ดัชนี‘นิกเกอิ(Nikkei)’ของตลาดหุ้นญี่ปุ่นทะลุแนว 68,000 จุด และปิดตลาดในแดนบวก หลังนักลงทุนตีความว่าตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI)เดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาช่วยลดแรงกดดันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ดัชนีทอปิกซ์(TOPIX)ก็ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ติดต่อกันเช่นกัน
ตามข้อมูลของ ‘ยอนฮับ อินโฟแม็กซ์(Yonhap Infomax)’ ดัชนีหุ้นโลกที่รวบรวมเมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่าดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ 68,308.59 จุด เพิ่มขึ้น 784.53 จุด หรือ 1.16% จากวันทำการก่อนหน้า ส่วนดัชนีทอปิกซ์ปิดที่ 4,176.04 จุด เพิ่มขึ้น 37.04 จุด หรือ 0.89%
ทั้งสองดัชนีเปิดตลาดในแดนบวกและแข็งแกร่งตลอดทั้งวัน โดยดัชนีนิกเกอิปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ขณะที่ดัชนีทอปิกซ์ขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7
ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้นักลงทุนจำนวนมากมองว่าโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลดลง กระแสดังกล่าวส่งผลให้เกิดแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดหุ้นญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ตามการวิเคราะห์ของนักลงทุน
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่าดัชนี CPI ทุกรายการเดือนกรกฎาคม ปรับตัวขึ้น 0.1% จากเดือนก่อนหน้า(ปรับตามฤดูกาล) และเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า และ 2.5% เมื่อเทียบรายปี
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าการเดิมพันขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนของนักลงทุนลดลงหลังตัวเลข CPI สหรัฐฯ ประกาศออกมา โดย CPI ถือเป็นดัชนีราคาหลักที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ครัวเรือนซื้อ และเป็นข้อมูลสำคัญที่เฟดใช้ประกอบการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
เครื่องมือ ‘ซีเอ็มอี เฟดวอตช์(CME FedWatch Tool)’ ระบุว่าตลาดฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยกองทุนกลาง(Fed Funds Rate)ในเขตเวลานิวยอร์ก สะท้อนความน่าจะเป็นที่เฟดจะ ‘คงดอกเบี้ย’ ในเดือนกันยายนไว้ที่ 60.1% เพิ่มขึ้นจาก 51.6% ที่บันทึกไว้ช่วงปิดตลาดวันก่อนหน้า
ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดัชนีแนสแด็ก(Nasdaq)ที่มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสูง และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย(Philadelphia Semiconductor Index)ปรับตัวขึ้นหลังตัวเลข CPI ประกาศออกมาเช่นกัน
ในตลาดหุ้นโตเกียว หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์(AI)และเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวแข็งแกร่ง โดยหุ้น ‘แอดวานเทสต์(Advantest)’ พุ่งขึ้นสูงสุดระหว่างวันถึง 7% ขณะที่ ‘คิออกเซีย โฮลดิ้งส์(Kioxia Holdings)’ ‘อิบิเดน(Ibiden)’ และ ‘ไทโย ยูเดน(Taiyo Yuden)’ ปรับขึ้นระหว่างวันสูงสุดใกล้เคียง 10%
แรงซื้อไหลเข้าหุ้นกลุ่มดังกล่าว ท่ามกลางการตีความว่าความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่สูงเกินไปเริ่มคลี่คลาย มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ มอร์แกน สแตนลีย์ ซิเคียวริตีส์(Mitsubishi UFJ Morgan Stanley Securities) บริษัทหลักทรัพย์ของญี่ปุ่น ระบุว่า “ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ค่อนข้างอ่อนตัวลงแต่ไม่ถึงขั้นน่ากังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย บวกกับผล CPI ที่ออกมาตามคาดโดยไม่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาด ทำให้นักลงทุนเริ่มมีความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะ ‘โกลดิล็อกส์’ ที่สมดุล ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อในตลาด” ความเห็นนี้สะท้อนมุมมองของนักลงทุนสถาบันญี่ปุ่นต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงนี้
ทิศทางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดเอเชียโดยรวมก็ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นเช่นกัน โดยวันเดียวกันนี้ ดัชนีคอสปี้(KOSPI)ของเกาหลีใต้ และดัชนีไต้หวันเวทเต็ด(TAIEX)ของไต้หวัน ต่างเคลื่อนไหวในทิศทางที่มั่นคง
ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาสเมษายน-มิถุนายน 2026 ของบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นที่ทยอยสิ้นสุดลง ได้รับการประเมินโดยรวมว่าอยู่ในทิศทางที่ดี โดยหุ้น ‘ทอปปัน(Toppan Inc)’ ปรับขึ้นแตะเพดานราคาสูงสุด(ลิมิตอัพ) หลังบริษัทประกาศผลประกอบการเมื่อวันก่อนหน้าว่ายอดขายและกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมาก
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับขึ้นในทุกช่วงอายุ โดยช่วงใกล้ปิดตลาด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2.8786% เพิ่มขึ้น 2.54 จุดพื้นฐาน(bp) พันธบัตรอายุ 2 ปี อยู่ที่ 1.6517% เพิ่มขึ้น 0.86bp และพันธบัตรอายุ 30 ปี อยู่ที่ 4.0166% เพิ่มขึ้น 2.34bp จากวันก่อนหน้า
การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ)อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยที่แข็งแกร่งขึ้น เป็นปัจจัยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในครั้งนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นตอบสนองต่อตัวเลข CPI สหรัฐฯ และทิศทางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ตลาดพันธบัตรยังคงจับตาทิศทางนโยบายการเงินของญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0