Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

คืนเงิน 1.71 แสนดอลลาร์เหยื่อตู้เอทีเอ็มคริปโตในแอริโซนา 35 ราย

เหยื่อการฉ้อโกงผ่านตู้เอทีเอ็มคริปโต (Crypto ATM) ในรัฐแอริโซนา สหรัฐฯ จำนวน 35 ราย ได้รับเงินคืนรวม 171,332 ดอลลาร์ หลังกฎหมายของรัฐกำหนดให้ผู้ให้บริการคืนเงินเต็มจำนวนรวมค่าธรรมเนียมแก่ลูกค้าใหม่ที่แจ้งเหตุครบตามเงื่อนไข ทำให้มาตรการคุ้มครองนี้นำไปสู่การเยียวยาความเสียหายได้จริง

สำนักงานอัยการสูงสุดรัฐแอริโซนา (Arizona Attorney General's Office) เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ว่าได้ช่วยเหลือผู้เสียหาย 35 ราย ให้ได้รับเงินคืนรวม 171,332 ดอลลาร์ นับตั้งแต่ 'กฎหมายป้องกันการฉ้อโกงผ่านใบอนุญาตตู้คีออสก์คริปโต' (Crypto Kiosk Licensing Fraud Prevention Act) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 กันยายนปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์เคยรายงานกรณีผู้เสียหาย 35 รายในแอริโซนาที่ได้รับเงินคืนเต็มจำนวนมาแล้ว

คริส เมเยส (Kris Mayes) อัยการสูงสุดรัฐแอริโซนา กล่าวว่า "สำนักงานของเรายินดีที่ได้ช่วยเหลือเหยื่อการฉ้อโกงผ่านตู้เอทีเอ็มคริปโตที่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืนตามกฎหมายของรัฐแอริโซนา" พร้อมระบุว่าหากผู้เสียหายถูกหลอกลวง ควรติดต่อสำนักงานอัยการสูงสุดทันที เพราะเงื่อนไขสำคัญของการขอเงินคืนคือการแจ้งเหตุภายใน 30 วัน คำกล่าวนี้สะท้อนว่าระยะเวลาแจ้งเหตุเป็นตัวชี้ขาดว่าผู้เสียหายจะได้เงินคืนหรือไม่

กฎหมายฉบับนี้มองตู้เอทีเอ็มคริปโตว่าไม่ใช่แค่เครื่องทำธุรกรรมทั่วไป แต่เป็นช่องทางชำระเงินที่เสี่ยงต่อการถูกใช้ฉ้อโกง โดยนิยาม 'ลูกค้าใหม่' คือผู้ที่ใช้บริการผู้ให้บริการรายเดียวกันไม่ถึง 10 วัน หากลูกค้ากลุ่มนี้ทำธุรกรรมที่เข้าข่ายฉ้อโกง ต้องแจ้งต่อผู้ให้บริการและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรืออัยการสูงสุดภายใน 30 วัน พร้อมยื่นรายงานยืนยันว่าเป็นธุรกรรมที่ถูกหลอกลวง จึงจะมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนเต็มจำนวน

มาตรการไม่ได้หยุดแค่การคืนเงิน กฎหมายรัฐแอริโซนามาตรา A.R.S. § 6-1236 กำหนดเพดานธุรกรรมต่อวันของลูกค้าใหม่ไว้ที่ 2,000 ดอลลาร์ ส่วนลูกค้าเก่าอยู่ที่ 10,500 ดอลลาร์ต่อวัน

ผู้ให้บริการยังมีหน้าที่แสดงข้อความเตือนบนหน้าจอก่อนทำธุรกรรม ออกใบเสร็จ ให้บริการช่วยเหลือลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง และใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์-ติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชน โครงสร้างนี้วางทั้งคำเตือนก่อนทำธุรกรรมและบันทึกหลังทำธุรกรรมไว้ด้วยกัน เพื่อให้เหยื่อแจ้งเหตุฉ้อโกงได้เร็วขึ้น

ตู้เอทีเอ็มคริปโตคือเครื่องคีออสก์ที่ใช้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยเงินสดหรือบัตร โดยทั่วไปเมื่อธุรกรรมถูกส่งเข้าบล็อกเชนแล้วจะย้อนกลับได้ยาก ปัญหาที่พบบ่อยคือมิจฉาชีพหลอกให้เหยื่อถอนเงินสดแล้วนำไปส่งเป็นคริปโตผ่านเครื่องดังกล่าว

ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตของเอฟบีไอ (FBI's Internet Crime Complaint Center, IC3) ระบุว่าปี 2025 มีรายงานการฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับตู้คีออสก์คริปโตทั่วสหรัฐฯ 13,460 ครั้ง มูลค่าความเสียหายที่ปรับแล้วรวม 388,981,267 ดอลลาร์ เฉพาะรัฐแอริโซนามีรายงาน 460 ครั้ง มูลค่าความเสียหาย 14,530,436 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้นับรวมการฉ้อโกงทุกรูปแบบที่มีตู้คีออสก์คริปโตเกี่ยวข้อง จึงยังสรุปไม่ได้ว่าความเสียหายทั้งหมดเกิดจากตู้คีออสก์เพียงอย่างเดียว

สำนักงานอัยการสูงสุดแอริโซนาเคยระบุว่าความเสียหายจากการฉ้อโกงคริปโตของชาวแอริโซนาในปี 2024 สูงกว่า 177 ล้านดอลลาร์ และเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ระบุว่าทั่วรัฐมีตู้เอทีเอ็มคริปโตติดตั้งอยู่ราว 600 เครื่อง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อและปั๊มน้ำมัน กลายเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้โอนเงินจากเหยื่อ และเป็นเหตุผลหลักที่นำไปสู่การออกกฎหมายควบคุมฉบับนี้

การรับมือของแต่ละรัฐในสหรัฐฯ แตกต่างกัน แอริโซนาเลือกใช้วิธีกำหนดเพดานธุรกรรมและกระบวนการคืนเงิน แทนการแบนตู้เอทีเอ็มคริปโตทั้งหมด ขณะที่ โทเคนโพสต์เคยรายงานว่ารัฐมินนิโซตาสั่งห้ามให้บริการตู้เอทีเอ็มคริปโตและให้รื้อถอนตู้ที่มีใบอนุญาตราว 350 เครื่อง

กฎระเบียบใหม่นี้สร้างภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ต้องปรับลดเพดานธุรกรรม แจ้งเตือนลูกค้า รับผิดชอบเรื่องเงินคืน และจัดระบบดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะเป็นกลไกคุ้มครองผู้ใช้ที่ดีขึ้น แต่ก็เพิ่มต้นทุนด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจให้ผู้ประกอบการตู้เอทีเอ็มคริปโต

อาเธน่า บิตคอยน์ โกลบอล (Athena Bitcoin Global) ระบุในเอกสารยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) แบบฟอร์ม 10-Q ว่ากฎระเบียบใหม่ของรัฐแอริโซนาเข้มงวดขึ้นในหลายด้าน ทั้งระยะเวลานับเป็นลูกค้าใหม่ 10 วัน เพดานธุรกรรมต่อวัน การแจ้งเตือนบนหน้าจอ และข้อกำหนดด้านการวิเคราะห์บล็อกเชน สะท้อนว่ากฎระเบียบดังกล่าวถูกบันทึกเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านการเปิดเผยข้อมูลของผู้ประกอบการจริง

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป กรณีนี้สะท้อนว่าความเข้าใจที่ว่า 'เงินที่โอนผ่านคริปโตแล้วเรียกคืนไม่ได้' ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเสมอไป อย่างไรก็ตาม การคืนเงินตามแบบแอริโซนาจะเกิดขึ้นได้เฉพาะกรณีที่เป็นลูกค้าใหม่ แจ้งเหตุภายใน 30 วัน และยื่นรายงานต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายครบตามเงื่อนไขเท่านั้น

กรณีการคืนเงินครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้เกิดความเสียหายจากการฉ้อโกงผ่านตู้เอทีเอ็มคริปโตไปแล้ว ก็ยังมีโอกาสได้รับเงินคืนบางส่วนหากทำตามเงื่อนไขทางกฎหมาย ทั้งนี้ สิทธิ์การขอเงินคืนตามกฎหมายแอริโซนาจำกัดเฉพาะลูกค้าใหม่ที่แจ้งเหตุภายใน 30 วันเท่านั้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1