เอสเคกรุ๊ป (SK Group) ยื่นขอให้ทางการเกาหลีใต้ผ่อนปรนกฎการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ก่อนที่บริษัทลูกอย่างโซลิดิม (Solidigm) จะเข้าจดทะเบียนในตลาดแนสแด็ก (Nasdaq) ตามรายงานล่าสุด ขณะที่ขั้นตอน IPO ของเกาหลีใต้กำลังถูกปรับให้คล่องตัวขึ้นบางส่วน แต่มาตรฐานคุ้มครองผู้ถือหุ้นกรณีบริษัทลูกจดทะเบียนซ้ำกลับเข้มงวดขึ้นในเวลาเดียวกัน
สำนักข่าวคริปโตบรีฟฟิ่ง (CryptoBriefing) รายงานว่าเอสเคกรุ๊ปกำลังขอให้ผ่อนปรนกฎระเบียบเพื่อเปิดทางให้โซลิดิมเข้าตลาดหุ้น พร้อมระบุถึงแผนระดมทุนก่อน IPO (Pre-IPO) มูลค่า 5-10 ล้านล้านวอน และมูลค่าบริษัทที่ประเมินไว้ราว 50 ล้านล้านวอน
เอสเค ไฮนิกซ์ (SKHY) มีมติเมื่อเดือนมกราคม 2026 โอนธุรกิจขาย 'แนนด์แฟลช' และ 'โซลิดสเตตไดรฟ์' (SSD) รวมถึงงานวิจัยพัฒนาของบริษัทย่อยเอสเค ไฮนิกซ์ แนนด์ โปรดักต์ โซลูชันส์ (SK hynix NAND Product Solutions Corp.) ไปยังนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นใหม่ในชื่อโซลิดิม โดยเอกสารเปิดเผยข้อมูลระบุมูลค่าการโอนไว้ที่ 15.3695 ล้านล้านวอน
การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะทำให้โซลิดิมกลายเป็นนิติบุคคลที่ดูแลธุรกิจลงทุนด้าน AI และโซลูชันที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เอกสารเปิดเผยข้อมูลระบุเกี่ยวกับแผนปรับโครงสร้างในอนาคตว่า “ยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ ณ วันที่ยื่นเอกสาร” ทำให้แผนจดทะเบียนแยกต่างหากและแผนระดมทุนยังไม่ได้รับการยืนยัน
ก่อนหน้ารายงานฉบับนี้ โทเคนโพสต์เคยรายงานว่าโซลิดิมเดินหน้าระดมทุนก่อน IPO โดยตั้งเป้ามูลค่าบริษัทไว้ที่ 50 ล้านล้านวอน มาแล้ว โซลิดิมเป็นบริษัทลูกในสหรัฐฯ ที่เอสเค ไฮนิกซ์ตั้งขึ้นช่วงปลายปี 2021 หลังเข้าซื้อธุรกิจแนนด์และ SSD จากอินเทล (Intel)
ธุรกิจของโซลิดิมเชื่อมโยงโดยตรงกับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI เนื่องจากความเร็วในการประมวลผลข้อมูลและประสิทธิภาพการระบายความร้อนของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีผลต่อประสิทธิภาพโดยรวมของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการฝึกและประมวลผล AI ขนาดใหญ่ ก่อนหน้านี้โทเคนโพสต์เคยรายงาน กรณี SSD ของโซลิดิมถูกนำไปใช้ในศูนย์ข้อมูล AI ของคอร์วีฟ (CoreWeave) มาแล้วเช่นกัน
ด้านเอสเค ไฮนิกซ์เองได้นำใบแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศของสหรัฐฯ (ADR) เข้าจดทะเบียนในตลาดแนสแด็ก โกลบอล ซีเล็คต์ มาร์เก็ต (Nasdaq Global Select Market) เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ภายใต้สัญลักษณ์การซื้อขาย SKHY โดยหุ้นสามัญที่นำไปจดทะเบียนมีจำนวน 17.79 ล้านหุ้น และ ADR ที่ออกเพื่อรองรับหุ้นดังกล่าวมีจำนวน 177.9 ล้านหน่วย
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่าเอสเค ไฮนิกซ์ระดมทุนจากการจดทะเบียนในแนสแด็กครั้งนี้ได้ 2.65 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.7365 ล้านล้านวอน) ริชาร์ด โคลด (Richard Clode) ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนจากจานัส เฮนเดอร์สัน กล่าวว่า “การจดทะเบียน ADR ของเอสเค ไฮนิกซ์เปิดโอกาสให้นักลงทุนในสหรัฐฯ และทั่วโลกที่เข้าไม่ถึงหุ้นเกาหลีในประเทศ ได้เข้าถึงผู้นำด้านหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM)” คำกล่าวนี้สะท้อนว่า ADR กลายเป็นช่องทางสำคัญที่เปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงหุ้นเทคโนโลยีเกาหลีได้ง่ายขึ้น
