เงินไหลเข้าสุทธิสู่กองทุนทองคำ ETF ทั่วโลกพุ่งแตะ 3,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ราคาทองคำทะลุแนวต้านสำคัญที่สะสมมานาน 6 เดือน สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่กลับมาอีกครั้งในตลาด
Crypto Briefing รายงานว่าทองคำทะลุแนวต้านหลักเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน โดยมีแรงหนุนจากการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางจีน (People's Bank of China) และความต้องการกองทุนทองคำ ETF ที่ฟื้นตัว ตามรายงานระบุว่าธนาคารกลางจีนซื้อทองคำเพิ่มอีก 20 ตันในเดือนกรกฎาคม
ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่าในเดือนกรกฎาคม 2026 มีเงินไหลเข้าสุทธิสู่กองทุนทองคำ ETF ทั่วโลก 3,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณทองคำที่กองทุนเหล่านี้ถือครองรวมเพิ่มขึ้น 23 ตัน แตะระดับ 4,068 ตัน
เงินไหลเข้าครั้งนี้ถือเป็น 'จุดพลิกกลับ' หลังเงินไหลออกสุทธิติดต่อกัน 2 เดือน กองทุนทองคำ ETF เป็นเครื่องมือลงทุนที่ทำให้นักลงทุนรับความเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้โดยไม่ต้องถือทองคำจริง จึงมักถูกใช้เป็นดัชนีวัดความต้องการทองคำของทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อย
ความเคลื่อนไหวในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกันชัดเจน △กองทุนทองคำ ETF ในยุโรปมีเงินไหลเข้า 2,000 ล้านดอลลาร์ △กองทุนในเอเชียมีเงินไหลเข้า 616 ล้านดอลลาร์ △ส่วนภูมิภาคอเมริกาเหนือมีเงินไหลเข้าเพียง 71 ล้านดอลลาร์เท่านั้น สะท้อนว่าความต้องการทองคำที่ฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นในระดับเดียวกันทุกภูมิภาค
ราคาทองคำเองก็สะท้อนความต้องการที่เปลี่ยนไปเช่นกัน MarketWatch รายงานเมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ว่าสัญญาทองคำล่วงหน้าปิดตลาดที่ 4,467.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และระหว่างวันเคยขึ้นไปแตะระดับเหนือ 4,500 ดอลลาร์
ตามรายงานเดียวกัน ราคาทองคำปรับขึ้นแล้ว 9% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลุดจากกรอบการเคลื่อนไหวแคบๆ ที่แกว่งอยู่บริเวณ 4,000 ดอลลาร์มาระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การทะลุแนวต้านทางเทคนิคไม่ได้เป็นสัญญาณยืนยันว่าราคาจะปรับขึ้นต่อเนื่อง
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ย ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนด 'ต้นทุนค่าเสียโอกาส' ของการถือครองทองคำ
เมื่อข้อมูลการจ้างงานและเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ถูกตีความไปในทิศทางที่ลดแรงกดดันด้านอัตราดอกเบี้ย ต้นทุนเปรียบเทียบของการถือทองคำก็ลดลงตามไปด้วย นี่คือเหตุผลที่การฟื้นตัวของราคาทองคำครั้งนี้ถูกพูดถึงควบคู่ไปกับกระแสเงินทุนใน ETF
การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางจีนถูกมองเป็นดัชนีสะท้อนการปรับโครงสร้างทุนสำรองระหว่างประเทศและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้ทางเราเคยรายงานว่าธนาคารกลางจีนซื้อทองคำเพิ่มอีก 15 ตันในเดือนมิถุนายน ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าปิดตลาดที่ 4,033.70 ดอลลาร์
สำหรับผู้อ่านสายคริปโต ความเคลื่อนไหวของตลาดทองคำก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แม้บิตคอยน์(BTC) และทองคำจะเป็นสินทรัพย์คนละประเภท แต่ทั้งสองมักถูกนำมาเปรียบเทียบกันเมื่อความไม่แน่นอนเชิงมหภาคสูงขึ้น หรือเมื่อมีการคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่า
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลใดยืนยันได้ว่าเงินไหลเข้าสุทธิของกองทุนทองคำ ETF จะส่งผลโดยตรงต่อภาวะอุปสงค์-อุปทานของบิตคอยน์ การฟื้นตัวของความต้องการทองคำเป็นเพียงดัชนีอ้างอิงสำหรับอ่านภาวะเศรษฐกิจมหภาคเท่านั้น ไม่ใช่ตัวแปรที่จะชี้ทิศทางราคาสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ทางเราเคยรายงานถึงความเคลื่อนไหวของตลาดคาดการณ์ราคาทองคำบน Polymarket โดยระบุว่าเส้นทางราคาที่สุดโต่งในตลาดคาดการณ์ไม่อาจตีความเป็นสัญญาณล่วงหน้าของการพุ่งขึ้นของราคาทองคำได้ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงสรุปได้ว่าเป็นกรณีที่ปัจจัยหลายอย่างมาบรรจบกัน ทั้งการทะลุแนวต้านทางเทคนิคภายในตลาดทองคำ ความต้องการจากธนาคารกลางจีน และเงินไหลเข้าของกองทุน ETF
ความคิดเห็น 0