ยูนิสวอป(UNI) กำลังทดสอบบทบาทใหม่ของกลไกตลาดอัตโนมัติ หรือ AMM ด้วยการรองรับการซื้อขายหุ้นโทเคนบนเชนของโรบินฮู้ด($HOOD) เมื่อหุ้นโทเคนจากโรบินฮู้ดไหลเข้าสู่พูลสภาพคล่องฝั่งดีไฟ คำถามสำคัญที่ตามมาคือสินทรัพย์ลักษณะหุ้นจะซื้อขายนอกศูนย์กลางเทรดแบบรวมศูนย์ได้ดีแค่ไหน
เฮย์เดน อดัมส์ (Hayden Adams) ผู้ก่อตั้งยูนิสวอป โพสต์ข้อความบน X ว่า “ปริมาณเทรดเหรียญมีมยังคงนำอยู่ แต่พูลสินทรัพย์โลกจริง (RWA) ที่แปลงเป็นโทเคนจากโรบินฮู้ดบนยูนิสวอปก็กำลังเติบโตเร็วเช่นกัน” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าแม้เหรียญมีมจะยังครองส่วนแบ่งเทรดหลัก แต่สินทรัพย์อิงหุ้นเริ่มมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในระบบเดียวกัน เขายังระบุคู่เทรด AMM ที่มีมูลค่าซื้อขายใน 24 ชั่วโมงสูงสุด ได้แก่ △SPCX/USDG 700,000 ดอลลาร์ △NVDA/ETH 500,000 ดอลลาร์ △APPLE/USDG 475,000 ดอลลาร์ △NVDA/USDG 150,000 ดอลลาร์ △GOOGL/USDG 140,000 ดอลลาร์
คริปโตบรีฟฟิง (Crypto Briefing) รายงานว่าหุ้นโทเคนจากเชนโรบินฮู้ดที่ซื้อขายบนยูนิสวอปมียอดสะสม 33 ล้านดอลลาร์ในช่วง 12 วัน และมีผู้เทรดเข้าร่วมมากกว่า 11,000 ราย ตัวเลขดังกล่าวมาจากโพสต์ของอดัมส์และรายงานฉบับนี้เท่านั้น ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอิสระจากผู้ให้บริการข้อมูลออนเชนรายอื่น
ยูนิสวอปไม่ได้เป็นเพียงแอปรองรับการเทรดบนเชนโรบินฮู้ดเท่านั้น บล็อกทางการของยูนิสวอประบุว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น) ยูนิสวอป v2, v3, v4 และยูนิสวอปเอ็กซ์ (UniswapX) เปิดให้ใช้งานบนเชนโรบินฮู้ดแล้ว โดยยูนิสวอปทำหน้าที่เป็น AMM สาธารณะหลักของเชนนี้
ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน คือวันที่ 1 กรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น) โรบินฮู้ดเปิดตัวเมนเน็ตเชนโรบินฮู้ดพร้อม Stock Tokens เชนดังกล่าวออกแบบเป็นเลเยอร์ 2 บนอาร์บิทรัม (Arbitrum) และชูจุดขายว่าสามารถเทรดหุ้นโทเคนได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โรบินฮู้ดระบุว่า Stock Tokens เปิดให้ผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติในกว่า 120 ประเทศเข้าถึงได้ แต่ไม่รวมสหรัฐอเมริกา บริษัทอธิบายว่าผลิตภัณฑ์นี้ให้ ‘การอ้างอิงมูลค่าทางเศรษฐกิจ’ ต่อหุ้นต้นทาง ไม่ใช่การให้สิทธิตามกฎหมายหรือสิทธิรับผลประโยชน์จากหุ้นต้นทางโดยอัตโนมัติ
AMM คือรูปแบบเทรดบนดีเอ็กซ์ (DEX) ที่กำหนดราคาผ่านสมาร์ตคอนแทรกต์และพูลสภาพคล่อง โดยไม่ใช้ระบบบันทึกคำสั่งซื้อขาย (order book) ผู้ใช้ฝากสินทรัพย์เข้าพูลเพื่อเป็นผู้ให้สภาพคล่อง ส่วนผู้เทรดจะแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ตามสูตรราคาที่กำหนดไว้ในพูลนั้น
ความคิดเห็น
