Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

2 แสนล้านวอน ยอดซื้อพันธบัตรของเอสเค ไฮนิกซ์ สัปดาห์นี้ลดฮวบจากหลักล้านล้าน

ยอดซื้อตราสารหนี้เครดิตของเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix, 000660) ในสัปดาห์นี้ถูกประเมินไว้ที่ราว 2 แสนล้านวอน ลดลงอย่างชัดเจนจากช่วงกว่าสองเดือนที่ผ่านมาซึ่งบริษัทซื้อ 'ตราสารหนี้เกรดดี' ในระดับหลักล้านล้านวอนแทบทุกสัปดาห์ ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ตลาดออกตราสารหนี้เครดิตในเกาหลีใต้จับตาดูรูปแบบการใช้เงินของผู้ซื้อรายใหญ่รายนี้อย่างใกล้ชิด

สำนักข่าว Yonhap Infomax รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวในวงการตราสารหนี้ เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ว่าเอสเค ไฮนิกซ์ เข้าซื้อพันธบัตรของหน่วยงานการรถไฟแห่งชาติเกาหลี (Korea National Railway) อายุ 3 ปี มูลค่าประมาณ 2 แสนล้านวอนในสัปดาห์นี้ พันธบัตรรุ่นดังกล่าวออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 12 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 4.107% โดยเอสเค ไฮนิกซ์ ตัดสินใจลงทุนไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้า แล้วจึงจ่ายเงินจริงในสัปดาห์นี้

ยอดซื้อครั้งนี้ต่างจากแนวโน้มที่ผ่านมาอย่างชัดเจน เพราะตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน เอสเค ไฮนิกซ์ ซื้อตราสารหนี้เครดิตเกรดดีอย่างต่อเนื่อง ทั้ง △ตราสารหนี้รัฐวิสาหกิจ (Public Corporation Bond) △ตราสารหนี้ธนาคาร (Bank Bond) △ตราสารหนี้บัตรเครดิต (Card Bond) และ △ตราสารหนี้สถาบันการเงินเฉพาะทาง (Specialized Credit Finance Bond) รวมมูลค่าเกินหลักล้านล้านวอนแทบทุกสัปดาห์

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น) มีการออกตราสารหนี้รวมมูลค่า 2.76 ล้านล้านวอน ครอบคลุมตราสารหนี้เคปโก (KEPCO) ตราสารหนี้บัตรเครดิต และตราสารหนี้การเงินเกษตร (Nonghyup) โดยเงินทุนจากเอสเค ไฮนิกซ์ ถูกกล่าวถึงว่าเป็น 'แรงซื้อหลัก' ในครั้งนั้น กระแสเงินจากผู้ซื้อรายใหญ่แบบนี้ช่วยดูดซับปริมาณการออกตราสารหนี้และส่งผลต่อเงื่อนไขการระดมทุนโดยตรง

แต่สัปดาห์นี้บรรยากาศเปลี่ยนไป มีรายงานว่าในกระบวนการหารือออกตราสารหนี้รัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ธนาคาร ตราสารหนี้บัตรเครดิต และตราสารหนี้สถาบันการเงินเฉพาะทาง เอสเค ไฮนิกซ์ แสดงท่าที 'ไม่เข้าร่วม' ในบางรุ่น

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าสัญญาณการซื้อที่ชะลอตัวของเอสเค ไฮนิกซ์ ส่งผลสะท้อนไปถึงเงื่อนไขการออกตราสารหนี้รัฐวิสาหกิจ ในขณะนั้นอัตราดอกเบี้ยออกตราสารหนี้ของเคปโก ถูกกำหนดไว้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยมินพยองสูงสุดถึง 7.9 จุดพื้นฐาน (bp)

ในตลาดตราสารหนี้มีการตีความว่า การใช้เงินของเอสเค ไฮนิกซ์ ไม่ได้ 'หยุดไปเลย' แต่น่าจะอยู่ระหว่างทบทวนเกณฑ์การลงทุนภายในองค์กรมากกว่า Yonhap Infomax รายงานว่าเอสเค ไฮนิกซ์ ตอบสนองต่ออัตราดอกเบี้ยออกตราสารหนี้อย่างอ่อนไหวในช่วงหลัง และมีบางกรณีที่บริษัทใช้อัตราดอกเบี้ยมินพยองของวันก่อนหน้าเป็นเกณฑ์ตัดสินใจลงทุน จนเกิดส่วนต่างกับอัตราดอกเบี้ยตลาดจริง

