วีเมดแม็กซ์ (Wemade Max) พุ่งขึ้นแตะเพดานราคาในวันที่ 11 ผลักดันให้หุ้นกลุ่มเกมของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นพร้อมกันทั้งกลุ่ม ปรากฏการณ์นี้สะท้อนกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่หุ้นเกมขนาดกลางและเล็กซึ่งเคยถูกตลาดมองข้ามมาตลอดทั้งปี
หนังสือพิมพ์ Korea Economic Daily รายงานว่าในวันเดียวกันนี้ วีเมดแม็กซ์ปิดตลาดที่ตลาดคอสแดค (KOSDAQ) ด้วยราคา 4,390 วอน เพิ่มขึ้น 29.88% จากวันทำการก่อนหน้า ทั้งอัตราเพิ่มขึ้นและราคาปิดเป็นตัวเลข ณ เวลาปิดตลาด
แบลลอฟ (Ballop) ก็พุ่งขึ้นถึง 23.56% เช่นกัน ขณะที่วีเมด (Wemade) เพิ่มขึ้น 13.42% และเอ็นซีซอฟท์ (NCsoft) เพิ่มขึ้น 4.93% สะท้อนว่าแรงซื้อไหลเข้าหุ้นเกมขนาดกลางถึงใหญ่ด้วยเช่นกัน
เมื่อเทียบกันรายตัว หุ้นขนาดกลางและเล็กปรับขึ้นแรงกว่าอย่างชัดเจน โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของวีเมดแม็กซ์และแบลลอฟสูงกว่าวีเมดและเอ็นซีซอฟท์อย่างมาก
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เรียกว่า 'การหมุนเวียนเงินทุน' หรือเงินที่เคยกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมหรือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเคลื่อนย้ายไปยังเป้าหมายใหม่ มักเกิดขึ้นเมื่อหุ้นที่ขึ้นมาก่อนเริ่มมีแรงกดดันด้านราคาสูงขึ้น หรือเมื่อมีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุนหุ้นที่เคยถูกมองข้าม ทำให้แรงซื้อขยายไปยังหุ้นเหล่านั้น
ครั้งนี้หุ้นเกมขนาดกลางและเล็กที่ตลาดไม่ค่อยให้ความสนใจตลอดทั้งปีกลายเป็นเป้าหมายของการหมุนเวียนเงินทุนดังกล่าว นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าเกิดการประเมินมูลค่าใหม่ในกลุ่มบริษัทเกมที่ยังมีเกมใหม่ที่น่าจับตารออยู่
แม้โครงสร้างตลาดหุ้นเกาหลีใต้จะแตกต่างจากต่างประเทศ แต่ปรากฏการณ์แรงซื้อขยายตัวออกจากหุ้นนำตลาดก็เคยเกิดขึ้นในต่างประเทศเช่นกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงาน กระแสแรงซื้อในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เคยกระจุกตัวในหุ้นกลุ่ม AI ขยายตัวออกไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิม มาแล้ว
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเกมถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ยากจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเพียงเพราะภาวะอุตสาหกรรมฟื้นตัว ต่างจากกลุ่มผู้ผลิต เนื่องจากความสำเร็จของแต่ละเกมส่งผลโดยตรงต่อยอดขายและกำไรของแต่ละบริษัท
ผู้จัดการกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กรายหนึ่งที่ Korea Economic Daily สัมภาษณ์ กล่าวว่า "หลังจบยุคที่โควิด-19 หนุนธุรกิจเกมเป็นพิเศษ อุตสาหกรรมเกมก็กลับสู่ภาพของธุรกิจที่ผลประกอบการและราคาหุ้นขึ้นอยู่กับความสำเร็จของเกมใหม่แต่ละเกมอย่างชัดเจน" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าการที่ทั้งกลุ่มปรับขึ้นพร้อมกันไม่ได้หมายความว่าผลประกอบการของแต่ละบริษัทจะดีขึ้นตามไปด้วย
แบลลอฟเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดคอสแดคที่ให้บริการเกมเล่นตามบทบาท (RPG) แนวซับคัลเจอร์อย่าง 'Last Origin' โดยดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องบนฐานผู้เล่นและทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของเกมดังกล่าว
แบลลอฟเปิดให้บริการ 'Last Origin R+' เวอร์ชันทั่วโลกอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และในเดือนมิถุนายนได้ประกาศแผนขยายธุรกิจงานลิขสิทธิ์ทุติยภูมิที่ใช้ IP ของเกม เช่น Last Origin
เกมใหม่ของแต่ละบริษัทมักมีกระแสความคาดหวังก่อนเปิดตัวที่แตกต่างจากปฏิกิริยาจริงของผู้เล่นหลังเปิดให้บริการ โดยทั่วไปปัจจัยที่ชี้วัดผลประกอบการคือผู้เล่นที่เข้ามาในช่วงแรกจะนำไปสู่ยอดขายได้จริงหรือไม่ และบริการจะรักษาความเสถียรได้ต่อเนื่องหรือไม่
ผลงานภาคต่อและงานลิขสิทธิ์ทุติยภูมิที่ใช้ IP เดิมก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการขยายฐานผู้เล่น แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงยังต้องรอการยืนยันจากปฏิกิริยาผู้เล่นและยอดขายหลังเปิดตัว
การปรับขึ้นพร้อมกันของหุ้นเกมในวันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการหมุนเวียนเงินทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ขยายจากหุ้นขนาดกลางและเล็กไปจนถึงหุ้นขนาดใหญ่ ส่วนอัตราการเพิ่มขึ้นของแต่ละบริษัทจะเชื่อมโยงกับผลประกอบการจริงหรือไม่นั้น ยังต้องขึ้นอยู่กับความสำเร็จของเกมใหม่และผลลัพธ์จากการใช้ IP เดิมต่อไป
ความคิดเห็น 0