Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

38.9 ล้านดอลลาร์ ETF บิตคอยน์ แซงหุ้นแอมะซอนในพอร์ตที่ปรึกษาการเงินสหรัฐฯ

บริษัทที่ปรึกษาการเงินในเครือ เอเดลแมน ไฟแนนเชียล เอนจินส์ (Edelman Financial Engines) ถือครอง 'ETF บิตคอยน์(BTC)' แบบ spot มูลค่ารวม 38,957,504 ดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 1 ขณะที่หุ้นแอมะซอน(AMZN) ในพอร์ตเดียวกันมีมูลค่าเพียง 24,915,731 ดอลลาร์ เท่ากับว่าสัดส่วนการถือครอง ETF บิตคอยน์สูงกว่าหุ้นแอมะซอนอย่างชัดเจน

ตามรายงาน 13F ที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม (เวลาท้องถิ่น) บริษัทในเครือ Financial Engines Advisors L.L.C. ถือครองกองทุน iShares Bitcoin Trust ETF มูลค่า 37,559,364 ดอลลาร์ และกองทุน Grayscale Bitcoin Trust ETF มูลค่า 1,398,140 ดอลลาร์ ณ วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา

เมื่อรวมมูลค่าทั้งสองกองทุนเข้าด้วยกันจะอยู่ที่ 38,957,504 ดอลลาร์ มากกว่าหุ้นแอมะซอนที่ถือครอง 24,915,731 ดอลลาร์ อยู่ราว 56%

เอกสารฉบับนี้ครอบคลุมหุ้นและ ETF ที่ถือครอง ณ สิ้นไตรมาส 1 รวมทั้งสิ้น 530 รายการ โดยมูลค่าการถือครองตามรายงาน 13F ทั้งหมดอยู่ที่ 49,249,849,000 ดอลลาร์

เอเดลแมน ไฟแนนเชียล เอนจินส์ เป็นบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนอิสระรายใหญ่ของสหรัฐฯ ข้อมูลอย่างเป็นทางการของบริษัทระบุว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 มีลูกค้าราว 1.24 ล้านราย และบริหารสินทรัพย์ลูกค้ารวม 326,000 ล้านดอลลาร์

เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ภายใต้การบริหารทั้งหมด มูลค่า ETF บิตคอยน์ที่ถือครองคิดเป็นสัดส่วนเพียงราว 0.012% เท่านั้น แม้สัดส่วนจะไม่มาก แต่จุดที่น่าสนใจคือ 'ETF บิตคอยน์' กลับมีมูลค่าสูงกว่าหุ้นบิ๊กเทคบางตัวในพอร์ตของบริษัทที่ปรึกษาการเงินรายใหญ่แห่งนี้

รายงาน 13F เป็นเอกสารที่สถาบันการลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งบริหารหลักทรัพย์จดทะเบียนมูลค่าตั้งแต่ 100 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป ต้องยื่นต่อ SEC ทุกไตรมาส ครอบคลุมเฉพาะหุ้นจดทะเบียนและ ETF บางส่วนเท่านั้น ไม่ได้สะท้อนสินทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนหรือเงินสดทั้งหมดที่ถือครอง

ข้อจำกัดของรายงานประเภทนี้คือมีช่วงเวลาห่างระหว่างวันสิ้นไตรมาสกับวันที่ยื่นเอกสารจริง และ SEC เองก็ระบุว่าไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องหรือความครบถ้วนของข้อมูลใน 13F เป็นการเฉพาะ ตัวเลขที่เห็นจึงสะท้อนสถานะการถือครอง ณ สิ้นเดือนมีนาคมเท่านั้น ไม่ใช่พอร์ตปัจจุบัน

เบื้องหลังเรื่องนี้คือการที่ 'ETF บิตคอยน์' แบบ spot ในสหรัฐฯ เข้าสู่ระบบการลงทุนกระแสหลักมากขึ้น ทำให้นักลงทุนถือครองสินทรัพย์ที่อ้างอิงราคาบิตคอยน์ผ่านบัญชีหลักทรัพย์ปกติได้ โดยไม่ต้องบริหารกระเป๋าเงินดิจิทัลด้วยตัวเอง

โครงสร้างนี้ถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่เพิ่มการเข้าถึงในตลาดบริหารสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ทั้งกลุ่มกองทุนเกษียณอายุและพอร์ตที่มีที่ปรึกษาดูแล บริษัทที่ปรึกษาสามารถพิจารณาการลงทุนในบิตคอยน์ภายใต้ระบบบัญชีเดียวกับหุ้นและตราสารหนี้ทั่วไป ขณะที่ลูกค้าก็ลดภาระการเปิดบัญชีเทรดหรือดูแลกระเป๋าเงินส่วนตัว

ริค เอเดลแมน(Ric Edelman) ผู้ก่อตั้งสมาคมที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลด้านการเงิน (Digital Assets Council of Financial Professionals) เคยกล่าวถึงกระแสเงินไหลเข้าผลิตภัณฑ์บิตคอยน์ของมอร์แกน สแตนลีย์(MS) ในวันแรกที่เปิดตัว และมองว่าอาจมีเงินไหลเข้าสูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์ในปีแรก ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นมุมมองของผู้ให้สัมภาษณ์เท่านั้น ยอดเงินไหลเข้าจริงยังขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด ราคาบิตคอยน์ และการยอมรับของแพลตฟอร์มที่ปรึกษาการเงินด้วย

สำหรับนักลงทุนไทย ข้อมูล 13F ฉบับนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทที่ปรึกษาการเงินในสหรัฐฯ จัดวาง 'ETF บิตคอยน์' ไว้ในพอร์ตอย่างไร อย่างไรก็ตาม ข้อมูล 13F มีความล่าช้าอยู่ในตัว ผลต่อราคาบิตคอยน์หรือกระแสเงินไหลเข้า ETF ในปัจจุบันจึงควรตรวจสอบจากข้อมูลอุปสงค์-อุปทานอื่นเพิ่มเติม

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1