สเตนี คูเลชอฟ(Stani Kulechov) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเอเว่(AAVE) ระบุว่าความท้าทายต่อไปของอีเธอเรียม(ETH) คือการเสริมความเป็นส่วนตัว ขยายขีดความสามารถในการรองรับธุรกรรม (สเกลอะบิลิตี้) และความปลอดภัย พร้อมทั้งผลักดันแอปพลิเคชันด้านการเงินให้เข้าสู่ออนเชนมากขึ้น
Wu Blockchain รายงานเมื่อวันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) ว่าคูเลชอฟโพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่าวงการควรให้ความสำคัญกับการปรับปรุงโปรโตคอลพื้นฐาน มากกว่าการถกเถียงเรื่องเกม การออกโทเคนจากการสเตกกิง หรือการลดผลตอบแทน โดยคูเลชอฟระบุลำดับความสำคัญในระดับโปรโตคอลไว้ที่ความเป็นส่วนตัว การขยายขีดความสามารถ และความปลอดภัย ส่วนในระดับแอปพลิเคชันเขากล่าวถึงการขยายการใช้งานออนเชนของสเตเบิลคอยน์ การเงินไร้ตัวกลาง (ดีไฟ) และสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) ทั้งนี้ ต้นฉบับโพสต์ X ดังกล่าวไม่สามารถตรวจสอบยืนยันได้โดยตรงจากการค้นหาแบบสาธารณะ
คำกล่าวนี้สอดคล้องบางส่วนกับทิศทางการพัฒนาปี 2026 ที่มูลนิธิอีเธอเรียม(Ethereum Foundation) วางไว้ โดยมูลนิธิเผยแพร่เอกสารลำดับความสำคัญของโปรโตคอลเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ระบุว่าปีนี้จะจัดโครงสร้างงานออกเป็นสามด้านหลัก ได้แก่ การขยายขีดความสามารถ การปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ และการเสริมความปลอดภัยของเลเยอร์ 1
ในด้านการขยายขีดความสามารถ มีการปรับเพดานค่าแก๊ส (gas limit) ให้สูงกว่า 100 ล้าน การเพิ่มความจุของบล็อบ (blob) และการพัฒนาไคลเอนต์สำหรับยืนยันธุรกรรมแบบ Zero-Knowledge EVM (zkEVM) ส่วนด้านความปลอดภัย มูลนิธิระบุว่าการเตรียมพร้อมรับมือคอมพิวเตอร์ควอนตัม (post-quantum) การต้านทานการเซ็นเซอร์ และความสามารถในการฟื้นตัวของเครือข่ายเป็นประเด็นสำคัญ
ความเป็นส่วนตัวก็ถูกจัดเป็นหนึ่งในหลักการพัฒนาหลักเช่นกัน มูลนิธิอีเธอเรียมเผยแพร่เอกสารพันธกิจของมูลนิธิเมื่อวันที่ 13 มีนาคม โดยรวมหลักการต้านทานการเซ็นเซอร์ โอเพนซอร์ส ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัย ไว้ภายใต้ชื่อ ‘CROPS’ พร้อมระบุว่าข้อมูลผู้ใช้ไม่ควรถูกเปิดเผยเกินความจำเป็น และในระยะยาวตัวโปรโตคอลเองก็ต้องเสริมความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้นด้วย
เบื้องหลังที่คูเลชอฟให้น้ำหนักกับแอปพลิเคชันด้านการเงินคือทิศทางธุรกิจของเอเว่เอง โดยในรายงานสรุปผลประจำปี 2025 เอเว่ระบุว่ามูลค่าเงินฝากในโปรโตคอลเคยพุ่งแตะ 75 พันล้านดอลลาร์ในช่วงหนึ่ง ก่อนจะปิดท้ายปีที่ 55 พันล้านดอลลาร์
ในช่วงเวลาเดียวกัน มูลค่าสินทรัพย์สะสมที่ถูกนำมาฝากในเอเว่ทะลุ 3 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดสินเชื่อสะสมที่ปล่อยออกไปก็สูงกว่า 950 พันล้านดอลลาร์
เอเว่ แล็บส์(Aave Labs) ยังดำเนินตลาดสินเชื่อบนเครือข่ายอีเธอเรียมชื่อ ‘เอเว่ ฮอไรซัน(Aave Horizon)’ ซึ่งเจาะกลุ่มสถาบันและผู้ใช้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ โดยออกแบบให้ผู้ใช้สามารถนำสินทรัพย์โลกจริงที่แปลงเป็นโทเคน (RWA) มาวางค้ำประกันเพื่อกู้ยืมสเตเบิลคอยน์ได้
ในช่วงเปิดตัว สินทรัพย์ค้ำประกันรวมผลิตภัณฑ์จาก Superstate และเซนทริฟิวจ์(Centrifuge) ส่วนสินทรัพย์ที่สามารถกู้ยืมได้มี GHO ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ของเอเว่เอง รวมถึงริปเปิลยูเอสดี(RLUSD) และยูเอสดีคอยน์(USDC)
ข้อมูลจากเครือข่าย RWA.xyz ระบุว่า ณ วันที่ 12 มีนาคม 2026 มูลค่าสินทรัพย์โลกจริงแบบกระจายศูนย์ (RWA) อยู่ที่ 26.55 พันล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้มูลค่าสินทรัพย์โลกจริงแบบกระจายศูนย์บนเครือข่ายอีเธอเรียมอยู่ที่ 15.427 พันล้านดอลลาร์
สเตเบิลคอยน์และสินทรัพย์แปลงโทเคนจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญในการถกเถียงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินบนอีเธอเรียม โดยความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และการขยายขีดความสามารถ ถูกมองว่าเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่จะทำให้แอปพลิเคชันด้านการเงินรองรับสินทรัพย์และผู้ใช้งานในระดับที่ใหญ่ขึ้นได้
ก่อนหน้านี้คูเลชอฟเคยแสดงความเห็นว่าการปรับลดผลตอบแทนจากการสเตกกิงของอีเธอเรียมอาจบั่นทอนความต้องการจากฝั่งสถาบันและกิจกรรมการปล่อยกู้ในตลาดดีไฟ คำกล่าวล่าสุดนี้จึงตอกย้ำมุมมองที่ว่าควรเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานระดับโปรโตคอลก่อน เพื่อรองรับการทำงานของสเตเบิลคอยน์ ดีไฟ และสินทรัพย์โลกจริงในอนาคต มากกว่าจะทุ่มความสำคัญไปที่แอปพลิเคชันใดแอปพลิเคชันหนึ่งโดยเฉพาะ
ความคิดเห็น 0