Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

โคสแดคปิดบวก 0.39% แตะ 857.84 จุด

ดัชนีโคสแดค (KOSDAQ) ปิดตลาดวันที่ 11 ที่ระดับ 857.84 จุด เพิ่มขึ้น 3.37 จุด หรือ 0.39% จากวันก่อนหน้า หลังเปิดตลาดในแดนลบแต่สามารถลบล้างการปรับตัวลงระหว่างวันและพลิกกลับมาเป็นบวกได้ในช่วงท้าย

สำนักข่าวเอเชียคยองเจ(Asia Economy) รายงานตัวเลขปิดตลาดโคสแดคของวันดังกล่าว โดยระบุว่าดัชนีเปิดตลาดที่ 848.59 จุด ลดลง 5.88 จุด หรือ 0.69% จากวันก่อนหน้า

ก่อนหน้านี้ในวันที่ 10 ดัชนีโคสแดคปิดตลาดที่ 854.47 จุด เพิ่มขึ้น 55.66 จุด หรือ 6.97% ส่วนราคาปิดของวันที่ 11 ยังคงยืนอยู่เหนือระดับ 850 จุดที่ฟื้นตัวกลับมาได้ตั้งแต่วันก่อนหน้า

ทั้งนี้ TokenPost เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีโคสแดคเปิดตลาดช่วงเช้าของวันที่ 11 ที่ 848.59 จุด ลดลง 0.69% จากวันก่อนหน้า ดัชนีที่หลุดระดับ 850 จุดในช่วงเปิดตลาดสามารถดึงส่วนที่ปรับตัวลงระหว่างวันกลับคืนมาได้ทั้งหมด

ในวันเดียวกัน ดัชนีคอสปี้(KOSPI) ปิดตลาดที่ 6,345.53 จุด เพิ่มขึ้น 45.87 จุด หรือ 0.73% จากวันก่อนหน้า ทำให้ทั้งตลาดหลักคอสปี้และตลาดโคสแดคปิดบวกพร้อมกันในวันเดียวกัน

การดีดตัวขึ้นระยะสั้นของโคสแดคในช่วงที่ผ่านมาถือว่ามีขนาดใหญ่ ดัชนีปรับตัวขึ้นรวม 32.5% ตลอด 7 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ 31 เดือนก่อน โดยในจำนวนนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นถึง 6 จาก 7 วันทำการ

เมื่อวันที่ 10 ดัชนีปรับตัวขึ้นถึง 55.66 จุดภายในวันเดียว ขึ้นไปแตะระดับ 854.47 จุด โดย อัตราการฟื้นตัวเทียบกับจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 30 เดือนก่อนอยู่ที่ 32.52%

นับตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงวันที่ 10 ดัชนีโคสแดคปรับตัวขึ้นรวม 18.72% ขณะที่ดัชนีคอสปี้ในช่วงเวลาเดียวกันปรับตัวลง 4.48%

ด้านแรงซื้อขาย นักลงทุนสถาบันเป็นกลุ่มที่มีแรงซื้อโดดเด่นที่สุด โดยนับตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงวันที่ 10 นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิในตลาดโคสแดครวม 1.224 ล้านล้านวอน

ในช่วงเวลาเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1.182 ล้านล้านวอน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 8.1 หมื่นล้านวอน แรงซื้อสุทธิของนักลงทุนสถาบันถือเป็นแกนหลักด้านแรงซื้อขายในช่วงการดีดตัวระยะสั้นครั้งนี้

ตลาดโคสแดคเป็นตลาดที่มีสัดส่วนหุ้นเติบโตและธุรกิจขนาดกลาง-เล็กรวมถึงกลุ่มเวนเจอร์อยู่ในระดับสูง จึงมักมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย สภาพคล่อง และการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนแต่ละกลุ่มเป็นพิเศษ

คัง ฮยอนกี (Kang Hyun-ki) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ดีบี (DB Securities) ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 11 ว่า “ระดับอัตราดอกเบี้ยในตลาดขณะนี้ยังอยู่ในระดับสูง และหากเรียงลำดับกลุ่มที่เสียเปรียบมากที่สุด จะเรียงจากโคสแดค รถยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ตามลำดับ” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าภาวะดอกเบี้ยสูงอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดโคสแดคมากกว่ากลุ่มอื่นเมื่อเทียบกัน

นักวิเคราะห์คังยังประเมินว่า หากราคาหุ้นปรับตัวลงแรง แรงดีดตัวกลับตามธรรมชาติก็จะยิ่งมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย และหลังจากนั้นตลาดจะเข้าสู่กระบวนการค้นหาปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงซึ่งอาจทำให้เกิดความผันผวนตามมา นั่นหมายความว่าควรแยกพิจารณาระหว่างการดีดตัวระยะสั้นกับแนวโน้มขาขึ้นที่เป็นเทรนด์ต่อเนื่อง

ขณะที่ ลี คยองมิน (Lee Kyung-min) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์แดชิน (Daishin Securities) กล่าวว่า “ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่เข้าสู่ช่วงพักฐาน เม็ดเงินลงทุนกำลังกระจายตัวไปยังหุ้นโคสแดคและหุ้นที่เคยถูกมองข้าม” เป็นการวิเคราะห์ว่าการเคลื่อนย้ายเงินทุนระยะสั้นมีส่วนสนับสนุนการดีดตัวของโคสแดคในครั้งนี้

ดัชนีโคสแดคของวันดังกล่าวเปิดตลาดในแดนลบก่อนพลิกกลับมาเป็นบวกและปิดตลาดที่ 857.84 จุดในที่สุด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1