โซคาร์ (Socar, 403550) รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2026 แบบงบการเงินรวมที่ 6,800 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 271% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8 ที่ทำกำไรได้ ท่ามกลางรายได้และกำไรที่เติบโตพร้อมกัน บริษัทเตรียมเดินหน้าธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลรถยนต์ไร้คนขับในช่วงครึ่งปีหลัง
โซคาร์เปิดเผยผ่านการแจ้งข้อมูลเมื่อวันที่ 11 ว่ารายได้รวมไตรมาส 2 อยู่ที่ 121,000 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 271% แตะ 6,800 ล้านวอน ซึ่งเป็นตัวเลขเบื้องต้น
กำไรสุทธิของบริษัทพลิกเป็นบวกที่ 6,500 ล้านวอน ส่วนงบการเงินเฉพาะกิจการที่ไม่รวมบริษัทลูก มีรายได้ 115,200 ล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงาน 8,800 ล้านวอน
ชั่วโมงการใช้งานบริการคาร์แชริ่งเพิ่มขึ้น 9.3% จากปีก่อน แตะ 13.21 ล้านชั่วโมง โดยระยะเวลาการใช้งานต่อครั้งของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยาวนานกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในกว่า 2 เท่า
ความต้องการจากลูกค้าองค์กรก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน จำนวนบริษัทที่สมัครใช้บริการใหม่ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 6.6 เท่าจากปีก่อน ขณะที่รายได้จากลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้น 17%
โซคาร์ยังคงนโยบายค่าบริการฟรีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในให้บริการฟรีในระยะทางไม่เกิน 30 กิโลเมตร และตรึงค่าบริการส่วนที่เหลือไว้ที่ระดับก่อนราคาน้ำมันปรับขึ้น
บริการคาร์แชริ่งระดับพรีเมียม 'Black Label' เป็นบริการที่ส่งมอบรถยนต์ที่ผ่านการล้างทำความสะอาดและตรวจสภาพ รวมถึงชาร์จไฟหรือเติมน้ำมันมาแล้วอย่างน้อย 80% ไปยังสถานที่ที่ลูกค้าต้องการ โดยมีรถเทสลา(TSLA) รุ่น Model S และ Model X ให้บริการผ่านโปรแกรมนี้ด้วย
ในไตรมาส 2 รายได้ต่อคันของรถยนต์ในกลุ่ม Black Label สูงกว่ารถคาร์แชริ่งทั่วไปถึง 61% ขณะที่กำไรขั้นต้นต่อคันสูงกว่าถึง 103%
แพลตฟอร์มที่จอดรถ Modu Parking ก็เติบโตต่อเนื่อง โดยมีรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 3,300 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน ส่วนมูลค่าธุรกรรมรายไตรมาสทะลุ 20,000 ล้านวอน ทำสถิติสูงสุดใหม่
โซคาร์วางเป้าหมายหลักในครึ่งปีหลังไว้ 3 ด้าน ได้แก่ △เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วย AI △เสริมความแข็งแกร่งของโมเดล 'ฟูลสแตกโมบิลิตี้' และ △สะสมข้อมูลสำหรับรถยนต์ไร้คนขับ โดยวางแผนนำ AI มาใช้ในการดำเนินงานทุกส่วนเพื่อลดค่าใช้จ่ายทางอ้อมลง 15% พร้อมเชื่อมต่อกับเสิร์ชเอนจิน AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) เพื่อขยายฐานผู้ใช้งานใหม่
ฟูลสแตกโมบิลิตี้เป็นกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงบริการคาร์แชริ่ง การสมัครสมาชิกแบบรายเดือน และการขายรถมือสอง เข้าไว้ในโครงสร้างการบริหารสินทรัพย์รถยนต์เดียวกัน โซคาร์ระบุว่าจะเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างที่ครอบคลุมวงจรชีวิตทั้งหมดของรถยนต์ และเตรียมเปิดตัวบริการใหม่ในครึ่งปีหลัง
ธุรกิจใหม่ด้านรถยนต์ไร้คนขับอยู่ภายใต้การดูแลของเอเป็กซ์โมบิลิตี้ (Apex Mobility) บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งจะนำข้อมูลการขับขี่ที่โซคาร์สะสมไว้มาประมวลผลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และมีแผนเริ่มให้บริการรถยนต์ที่ติดตั้งชุดเซนเซอร์ครบวงจร (full sensor kit) เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับการเรียนรู้ของระบบ โดยเร็วที่สุดภายในปีนี้
ชุดเซนเซอร์ครบวงจรคืออุปกรณ์เซนเซอร์ที่จำเป็นสำหรับให้รถยนต์ไร้คนขับรับรู้สภาพแวดล้อมโดยรอบและสถานะของตัวรถ ข้อมูลที่ได้จากการขับขี่จริงจะถูกนำไปใช้ในการฝึกฝนและทดสอบระบบขับขี่อัตโนมัติ
เอเป็กซ์โมบิลิตี้ระดมทุนผ่านการเพิ่มทุนมูลค่า 65,000 ล้านวอนจากโซคาร์ ทำให้ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม บริษัทมีทุนจดทะเบียนรวม 150,000 ล้านวอน ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการประมวลผลข้อมูลรถยนต์ไร้คนขับและการเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการรถยนต์
ปาร์ค แจอุค (Park Jae-wook) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทั้งโซคาร์และเอเป็กซ์โมบิลิตี้ กล่าวว่า “เราจะเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างที่สร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมทั้งวางนโยบายคืนมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับมูลค่าองค์กร” คำกล่าวนี้สะท้อนทิศทางของบริษัทที่ให้น้ำหนักกับทั้งความสามารถในการทำกำไรและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นไปพร้อมกัน เขากล่าวเสริมว่า “ในครึ่งปีหลัง เราจะเสริมความแข็งแกร่งของบริการ 'ฟูลสแตกโมบิลิตี้' ที่ครอบคลุมความต้องการรถยนต์ตลอดวงจรชีวิต พร้อมเร่งเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการรถยนต์ที่ติดตั้งชุดเซนเซอร์ครบวงจรของเอเป็กซ์โมบิลิตี้ ซึ่งเป็นบริษัทใหม่ด้านรถยนต์ไร้คนขับ”
โซคาร์เดินหน้าซื้อหุ้นคืนของบริษัทเองโดยมีเป้าหมายเพื่อยกเลิกหุ้นทั้งหมด และอยู่ระหว่างพิจารณาแผนยกเลิกหุ้นที่ซื้อคืนทั้งหมดในครึ่งปีหลัง พร้อมประกาศแผนยกระดับมูลค่าองค์กรควบคู่กันไป
ความคิดเห็น 0