ที่ประเทศโบลิเวียเริ่มมีกรณีการใช้เทเธอร์(USDT) ชำระค่าอาหารเดลิเวอรี่ ถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่าสเตเบิลคอยน์กำลังขยับเข้าสู่การชำระเงินในชีวิตประจำวัน นอกเหนือไปจากบนกระดานเทรด
คริปโตบรีฟฟิ่ง(Crypto Briefing) รายงานเมื่อวันที่ 14 (เวลาท้องถิ่น) ว่า จากการเชื่อมต่อระหว่างแอปเปโซ(Peso) และแอปยันโก้ฟู้ด(Yango Food) ทำให้ผู้ใช้งานในโบลิเวียสามารถชำระเงินค่าสั่งอาหารบนยันโก้ฟู้ดด้วยเทเธอร์ได้แล้ว โดยผู้ใช้จะสั่งอาหารผ่านยันโก้ฟู้ดก่อน จากนั้นเลือกเปโซเป็นช่องทางชำระเงิน แล้วเข้าไปยืนยันธุรกรรมในแอปเปโซเพื่อจบขั้นตอนการจ่ายเงิน
การเชื่อมต่อครั้งนี้ไม่ใช่การเปิดบริการชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลขึ้นใหม่ต่างหาก แต่เป็นการเพิ่มชั้นการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์เข้าไปในขั้นตอนการจ่ายเงินของแอปเดลิเวอรี่ที่มีอยู่เดิมมากกว่า คู่มือของเปโซระบุว่า เมื่อฝากเทเธอร์ผ่านเครือข่ายโพลิกอน(POL) เข้ามา ระบบจะยืนยันบนบล็อกเชนและปรับยอดให้อัตโนมัติภายในไม่กี่วินาที
เปโซยังอธิบายว่าการชำระเงินผ่าน QR ในโบลิเวียก็จะถูกดำเนินการอัตโนมัติเช่นกันทันทีที่การชำระเงินผ่านธนาคารเสร็จสิ้น ส่วนคำอธิบายบน App Store ก็ชูจุดเด่นเรื่องโครงสร้างการชำระเงินแบบง่าย ที่รวมบัญชีธนาคารสหรัฐฯ การโอนเงินระหว่างประเทศ QR และการใช้บัตรไว้ในที่เดียว
การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของโบลิเวียก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเบื้องหลัง ธนาคารกลางโบลิเวีย(BCB) มีมติจากที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2024 อนุญาตให้ใช้ช่องทางการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้ โดยเป็นการยกเลิกมติเดิมเมื่อปี 2020 และเปิดช่องทางรวมถึงเครื่องมือการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
ธนาคารกลางโบลิเวียระบุว่า ปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นจาก 46.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 เป็น 294 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปี 2025 ขณะที่มูลค่าการซื้อขายสะสมนับตั้งแต่มีมติดังกล่าวอยู่ที่ 430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็วหลังการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าความต้องการชำระเงินค่าส่งอาหารเพิ่มขึ้นตามไปด้วยโดยตรง และจำนวนธุรกรรมชำระเงินจริงจากการเชื่อมต่อครั้งนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยแยกต่างหาก
ฐานผู้ใช้งานของยันโก้(Yango) ในโบลิเวียก็มีอยู่แล้วก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ทางการของยันโก้อธิบายถึงโครงสร้างซูเปอร์แอปในโบลิเวีย ที่รวมบริการเรียกรถ ส่งอาหาร อีคอมเมิร์ซ การชำระเงิน และแผนที่ไว้ด้วยกัน
บทความทางการที่เกี่ยวกับยันโก้ฟู้ดระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดของยันโก้ฟู้ดในโบลิเวียอยู่ที่ประมาณ 25% และมีพาร์ตเนอร์ที่เปิดใช้งานอยู่ในเมืองโคชาบัมบาราว 500 ราย พูดได้ว่านี่คือการเพิ่มฟังก์ชันชำระเงินด้วยเทเธอร์เข้าไปในช่องทางเดลิเวอรี่ที่มีผู้ใช้งานอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ กรณีนี้จึงใกล้เคียงกับ “การที่แอปในชีวิตประจำวันดูดซับสเตเบิลคอยน์” มากกว่า “การที่แอปสินทรัพย์ดิจิทัลขยายขอบเขตการชำระเงิน” เพราะผู้ใช้สามารถนำยอดเทเธอร์ไปใช้จ่ายในขั้นตอนสั่งอาหารที่คุ้นเคยได้เลย โดยไม่ต้องรับรู้ถึงการมีกระเป๋าเงินบล็อกเชนแยกต่างหาก
โดยทั่วไปการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ใช้เป็นหน่วยชำระเงินได้ง่ายกว่าเหรียญคริปโตที่ราคาผันผวนสูง จึงมักเชื่อมโยงกับการโอนเงินและอีคอมเมิร์ซ กรณีของโบลิเวียก็เช่นกัน เพราะไปผูกอยู่กับการชำระเงินผ่าน QR และขั้นตอนสั่งอาหารผ่านแอป มากกว่าการซื้อขายบนกระดานเทรด จึงมีลักษณะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินค่อนข้างชัดเจน
ทว่ายังตีความไม่ได้ว่าเทเธอร์กลายเป็นช่องทางชำระเงินอย่างเป็นทางการของโบลิเวียแล้ว เพราะธนาคารกลางโบลิเวียเพียงอนุญาตให้ใช้เครื่องมือชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น ไม่ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงสถานะเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายแต่อย่างใด
ยันโก้เองก็ระบุบนเว็บไซต์ทางการว่าบริษัทดำเนินงานในฐานะบริการตัวกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้ให้บริการขนส่ง ส่งของ หรือส่งอาหารด้วยตัวเองโดยตรง ลักษณะทางกฎหมายของการเชื่อมต่อการชำระเงินนี้ รวมถึงโครงสร้างการชำระบัญชีจริง จึงอาจแตกต่างกันไปตามผู้ดำเนินการให้บริการและโครงสร้างสัญญากับร้านค้าพันธมิตรแต่ละราย
ความพยายามเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับเครือข่าย QR ที่มีอยู่แล้วในภูมิภาคลาตินอเมริกายังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง เป็นรูปแบบที่ซ้ำเดิม คือแทนที่จะติดตั้งอุปกรณ์รับชำระเงินแยกต่างหาก กลับเลือกเพิ่มชั้นการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์เข้าไปในเครือข่ายการชำระเงินที่มีอยู่แล้ว
ทั้งรายงานของคริปโตบรีฟฟิ่งและคู่มือทางการยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้ใช้งาน จำนวนธุรกรรมชำระเงินจริง โครงสร้างการชำระบัญชี หรือขอบเขตการใช้งานแยกตามร้านค้าแต่ละแห่ง ผลกระทบที่แท้จริงของการเชื่อมต่อครั้งนี้ต่อตลาดจึงต้องรอข้อมูลการชำระเงินจริงก่อนจึงจะประเมินได้
ความคิดเห็น 0