เด็คต้า (Decta) แพลตฟอร์มชำระเงิน นำสกุลเงินดิจิทัลแบบคงที่ยูเอสดีคอยน์ (USDC) มาใช้ในการปิดบัญชีระหว่างประเทศสำหรับเงินทุนของบริษัทเอง แทนที่จะนำสเตเบิลคอยน์ไปใช้ในหน้าจอชำระเงินของลูกค้า บริษัทเลือกใช้กับงานการเงินภายในก่อน อาทิ การโอนเงินระหว่างนิติบุคคลในต่างประเทศ และการบริหารสภาพคล่อง
เด็คต้าวางแผนแปลงเงินทุนของบริษัทเป็นยูเอสดีคอยน์ผ่านโอเพนเพย์ด (OpenPayd) บริษัทโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน เพื่อใช้ในการปิดบัญชีสำหรับการดำเนินงานระหว่างประเทศ ตามรายงานของคอยน์เทเลกราฟ (Cointelegraph) เมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) โครงสร้างนี้แยกออกจากกระแสการชำระเงินของลูกค้าและร้านค้าโดยสิ้นเชิง
ลักซ์ เทียการาจาห์ (Lux Thiagarajah) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ (CCO) ของโอเพนเพย์ด กล่าวว่า “นี่ไม่ใช่กระแสการชำระเงินสำหรับลูกค้า แต่เป็นกรณีการใช้งานด้านการเงินของบริษัทเอง” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าสเตเบิลคอยน์ถูกใช้เป็นเครื่องมือบริหารเงินทุนภายในองค์กร ไม่ใช่ช่องทางชำระเงินสำหรับผู้บริโภค
เด็คต้าจะโอนเงินทุนของบริษัทเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของโอเพนเพย์ด จากนั้นแปลงเป็นยูเอสดีคอยน์ผ่านฟังก์ชันการซื้อขายนอกตลาด (OTC) เงินที่แปลงแล้วจะนำไปใช้ปิดบัญชีการดำเนินงานระหว่างนิติบุคคลในแต่ละประเทศ
เป้าหมายการใช้งานที่เด็คต้าระบุไว้มี △การโอนเงินระหว่างนิติบุคคลในต่างประเทศ △การบริหารสภาพคล่อง △การลดความซับซ้อนของงานการเงิน โดยยังคงมาตรฐานการควบคุมทางการเงินและกฎระเบียบเดิมไว้เช่นเดิม
สกอตต์ ดอว์สัน (Scott Dawson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เด็คต้า สาขาอังกฤษ กล่าวว่า “เราต้องการทำให้การดำเนินงานด้านการเงินรวดเร็ว เรียบง่าย และยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมกับรักษาหลักการควบคุมและกฎระเบียบเดิมไว้” คำพูดนี้ชี้ว่าขอบเขตการนำเทคโนโลยีมาใช้ถูกจำกัดอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในเท่านั้น
เด็คต้าเป็นแพลตฟอร์มชำระเงินที่ก่อตั้งขึ้นในกรุงลอนดอนเมื่อปี 2015 ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินสำหรับองค์กร ทั้งการประมวลผลการชำระเงิน การรับชำระเงิน (Acquiring) การออกบัตร และบริการธนาคาร ปัจจุบันมีลูกค้าหลายร้อยรายใน 32 ประเทศ
โดยทั่วไปการปิดบัญชีเงินทุนระหว่างประเทศของบริษัทมักได้รับผลกระทบจากเวลาทำการของธนาคารและขั้นตอนการประมวลผลผ่านธนาคารตัวกลาง บริษัทที่ดำเนินธุรกิจในหลายประเทศจึงต้องบริหารสภาพคล่องและเงินสำรองล่วงหน้าของแต่ละนิติบุคคลไปพร้อมกัน
สเตเบิลคอยน์คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกแบบให้มูลค่าผูกติดกับเงินตราสกุลหลัก ฝ่ายการเงินขององค์กรสามารถใช้เชื่อมโยงเงินตราสกุลหลักกับสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อโอนเงินทุน โดยไม่ต้องให้ลูกค้าสัมผัสกับสเตเบิลคอยน์โดยตรง
การนำระบบนี้มาใช้ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าของเด็คต้าจะชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยยูเอสดีคอยน์ ประสบการณ์การชำระเงินของผู้บริโภคและเงื่อนไขการรับชำระของร้านค้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทันที
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นพร้อมกับกระแสที่ภาคธนาคารพยายามนำระบบชำระเงินด้วยเงินฝากแบบโทเคน (Tokenized Deposit) มาใช้กับลูกค้าองค์กร ซึ่งสะท้อนว่าเทคโนโลยีการปิดบัญชีบนสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังขยายเข้าสู่งานการเงินขององค์กรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เด็คต้ากำหนดขอบเขตเริ่มต้นไว้ที่การโอนเงินภายใน ไม่ใช่การออกสเตเบิลคอยน์เองหรือการชำระเงินสำหรับลูกค้า
โอเพนเพย์ดเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่เชื่อมโยงเงินตราสกุลหลักกับสินทรัพย์ดิจิทัล ในความร่วมมือครั้งนี้ โอเพนเพย์ดทำหน้าที่สนับสนุนการแปลงเงินทุนของเด็คต้าเป็นยูเอสดีคอยน์และนำไปใช้ปิดบัญชีระหว่างประเทศ
ตามบัญชีรายชื่อ (White List) ของสำนักงานกำกับตลาดการเงินฝรั่งเศส (AMF) บริษัท OP Digital Services Limited ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหภาพยุโรป (MiCA) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 โดยขอบเขตใบอนุญาตครอบคลุม △การรับฝากดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล △การแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราสกุลหลักกับสินทรัพย์ดิจิทัล △บริการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล
ก่อนหน้านี้เด็คต้าเคยพิจารณาการออกสเตเบิลคอยน์ของตัวเองด้วย โดยเด็คต้า ลิมิเต็ด (Decta Limited) และเน็กซ์ เจเนอเรชัน (Next Generation) บริษัทฟินเทคของฝรั่งเศส เปิดเผยเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ว่ากำลังหารือความเป็นไปได้ในการออกสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับเงินยูโร โดยแนวคิดดังกล่าวมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ MiCA และได้รับการอนุมัติจากธนาคารกลางไอร์แลนด์
กรณีนี้แสดงให้เห็นรูปแบบที่บริษัทชำระเงินเลือกนำสเตเบิลคอยน์ไปใช้กับการปิดบัญชีภายในและการจัดสรรสภาพคล่องก่อนการชำระเงินของลูกค้า ส่วนผลกระทบที่จะเกิดกับบริษัทชำระเงินและฟินเทคในประเทศยังต้องติดตามและตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: คอยน์เทเลกราฟ, เด็คต้า, สำนักงานกำกับตลาดการเงินฝรั่งเศส
ความคิดเห็น 0