เกต (Gate) แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เปิดฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้เกตการ์ด(Gate Card) สามารถถอนยอดคงเหลือในบัตรออกมาแปลงเป็นเทเธอร์(USDT) ตามอัตราแลกเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ แล้วโอนเข้าบัญชีสปอตของเกตได้โดยตรง
PANews รายงานเมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ว่าเกตอัปเกรดฟีเจอร์เกตการ์ดเสร็จสมบูรณ์ และเปิดตัวฟังก์ชันถอนยอดคงเหลือในบัตรอย่างเป็นทางการแล้ว การอัปเดตครั้งนี้เน้นเชื่อมโยง 'การเติมเงิน' 'การชำระเงิน' และ 'การนำยอดคงเหลือกลับเข้าระบบ' ให้เป็นวงจรเดียวกัน
เดิมทีเกตการ์ดให้ผู้ใช้เติมเงินแล้วนำไปใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ ถอนเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็ม รวมถึงชำระผ่านแอปเปิลเพย์(Apple Pay) และกูเกิลเพย์(Google Pay) เมื่อฟีเจอร์ใหม่นี้เปิดใช้งาน ยอดคงเหลือที่เหลือจากการชำระเงินจะแปลงเป็นเทเธอร์และฝากเข้าบัญชีสปอตได้ทันที
เงินที่โอนกลับเข้าบัญชีสปอตสามารถนำไปใช้ต่อในฟีเจอร์อื่นของบัญชีเกต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การบริหารสินทรัพย์เพื่อผลตอบแทน หรือการจัดพอร์ตสินทรัพย์รูปแบบอื่น การที่ยอดคงเหลือในบัตรสามารถย้อนกลับเข้าบัญชีเทรดได้ ทำให้เกตการ์ดมีบทบาทด้าน 'การบริหารเงิน' มากขึ้น ไม่ใช่แค่เครื่องมือชำระเงินอย่างเดียว
เกตการ์ดเป็นผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับเครือข่ายชำระเงินในชีวิตประจำวัน PANews ระบุว่าปัจจุบันเกตการ์ดเชื่อมต่อกับเครือข่ายชำระเงินระดับโลกทั้งวีซ่า(Visa) และมาสเตอร์การ์ด(Mastercard) ครอบคลุมมากกว่า 200 ประเทศและเขตพื้นที่ ใช้จ่ายได้ที่ร้านค้าราว 150 ล้านแห่งทั่วโลก
โดยทั่วไปบัตรชำระเงินสายคริปโตจะเชื่อมเงินในบัญชีของแพลตฟอร์มซื้อขายหรือกระเป๋าเงินดิจิทัลเข้ากับเครือข่ายบัตร ผู้ใช้เติมเงินแล้วนำไปใช้จ่าย ส่วนร้านค้าก็รับชำระผ่านเครือข่ายบัตรตามปกติ
จุดสำคัญของฟีเจอร์ใหม่นี้อยู่ที่การจัดการ 'ยอดคงเหลือหลังชำระเงิน' เดิมทีเมื่อมีแค่ฟังก์ชันเติมเงินกับจ่ายเงิน เงินที่ผู้ใช้ยังไม่ได้ใช้จะค้างอยู่ในบัตรไปสักระยะ แต่เมื่อมีฟังก์ชันถอนยอดคงเหลือ เงินก้อนนั้นสามารถย้อนกลับเข้าบัญชีเทรดได้ทันที
โครงสร้างแบบนี้สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมที่พยายามเชื่อมสเตเบิลคอยน์เข้ากับการใช้จ่ายจริง ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า บัตรชำระเงินคริปโตที่อิงสเตเบิลคอยน์กำลังขยายตัวเข้าสู่เครือข่ายบัตรเดิมที่มีอยู่แล้ว
แพลตฟอร์มซื้อขายหลายแห่งกำลังขยายจุดเชื่อมต่อกับผู้ใช้ออกไปนอกเหนือจากฟังก์ชันซื้อขายอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ยูนิสวอป(Uniswap) ที่เปิดตัว ฟีเจอร์เอิร์น(Earn) ให้ฝากยูเอสดีคอยน์(USDC) เทเธอร์ และอีเธอเรียม(ETH) ผ่านเว็บแอปและกระเป๋าเงินได้ ก็ถือเป็นทิศทางเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ขอบเขตการใช้งานจริงของเกตการ์ดอาจแตกต่างกันไปตามประเทศที่ออกบัตร เครือข่ายชำระเงิน กระบวนการยืนยันตัวตน และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบในแต่ละพื้นที่
การประกาศครั้งนี้ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องค่าธรรมเนียมหรือขอบเขตการใช้งานแยกตามประเทศ ส่วนเกตการ์ดจะช่วยลดขั้นตอนระหว่างการชำระเงินกับบัญชีสปอตได้มากน้อยแค่ไหน ยังขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่รองรับ เงื่อนไขการแลกเปลี่ยน และโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่จะตามมา
ความคิดเห็น 0