทรวงการคลังญี่ปุ่นยืนยันเมื่อวันที่ 30 (เวลาท้องถิ่น) ว่าได้เข้าแทรกแซง ‘ซื้อเยน-ขายดอลลาร์’ ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์/เยนร่วงลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเด้งกลับขึ้นมาในเวลาไม่นาน เหตุการณ์นี้สะท้อนอีกครั้งว่าการแทรกแซงเพียงอย่างเดียวแทบไม่อาจเปลี่ยน ‘ทิศทางเยน’ ได้อย่างยั่งยืน หากไม่มีท่าทีด้านนโยบายการเงินมาหนุนเสริม ขณะเดียวกันความคาดหวังต่อการลด ‘ช่องว่างดอกเบี้ย’ ระหว่างสหรัฐ-ญี่ปุ่น กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อกระแสเงินลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ด้วย

เมื่อช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ)มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ในการประชุมเดือนกรกฎาคม แต่ยังส่งสัญญาณชัดว่าจะเดินหน้าท่าที ‘คุมเข้มเพิ่มเติม’ ต่อไป แม้ ‘เยน’ ยังเผชิญแรงกดดันอ่อนค่าจากส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐ-ญี่ปุ่นที่กว้างอยู่มาก แต่ตลาดเริ่มตีความว่า หากญี่ปุ่นค่อยๆ ขยับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่สหรัฐคงดอกเบี้ยหรือเริ่มผ่อนคลายในระยะต่อไป เม็ดเงินบางส่วนอาจไหลกลับจากสินทรัพย์เสี่ยงและ ‘คริปโต’ เพื่อลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

‘เยน’ ถูกกดดันอย่างหนักตลอดสองปีที่ผ่านมา จนทางการญี่ปุ่นต้องเข้าตลาดหลายครั้งเพื่อปกป้องค่าเงิน การแทรกแซงรอบใหญ่ในปี 2024 และล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม สามารถกดค่าเงินดอลลาร์/เยนลงได้ชั่วคราว แต่หลังแรงขายแรกจบลง คู่เงินนี้ก็กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ‘ความคิดเห็น’ ตลาดมองว่าตราบใดที่นักลงทุนยังมองว่า “ดอลลาร์ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอย่างชัดเจน” ความต้องการถือสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ย่อมยังแข็งแกร่ง และ ‘เยนแข็งค่า’ จะเกิดได้อย่างจำกัด

แม้ญี่ปุ่นจะระบุว่ามีการสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับฝั่งสหรัฐ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณของการ ‘แทรกแซงร่วมกัน’ ระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) หรือกระทรวงการคลังสหรัฐ ทำให้การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นมาตรการของญี่ปุ่นเพียงลำพัง นักวิเคราะห์จำนวนมากจึงหันไปโฟกัสที่สัญญาณของ ‘คาซุโอะ อูเอดะ’ ผู้ว่าการ BOJ มากกว่าจะสนใจกำลังยิงกระสุนเงินสำรองระยะสั้น เพราะทิศทาง ‘เยน’ ในระยะกลาง-ยาวสุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับ ‘เส้นทางดอกเบี้ย’ มากกว่าการแทรกแซงเฉพาะกิจ

อีกหนึ่งปัจจัยที่เชื่อมโยงโดยตรงกับตลาด ‘บิตคอยน์(BTC)’ และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก คือโครงสร้างของ ‘เอ็น แครี่เทรด’ กลยุทธ์นี้อาศัยการกู้ยืมเงินเยนที่มีดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น พันธบัตรต่างประเทศ หุ้น หรือแม้แต่ ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ หากอัตราดอกเบี้ยญี่ปุ่นเริ่มทยอยขยับขึ้น ในขณะที่ดอกเบี้ยสหรัฐหยุดปรับเพิ่มหรือเริ่มส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย เสน่ห์ของแครี่เทรดที่ใช้ ‘เยน’ เป็นแหล่งทุนก็จะค่อยๆ ลดลง

อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐ-ญี่ปุ่นยังสูงอยู่มาก ทำให้แครี่เทรดยังคงเป็นโครงสร้างที่ “ทำงานได้” สำหรับนักลงทุนจำนวนไม่น้อย บรรดาสถาบันการเงินและกองทุนเฮดจ์ฟันด์ยังคงใช้ ‘เยน’ เป็นแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำเพื่อไล่ล่าผลตอบแทนในสินทรัพย์เสี่ยงต่อไป

ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจทยอยขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายไตรมาสข้างหน้า มุมมองหนึ่งมองว่ายังมีโอกาสเห็นการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ หากข้อมูลเงินเฟ้อและการเติบโตของค่าจ้างมีความชัดเจนเพียงพอ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า BOJ จะรอให้เห็น ‘เงินเฟ้อที่ยั่งยืน’ และ ‘การขึ้นค่าแรงถาวร’ มากกว่านี้ก่อนจะขยับครั้งใหญ่

กรณีศึกษาใกล้ตัวที่ถูกพูดถึงบ่อยคือเหตุการณ์ในเดือนสิงหาคม 2024 ตอนนั้น BOJ สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ ‘เยน’ แข็งค่าพุ่งขึ้นทันที แรงเหวี่ยงนี้ไปกระทบสถานะที่มีการใช้เลเวอเรจจำนวนมาก โดยเฉพาะกลยุทธ์ ‘เอ็น แครี่เทรด’ ที่ถูกบีบให้ต้องปิดสถานะอย่างรวดเร็ว ทำให้การเทขายต่อเนื่องลุกลามไปยังตลาด ‘บิตคอยน์(BTC)’ และตลาดหุ้น จนราคาทรุดตัวพร้อมกัน

ต่างจากในอดีต ปัจจุบันนักลงทุนเริ่ม “เตรียมใจ” ต่อการขึ้นดอกเบี้ยของญี่ปุ่นมากขึ้น ระดับความประหลาดใจของตลาดจึงน่าจะต่ำกว่าเดิม หลายสำนักวิจัยจึงประเมินว่าความเสี่ยงของ ‘ช็อกแบบฉับพลัน’ ต่อทั้งค่าเงินและราคาคริปโต น่าจะน้อยลงเมื่อเทียบกับรอบก่อน

อย่างไรก็ดี ‘ความคิดเห็น’ ความเสี่ยงที่แท้จริงต่อ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และตลาดสินทรัพย์เสี่ยงคือกรณีที่ BOJ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาด หรือเกิดการแข็งค่าของ ‘เยน’ อย่างฉับพลันจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หากสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น การเร่งปิดสถานะ ‘เอ็น แครี่เทรด’ อาจกลับมาอย่างรุนแรง ดึงให้เม็ดเงินไหลออกจากตลาดคริปโตและตลาดหุ้นพร้อมกัน และทำให้ความผันผวนของราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในภาพรวม ‘เยน’ และนโยบายการเงินของญี่ปุ่นกำลังกลายเป็น “ตัวแปรแฝง” ที่นักลงทุนในตลาด ‘บิตคอยน์(BTC)’ ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป เส้นทางการขึ้นดอกเบี้ยที่ค่อยเป็นค่อยไปอาจสร้างแรงกดดันเพียงจำกัดต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่หากมีการเร่งคุมเข้ม หรือเกิดคลื่นแข็งค่าของเยนอย่างรวดเร็ว วงจรการลดเลเวอเรจและการปิดสถานะแครี่เทรดอาจกลับมาปั่นป่วนตลาดคริปโตอย่างรุนแรงได้

อัตราแลกเปลี่ยนล่าสุด: ดอลลาร์/วอน 1,442.20 วอนต่อดอลลาร์

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1