บิตคอยน์(BTC) ยังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 63,000-65,000 ดอลลาร์ ขณะที่โพซิชัน 'ชอร์ต' ขนาดใหญ่ของนักลงทุนรายใหญ่กลายเป็นจุดที่ตลาดอนุพันธ์จับตามอง คำถามว่าราคาจะทะลุ 65,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ถูกโยงเข้ากับประเด็น 'short covering' แต่ด้วยข้อมูลที่ยืนยันได้ในตอนนี้ ยังสรุปทิศทางที่ชัดเจนไม่ได้
AMBCrypto รายงานเมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ว่าพบวาฬ 2 รายถือโพซิชันชอร์ตบิตคอยน์ขนาด 2,136 BTC และ 1,412 BTC ตามลำดับ รวมมูลค่าความเสี่ยงทั้งหมด 225.79 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.2 แสนล้านวอน) โดยแยกเป็นโพซิชันละ 136 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.927 แสนล้านวอน) และ 89.79 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.272 แสนล้านวอน)
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ AMBCrypto นำมาอ้างอิงต่ออีกทอดหนึ่ง โพสต์ต้นทางจาก Lookonchain และ Eyeonchain ที่ถูกอ้างถึงยังไม่สามารถตรวจสอบไขว้ได้โดยตรงผ่านการค้นหาสาธารณะ จึงยังไม่นับเป็นตัวเลขที่ผ่านการยืนยันอิสระ
กรอบราคาที่เป็นประเด็นหลักคือ 63,000-65,000 ดอลลาร์ AMBCrypto มองว่าบิตคอยน์กำลัง 'ติดกับดัก' อยู่ระหว่างแนวรับ 63,000 ดอลลาร์ กับแนวต้าน 65,000 ดอลลาร์
รายงานราคาหลักเมื่อวันที่ 13 ก็บันทึกตัวเลขบิตคอยน์ไว้ที่ราว 63,322 ดอลลาร์ 63,833 ดอลลาร์ และ 63,847 ดอลลาร์ ตามแต่ละแหล่งข้อมูล แม้ตัวเลขจะต่างกันเล็กน้อยตามฟีดราคาและเวลาที่บันทึก แต่โดยรวมยังอยู่ในกรอบราคาเดียวกัน
ตัวชี้วัดฝั่งอนุพันธ์เองก็ยังตีความไปทางเดียวไม่ได้ชัดเจน ดัชนีขนาดคำสั่งซื้อขายเฉลี่ยในตลาดฟิวเจอร์สของ คริปโตเควนท์(CryptoQuant) สะท้อนขนาดคำสั่งเฉลี่ยของธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง หากค่านี้เพิ่มขึ้นอาจตีความได้ว่านักลงทุนรายใหญ่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ตัวมันเองไม่ได้บอกทิศทางว่าเป็นฝั่งลองหรือชอร์ต
สัดส่วนคำสั่งซื้อ-ขายฝั่ง 'เทกเกอร์' ก็เป็นเพียงตัวชี้วัดเสริมเช่นกัน คริปโตเควนท์อธิบายว่าหากค่านี้เกิน 1 หมายถึงปริมาณคำสั่งซื้อฝั่งเทกเกอร์มากกว่าฝั่งขาย แต่การที่ตัวเลขเกิน 1 เพียงอย่างเดียวไม่ได้การันตีว่าราคาจะปรับขึ้นตามมาทันที
ปรากฏการณ์ 'short squeeze' จะเกิดขึ้นเมื่อราคาขยับเข้าสู่โซนที่ทำให้ผู้ถือโพซิชันชอร์ตขาดทุน หากผู้ถือโพซิชันเหล่านั้นต้องซื้อคืนเพื่อจำกัดผลขาดทุน หรือเกิดการบังคับปิดโพซิชัน (liquidation) แรงซื้อในตลาดก็อาจเพิ่มขึ้นตามมา ด้วยโครงสร้างนี้เอง ประเด็นการทะลุ 65,000 ดอลลาร์จึงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในหมู่ผู้เล่นตลาด
แต่ต้องย้ำว่า 65,000 ดอลลาร์ไม่ใช่ระดับที่จะเกิดการบังคับปิดโพซิชันอย่างแน่นอน เป็นเพียงกรอบราคาที่อยู่ระหว่างการจับตาแบบมีเงื่อนไข การเกิด short covering จริงต้องอาศัยหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งโพซิชันคงค้าง ราคาบังคับปิดโพซิชัน ปริมาณการซื้อขาย และแรงซื้อในตลาดสปอต
มุมมองของตลาดยังแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าหากราคาขึ้นเหนือ 65,000 ดอลลาร์ อาจเกิดแรงซื้อคืนจากฝั่งชอร์ตตามมา ขณะที่อีกฝ่ายมองว่ากรอบราคาเดียวกันนี้อาจเป็นจุดที่เกิด 'false breakout' หรือการทะลุแนวต้านหลอกได้เช่นกัน
ทั้งใน TradingView และกระดานสนทนาต่าง ๆ ก็มีทั้งความเห็นที่มองแนวรับ-แนวต้านที่ 64,500-65,000 ดอลลาร์ และความเห็นที่มองความเป็นไปได้ที่ราคาจะย้อนกลับไปทดสอบ 60,000 ดอลลาร์อีกครั้ง กล่าวคือในกรอบราคาเดียวกันนี้ มีทั้งความหวังว่าจะทะลุขึ้นและความกังวลว่าจะร่วงกลับลงมา
สิ่งที่นักลงทุนไทยควรให้ความสำคัญไม่ใช่การคาดเดาทิศทาง แต่คือขอบเขตของข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า ตัวชี้วัดอุปสงค์บิตคอยน์และการตีความโพซิชันอนุพันธ์ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน ประเด็นโพซิชันชอร์ตของวาฬรอบนี้ก็อยู่ในบริบทเดียวกัน คือในช่วงที่แรงซื้อจากตลาดสปอตยังไม่ชัดเจน โพซิชันที่ใช้เลเวอเรจอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ความผันผวนเพิ่มขึ้นได้
ขนาดโพซิชันและระดับราคาที่จะเกิดการบังคับปิดโพซิชันนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละเอ็กซ์เชนจ์ ช่วงเวลา และแหล่งข้อมูล ดังนั้นการใช้ตัวเลขจากข่าวหรือโพสต์เพียงชิ้นเดียวมาสรุปแรงกดดันฝั่งชอร์ตของทั้งตลาดจึงยังทำได้ยาก
สิ่งที่ยืนยันได้ในตอนนี้มีเพียงว่า บิตคอยน์ยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 63,000-65,000 ดอลลาร์ และ AMBCrypto ระบุมูลค่าความเสี่ยงรวมของโพซิชันชอร์ตจากวาฬ 2 รายไว้ที่ 225.79 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.2 แสนล้านวอน) ส่วนตัวชี้วัดฝั่งอนุพันธ์ในขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ทิศทางเดียวที่ชัดเจนได้
ความคิดเห็น 0