'อัตราดอกเบี้ยมินพยอง' (Min-pyeong Rate) คืออัตราดอกเบี้ยประเมินที่คำนวณโดยบริษัทจัดอันดับตราสารหนี้ภาคเอกชนของเกาหลีใต้ ในการประมูลตราสารหนี้เครดิตส่วนใหญ่มักใช้อัตรานี้เป็นฐานกำหนดอัตราดอกเบี้ยออกตราสารหนี้หรืออัตราดอกเบี้ยที่นักลงทุนต้องการ แต่หากอัตราดอกเบี้ยตลาดเคลื่อนไหวเร็วภายในวันเดียว ก็อาจเกิดส่วนต่างระหว่างอัตราอ้างอิงของวันก่อนหน้ากับอัตราซื้อขายจริงได้

ในวันที่อัตราดอกเบี้ยตลาดปรับลงเร็ว เอสเค ไฮนิกซ์ ได้รับจัดสรรตราสารหนี้ไม่ครบตามที่ต้องการ ส่วนในวันที่อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น ก็มีบางกรณีที่ต้องซื้อในราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น หากรูปแบบการลงทุนเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำ ทั้งนักลงทุนรายใหญ่และผู้ออกตราสารหนี้ก็ต้องปรับเงื่อนไขการประมูลใหม่ ซึ่งเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นทั้งสองฝ่าย

ตารางเปิดเผยข้อมูลตามรอบปกติก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปร กำหนดเส้นตายยื่นรายงานประจำไตรมาส 2 อยู่ที่วันที่ 14

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการบังคับใช้พระราชบัญญัติตลาดทุน (Capital Markets Act Enforcement Rules) เมื่อยื่นรายงานประจำงวดแล้วจะมี 'ระยะเวลามีผลบังคับใช้' 3-5 วัน ซึ่งในช่วงนี้จะมีข้อจำกัดในการออกตราสารหนี้ นั่นหมายความว่าช่วงที่ปริมาณการออกตราสารหนี้ลดลงเองตามฤดูกาล บังเอิญไปตรงกับช่วงที่เอสเค ไฮนิกซ์ กำลังทบทวนระบบการลงทุนพอดี

เงินทุนของเอสเค ไฮนิกซ์ เป็นแรงซื้อหลักของตลาดตราสารหนี้เครดิตในเกาหลีใต้ในช่วงที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่าเอสเค ไฮนิกซ์ เน้นซื้อตราสารหนี้เครดิตอันดับ AA ขึ้นไป อายุไม่เกิน 3 ปี และช่วยเติมเต็มช่องว่างการระดมทุนในตลาดออกตราสารหนี้

'ตราสารหนี้เครดิต' คือพันธบัตรที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน หรือบริษัทเอกชน โดยอิงจากความน่าเชื่อถือทางเครดิตของผู้ออก ต่างจากพันธบัตรรัฐบาลตรงที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตติดมาด้วย หากความต้องการซื้ออ่อนตัวลง อัตราดอกเบี้ยออกตราสารหนี้ก็อาจสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยมินพยองได้

แหล่งข่าวในวงการตราสารหนี้รายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ Yonhap Infomax ว่า “หลายฝ่ายมองว่าหลังจากปรับกระบวนการใช้เงินภายในเสร็จ เอสเค ไฮนิกซ์ น่าจะกลับมาลงทุนอีกครั้งราวสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้” ส่วนแหล่งข่าวอีกรายกล่าวว่า “ดูเหมือนบริษัทกำลังใช้จังหวะช่วงเปิดเผยข้อมูลตามรอบปกติทบทวนระบบการลงทุนไปพร้อมกัน เพราะจำเป็นต้องปรับปรุงภายในอยู่แล้ว” และเสริมว่า “เงินยังคงไหลเข้าสะสมต่อเนื่อง จึงไม่น่าจะถึงขั้นหยุดการลงทุน”

ความเปลี่ยนแปลงที่ยืนยันได้ในสัปดาห์นี้มีสามจุด คือ △ยอดซื้อจำกัดอยู่ที่ 2 แสนล้านวอนเท่านั้น △พบท่าที 'ไม่เข้าร่วม' ในการหารือออกตราสารหนี้บางรุ่น และ △วิธีลงทุนที่อิงอัตราดอกเบี้ยมินพยองของวันก่อนหน้าเกิดชนกับความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยตลาดจริง กำหนดเส้นตายยื่นรายงานประจำไตรมาส 2 อยู่ที่วันที่ 14 และหลังพ้นช่วงจำกัดการออกตราสารหนี้ไปแล้ว ปริมาณการออกตราสารหนี้รวมถึงท่าทีการกลับมาซื้อของเอสเค ไฮนิกซ์ น่าจะค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นตามลำดับ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1