รายได้รวมช่วงครึ่งปีแรกของคีปส์ฟาร์มา (256940) พุ่งขึ้นแตะ 134,300 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 84,000 ล้านวอน ถือเป็นรายได้ครึ่งปีสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
คีปส์ฟาร์มาเปิดเผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเมื่อวันที่ 14 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่าการขยายธุรกิจยาและไบโอ ควบคู่กับผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัทลูกด้านรีไซเคิลแบตเตอรี่เก่า เป็นปัจจัยหนุนให้รายได้เพิ่มขึ้น โดยรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 74,900 ล้านวอน สูงกว่าไตรมาส 1 ที่ทำได้ 59,400 ล้านวอน ถือเป็นสถิติรายไตรมาสสูงสุดครั้งใหม่เช่นกัน
เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีก่อน รายได้เพิ่มขึ้นถึง 73% ซึ่งเป็นอัตรา 'เร่งตัว' มากกว่าไตรมาส 1 ที่เพิ่มขึ้น 46% สะท้อนว่าการเติบโตของรายได้รายไตรมาสยังต่อเนื่อง
ธุรกิจยาและไบโอทำรายได้ 41,800 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 73% จาก 24,100 ล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัทระบุว่าปัจจัยหนุนมาจากการเติบโตของธุรกิจบริษัทแม่ รายได้ที่เพิ่มขึ้นของบิ๊กธิงค์ บริษัทลูกที่กำลังขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ยารักษามะเร็ง และผลประกอบการของบริษัทลูกด้านยาที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการมาไม่นาน หลังจากปรับโครงสร้างสู่ธุรกิจยาและไบโอ รายได้ทั้งจากธุรกิจเดิมและบริษัทลูกที่เข้าซื้อใหม่จึงถูกรวมเข้าในงบการเงินรวมของบริษัท
แบตเตอรี่โซลูชันส์ (Battery Solutions) บริษัทลูกที่ดูแลธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่เก่า ก็มีส่วนช่วยขยายรายได้เช่นกัน โดยทำรายได้ช่วงครึ่งปีแรก 91,100 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 53% จาก 59,400 ล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัทอธิบายว่าเป็นผลจากการติดตั้ง 'เตาหมุน' เพิ่มอีก 1 เครื่องเมื่อปลายปีก่อน พร้อมทั้งเสร็จสิ้นงานก่อสร้างเพื่อเพิ่มปริมาณวัตถุดิบที่ป้อนเข้าสู่เตาหมุนเดิม โดยเตาหมุนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ความร้อนสูงแปรรูปวัตถุดิบเพื่อสกัดโลหะกลับคืนมา ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับกำลังการผลิตของธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่เก่า
บริษัทประเมินว่าปริมาณการผลิต 'แท่งโลหะรีไซเคิล' ต่อปีของแบตเตอรี่โซลูชันส์จะเพิ่มขึ้นจากระดับ 36,000 ตัน เป็นมากกว่า 70,000 ตันในปีนี้ โดยแท่งโลหะรีไซเคิลคือก้อนโลหะ เช่น ตะกั่ว ที่ผ่านการหลอมและขึ้นรูปให้ได้มาตรฐาน ใช้เป็นหน่วยจำหน่ายวัตถุดิบโลหะรีไซเคิล
อย่างไรก็ตาม รายได้ที่เพิ่มขึ้นยังไม่ส่งผลให้ผลกำไรดีขึ้นตามไปด้วย โดยคีปส์ฟาร์มามีผลขาดทุนจากการดำเนินงานรวมในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 3,100 ล้านวอน
ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาที่เพิ่มขึ้นจากการนำไปป์ไลน์ยาใหม่เข้ามาและการขยายทีมวิจัย รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาด เป็นปัจจัยกดดันผลกำไร สะท้อนว่ายังมีช่วงเวลาที่ต่างกันระหว่างการขยายขนาดธุรกิจกับการปรับปรุงความสามารถในการทำกำไร
คิม ฮา-ยง(Kim Ha-yong) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคีปส์ฟาร์มา กล่าวว่า "การปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ยาและไบโอที่เราเตรียมการมานาน ประสบความสำเร็จจนนำไปสู่ผลงานรายได้สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท" พร้อมระบุว่าบริษัทตั้งเป้ารายได้รวม 500,000 ล้านวอนภายในสิ้นปี 2027 ผ่านการควบรวมกิจการเพิ่มเติมและการขยายธุรกิจ คำกล่าวนี้สะท้อนความมั่นใจของฝ่ายบริหารต่อทิศทางธุรกิจในระยะถัดไป
คิมยังกล่าวเสริมว่า "จะเร่งสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนในเร็ววันจากการพัฒนายารักษามะเร็งรังไข่ที่อยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกในอังกฤษ และแพลตฟอร์มยาแบบรับประทาน เพื่อให้สะท้อนกลับไปยังมูลค่าบริษัท" คำกล่าวนี้แสดงทิศทางที่บริษัทต้องการเชื่อมโยงธุรกิจยาและไบโอเข้ากับทั้งการขยายรายได้และผลสำเร็จด้านการพัฒนายาใหม่
ใจความสำคัญของผลประกอบการครึ่งปีแรกคือ ธุรกิจยาและไบโอ กับธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่เก่า ซึ่งเป็นสองแกนธุรกิจที่แตกต่างกัน สามารถขยายรายได้ไปพร้อมกันได้ในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาและการตลาดยังคงถูกใช้จ่ายต่อเนื่อง ทิศทางผลกำไรในระยะถัดไปจึงอาจขึ้นอยู่กับอัตราการเติบโตของรายได้และการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต
คีปส์ฟาร์มาระบุเป้าหมายรายได้รวม 500,000 ล้านวอนภายในสิ้นปี 2027 ผ่านการควบรวมกิจการเพิ่มเติมและการขยายธุรกิจต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0