บริษัทเฉพาะกิจ บีซีพีอี แพนเจีย เคย์แมน2 (BCPE Pangea Cayman2) ซึ่งมี เอสเค ไฮนิกซ์(SK Hynix) เป็นผู้ลงทุน ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ เกียวเซีย โฮลดิ้งส์(Kioxia Holdings) บริษัทผลิตหน่วยความจำแฟลชแบบแนนด์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นตามสิทธิออกเสียง 'ร้อยละ 14.19'
ตามข้อมูลการเปิดเผยหุ้นของเกียวเซียเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ผู้ถือหุ้นใหญ่เปลี่ยนจาก โตชิบะ(Toshiba) มาเป็นบีซีพีอี แพนเจีย เคย์แมน2 โดยโตชิบะขายหุ้นออกไปรวม 7 ครั้งระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม ถึง 3 สิงหาคม ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงจาก 15.10% เหลือ 14.06%
อย่างไรก็ตาม เอสเค ไฮนิกซ์ ไม่ได้เข้าซื้อหุ้นเกียวเซียโดยตรง ย้อนไปปี 2018 เอสเค ไฮนิกซ์ลงทุนในเกียวเซียผ่านบริษัทเฉพาะกิจ 2 แห่ง รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านล้านวอน ในจำนวนนี้ส่วนที่เกี่ยวข้องกับบีซีพีอี แพนเจีย เคย์แมน2 ซึ่งยังถือครองอยู่มีมูลค่าประมาณ 1.3 ล้านล้านวอน โดยลงทุนผ่าน 'หุ้นกู้แปลงสภาพ'
รายงานหลักทรัพย์ประจำปีงบการเงินสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 ของเกียวเซียระบุว่า เอสเค ไฮนิกซ์ถือหุ้นกู้แปลงสภาพที่เกี่ยวข้องกับหุ้นสามัญของเกียวเซียจำนวน 77.4 ล้านหุ้น ผ่านบีซีพีอี แพนเจีย เคย์แมน2 โดย ณ เวลาที่จัดทำรายงาน บีซีพีอี แพนเจีย เคย์แมน2 ถือหุ้นในสัดส่วน 14.17% เมื่อคำนวณจากหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด และ 14.19% เมื่อคำนวณตามสิทธิออกเสียง
ทั้งนี้ การเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ได้แปลว่าเอสเค ไฮนิกซ์จะมี 'อำนาจบริหารจัดการ' เพิ่มขึ้นทันที เพราะรายงานของเกียวเซียระบุข้อตกลงไว้ว่า เอสเค ไฮนิกซ์จะไม่ถือสิทธิออกเสียงเกิน 15% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท จนถึงปี 2028
หากหุ้นกู้แปลงสภาพถูกแปลงเป็นหุ้นสามัญ เอสเค ไฮนิกซ์จะสามารถใช้สิทธิออกเสียงผ่านบริษัทเฉพาะกิจดังกล่าวได้ แต่ต้องผ่านขั้นตอนตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของแต่ละประเทศ รวมถึงกฎหมายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นด้วย
เกียวเซียเป็นผู้ผลิตหน่วยความจำแฟลชแบบแนนด์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และแข่งขันกับเอสเค ไฮนิกซ์ในตลาดเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำโดยตรง โดยในรายงานหลักทรัพย์ของเกียวเซียเองก็ระบุเอสเค ไฮนิกซ์เป็นคู่แข่งเช่นกัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลหุ้นของเกียวเซีย, รายงานหลักทรัพย์ประจำปีงบการเงินสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 ของเกียวเซีย, ต้นฉบับจาก BlockBeats
ความคิดเห็น 0