ตรรกะของอดัมส์คือจุดอ่อนของ AMM อาจลดลงในคู่สินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ราคาสูง หากจับคู่หุ้นโทเคนรายตัวกับโทเคนอิงดัชนี ส่วนต่างราคาจะแกว่งน้อยลง ซึ่งอาจช่วยลดผลขาดทุนชั่วคราว (impermanent loss) ที่ผู้ให้สภาพคล่องต้องแบกรับ ทั้งนี้ข้อสรุปนี้เป็นมุมมองตีความของผู้ก่อตั้ง ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ได้รับการยืนยันแล้ว ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้คือหุ้นโทเคนเริ่มมีการซื้อขายจริง ส่วนผลตอบแทนของผู้ให้สภาพคล่องในโครงสร้าง AMM จะมั่นคงขึ้นจริงหรือไม่ยังต้องแยกพิจารณาต่างหาก
ปฏิกิริยาจากตลาดยังแบ่งเป็นสองฝ่าย ในฟอรัมธรรมาภิบาลของยูนิสวอปมีการหารือข้อเสนอขยายโครงสร้างค่าธรรมเนียมโปรโตคอลไปยังเชนโรบินฮู้ด ซึ่งทีมธรรมาภิบาลของ L2BEAT มองว่าเป็นการต่อยอดจากโครงสร้างค่าธรรมเนียมเดิม จึงแสดงจุดยืนสนับสนุน
ยูนิสวอป แล็บส์ (Uniswap Labs) ระบุว่า ณ วันที่ 10 กรกฎาคม ปริมาณสวอปสะสมบนเชนโรบินฮู้ดมีมูลค่าทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์แล้ว ขณะเดียวกันในฟอรัมเดียวกันก็มีเสียงกังวลว่า การขยายค่าธรรมเนียมโปรโตคอลอาจลดรายได้ของผู้ให้สภาพคล่อง และอาจผลักดันให้สภาพคล่องย้ายไปที่อื่น
คอยน์เดสก์ (CoinDesk) รายงานเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมว่า มูลค่าสินทรัพย์โลกจริง (RWA) บนเชนโรบินฮู้ดเพิ่มขึ้นเป็นราว 70 ล้านดอลลาร์ และหุ้นโทเคน 12 ชนิดเริ่มมีมูลค่าซื้อขายเกิน 500,000 ดอลลาร์ต่อวันต่อรายการ รายงานฉบับเดียวกันยังระบุว่า เหรียญมีมและสเตเบิลคอยน์ยังคงครองสัดส่วนใหญ่ของกิจกรรมทั้งหมดบนเชนนี้
ประเด็นที่ผู้อ่านชาวไทยควรจับตาคือ หุ้นโทเคนกำลังขยับจากการเป็นสินค้าบนกระดานเทรดไปสู่การเข้าสู่พูลสภาพคล่องฝั่งดีไฟ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานความเคลื่อนไหวที่สวนทางกันระหว่างผู้ถือหุ้นโทเคนกับกระแสเงินไหลเข้า และกรณีค่าธรรมเนียมเทรดบนยูนิสวอปในเชนโรบินฮู้ดที่ถูกประเมินว่านำไปสู่การเผาโทเคน UNI มาแล้ว
ภาระด้านกำกับดูแลยังไม่หมดไป โรบินฮู้ดระบุในหน้านโยบายของบริษัทว่า ความไม่แน่นอนเรื่องการจดทะเบียน การซื้อขายในตลาดรอง และการเก็บรักษาสินทรัพย์โทเคนยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง พร้อมเตือนว่าโทเคนที่หมุนเวียนในตลาดแม้จะใช้ชื่อและสัญลักษณ์เดียวกัน แต่หากที่อยู่สัญญา (contract address) ต่างกัน ก็ไม่ใช่ Stock Token ของโรบินฮู้ดจริง
กรณีนี้เป็นภาพเริ่มต้นที่แสดงให้เห็นว่าหุ้นโทเคนอาจไม่จำกัดอยู่แค่สินค้าบนแพลตฟอร์มรวมศูนย์ แต่สามารถขยับเข้าสู่ตลาดสภาพคล่องบนเชนได้ แม้ตัวเลขการเทรดที่เพิ่มขึ้นและการเข้าร่วมของโครงสร้างพื้นฐานจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ความสอดคล้องด้านกำกับดูแล ผลตอบแทนของผู้ให้สภาพคล่อง และสัดส่วนที่แท้จริงภายในเชนยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป
ความคิดเห็น 0