เทเธอร์(Tether) ผู้ออกสกุลเงินดิจิทัลเสถียร (stablecoin) ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐอย่างเทเธอร์(USDT) ได้รับความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขจากการตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2025 ทำให้ข้อถกเถียงเรื่องการตรวจสอบทุนสำรองของ USDT เข้าสู่บทใหม่ ทว่าประเด็นเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลในอดีตและกระแสเงินทุนกับบริษัทในเครือยังไม่ได้รับคำตอบทั้งหมด
เทเธอร์เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่า เคพีเอ็มจี สหรัฐฯ(KPMG U.S.) ได้ตรวจสอบงบการเงินของเทเธอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล(Tether International) สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025 และให้ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข บริษัทระบุว่านี่คือ 'การตรวจสอบบัญชีฉบับเต็มครั้งแรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์' และเปิดเผยว่า ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมีสินทรัพย์มากกว่าหนี้สินอยู่ 6,814 ล้านดอลลาร์
ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขคือความเห็นที่ผู้สอบบัญชีให้เมื่อพิจารณาว่างบการเงินไม่มีข้อผิดพลาดที่เป็นสาระสำคัญตามมาตรฐานบัญชี การตรวจสอบครั้งนี้แตกต่างจากรายงานยืนยันทุนสำรองรายไตรมาสที่เทเธอร์เคยเปิดเผยมาก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้เทเธอร์เปิดเผยรายงานยืนยันทุนสำรองรายไตรมาสที่จัดทำโดยบีดีโอ อิตาลี(BDO Italia) มาโดยตลอด ตามหน้าคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ของบริษัทระบุว่า เทเธอร์เปิดเผยข้อมูลปริมาณเหรียญหมุนเวียนเป็นรายวัน และข้อมูลทุนสำรองเป็นรายไตรมาส
รายงานยืนยันทุนสำรองเน้นแสดงสถานะสินทรัพย์และหนี้สิน ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งเป็นหลัก ขณะที่การตรวจสอบงบการเงินครอบคลุมกว้างกว่านั้น ทั้งสินทรัพย์ หนี้สิน กำไรขาดทุน กระแสเงินสด เอกสารประกอบ และระบบควบคุมภายใน
เทเธอร์ประกาศเมื่อวันที่ 24 มีนาคมว่าได้เซ็นสัญญาตรวจสอบบัญชีฉบับเต็มครั้งแรกกับบริษัทบัญชีระดับบิ๊กโฟร์ ต่อมาสำนักข่าวคอยน์เดสก์(CoinDesk) รายงานว่า เคพีเอ็มจีเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ขณะที่พีดับเบิลยูซี(PwC) ช่วยเตรียมระบบภายในให้พร้อม
การประกาศครั้งนี้จึงเป็นผลลัพธ์ของสัญญาที่ทำไว้เมื่อเดือนมีนาคม เทเธอร์ระบุว่าเคพีเอ็มจีได้ตรวจนับทองคำสำรองที่ถือครองจริง และดำเนินกระบวนการตรวจสอบเชิงประจักษ์ (substantive procedures) อย่างเป็นอิสระกับงบการเงินทั้งหมด
สื่อโพรทอส(Protos) ตั้งข้อสังเกตว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นหลักฐานที่ช่วยหักล้างข้อกังขาเก่าเกี่ยวกับเทเธอร์ได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้ปิดคำถามทั้งหมด เนื่องจากขอบเขตการตรวจสอบครอบคลุมเฉพาะงบการเงินปี 2025 ของเทเธอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลเท่านั้น ไม่รวมบริษัทแม่ของเทเธอร์ ปีบัญชีย้อนหลังทั้งหมด หรือกระแสเงินทุนในอดีตกับบิตไฟเน็กซ์(Bitfinex)
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อผู้อ่านในไทยเช่นกัน เพราะเทเธอร์(USDT) เป็นสกุลเงินดิจิทัลเสถียรที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายทั้งในการอ้างอิงราคาและเป็นหน่วยชำระเงินบนกระดานเทรดทั้งในและต่างประเทศ
คำถามว่าผู้ออกเหรียญถือทุนสำรองเพียงพอหรือไม่ และทุนสำรองนั้นผ่านการตรวจสอบด้วยกระบวนการแบบใด ไม่ใช่แค่เรื่องการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงถึงความมั่นคงของระบบชำระเงินและความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายในตลาดสเตเบิลคอยน์โดยรวม
ประวัติการถูกลงโทษในอดีตก็เป็นอีกหนึ่งบริบทของการตรวจสอบครั้งนี้ คณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ(CFTC) เคยสั่งปรับเทเธอร์และบิตไฟเน็กซ์รวมกันเป็นเงิน 42.5 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนตุลาคม 2021
ในเวลานั้น CFTC ระบุว่าเทเธอร์ยังไม่เคยผ่านการตรวจสอบบัญชีอย่างสม่ำเสมอโดยผู้ตรวจสอบมืออาชีพ ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุดแห่งรัฐนิวยอร์กระบุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ว่า เทเธอร์และบิตไฟเน็กซ์ให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับทุนสำรองและปิดบังผลขาดทุนราว 850 ล้านดอลลาร์ ทั้งสองบริษัทยอมความด้วยเงิน 18.5 ล้านดอลลาร์
หน้าความโปร่งใส (Transparency) ของเทเธอร์ระบุตามรายงานล่าสุดว่า บริษัทมีสินทรัพย์รวม 191,767,741,495 ดอลลาร์ หนี้สินรวม 183,535,531,717 ดอลลาร์ และส่วนของทุนสุทธิ 8,232,209,778 ดอลลาร์ โดยบริษัทยังคงเปิดเผยรายงานทุนสำรองต่อเนื่อง
การตรวจสอบครั้งนี้ถูกประเมินว่าเป็นกระบวนการยืนยันที่กว้างกว่ารายงานทุนสำรองแบบเดิม เพราะเป็นครั้งแรกที่เทเธอร์ผ่านการตรวจสอบงบการเงินฉบับเต็ม อย่างไรก็ตามข้อถกเถียงเรื่องขอบเขตการตรวจสอบและรูปแบบการเปิดเผยรายงาน ยังคงมีอยู่ต่อเนื่องหลังจากนั้น
ผลการตรวจสอบครั้งนี้สะท้อนว่าอุตสาหกรรมสเตเบิลคอยน์กำลังเคลื่อนเข้าสู่มาตรฐานภาษาบัญชีในระบบสถาบันการเงินมากขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุน กระดานเทรด และผู้ให้บริการชำระเงินยังต้องแยกแยะให้ชัดว่าความเห็นของผู้สอบบัญชีครอบคลุมขอบเขตใด เนื่องจากเอกสารฉบับนี้ยืนยันเพียงงบการเงินปี 2025 เท่านั้น
ความคิดเห็น 0