ADR คือใบแสดงสิทธิที่ทำให้หุ้นของบริษัทต่างชาติสามารถซื้อขายได้ในตลาดสหรัฐฯ นักลงทุนสามารถซื้อขายเป็นเงินดอลลาร์ในช่วงเวลาทำการของตลาดสหรัฐฯ ซึ่งช่วยเพิ่มการเข้าถึงให้กับนักลงทุนในพื้นที่ แต่ส่วนต่างราคาระหว่างหุ้นแม่ในประเทศกับ ADR รวมถึงความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน ก็อาจส่งผลต่อการซื้อขายได้เช่นกัน
นโยบายจดทะเบียนซ้ำของเกาหลีใต้ในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองผู้ถือหุ้นเป็นหลัก คณะกรรมการกำกับดูแลการเงินเกาหลี (FSC) และตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (KRX) ระบุเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมว่าจะห้ามการ 'จดทะเบียนซ้ำแบบไม่สมมาตร' ซึ่งไม่คำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทั่วไปของบริษัทแม่อย่างเข้มงวด
มาตรฐานนี้ครอบคลุมถึงกรณีที่บริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศด้วย คณะกรรมการบริษัทแม่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ ประเมินผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น จัดทำมาตรการคุ้มครองผู้ถือหุ้น ยืนยันการสื่อสารหรือความยินยอมจากผู้ถือหุ้น ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบการจดทะเบียน และเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะ
การจดทะเบียนของบริษัทลูกช่วยเปิดช่องทางระดมทุนที่เป็นอิสระได้ แต่ก็สร้างความกังวลให้กับผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ว่ามูลค่าของธุรกิจหลักอาจถูกแยกออกไป การที่หน่วยงานกำกับดูแลขยายขอบเขตการตรวจสอบไปถึงการจดทะเบียนในต่างประเทศด้วยนั้น ก็เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นทั่วไปของบริษัทแม่ไม่ว่าจะจดทะเบียนที่ใดก็ตาม
ในทางกลับกัน ขั้นตอน IPO เองกลับถูกปรับให้มีความคล่องตัวมากขึ้นบางส่วน โดยคณะกรรมการกำกับดูแลการเงินเกาหลี (FSC) เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมว่าได้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายลำดับรองเพื่อนำระบบ 'สำรวจความต้องการซื้อล่วงหน้า' และระบบ 'นักลงทุนคอร์เนอร์สโตน' (Cornerstone Investor) เข้ามาใช้ โดยระบบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้
การสำรวจความต้องการซื้อล่วงหน้าเป็นขั้นตอนที่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์สำรวจความต้องการด้านราคาและปริมาณจากนักลงทุนสถาบันที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ก่อนยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ ส่วนนักลงทุนคอร์เนอร์สโตนหมายถึงนักลงทุนสถาบันที่ได้รับจัดสรรหุ้น IPO บางส่วนล่วงหน้า โดยมีเงื่อนไขห้ามขายหุ้นในช่วงเวลาที่กำหนด ทั้งสองระบบนี้จะใช้กับตลาด IPO ทั้งหมด ไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณีของโซลิดิม
ทั้งนี้ รัฐบาลและพรรครัฐบาลเกาหลีใต้กำลังผลักดันกฎหมายและงบประมาณสนับสนุนคลัสเตอร์เซมิคอนดักเตอร์และโครงการลงทุนด้าน AI ควบคู่กันไป สะท้อนโครงสร้างที่ภาครัฐยังคงสนับสนุนการลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องขั้นตอนคุ้มครองผู้ถือหุ้นแยกต่างหากสำหรับการจดทะเบียนของบริษัทในเครือ
หากประเด็นการจดทะเบียนของโซลิดิมจะพัฒนาไปสู่ขั้นตอนที่เป็นรูปธรรม เอสเค ไฮนิกซ์จะต้องเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมกับที่คณะกรรมการบริษัทแม่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนคุ้มครองผู้ถือหุ้น ด้านหน่วยงานกำกับดูแลการเงินมีกำหนดสรุปมาตรฐานรายละเอียดเรื่องการจดทะเบียนซ้ำ และเริ่มบังคับใช้ระบบ IPO ที่ปรับปรุงใหม่ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป
ความคิดเห็น 0