Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

27 ส.ค. เอ็นวิเดียแถลงผลประกอบการ หุ้นแอลจี-ทูซานจับตาโอกาสรับอานิสงส์

เอ็นวิเดีย($NVDA) เตรียมแถลงผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027 ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ตามเวลาไทย และกลายเป็นประเด็นที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้จับตา เมื่อนักวิเคราะห์เริ่มพูดถึงความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของเอ็นวิเดียกับบริษัทในเครือแอลจี(LG) และทูซาน(Doosan) ทั้งนี้ ยังไม่มีตัวเลขผลประกอบการจริงออกมา ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่ากระแสความสนใจของตลาดจะขยายไปถึงกลุ่มบริษัทเกาหลีที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศเอ็นวิเดียมากน้อยเพียงใด ไม่ใช่การฟันธงว่าผลประกอบการจะออกมาดีหรือไม่

เอ็นวิเดียแจ้งในประกาศบริษัทว่าจะจัดการประชุมทางโทรศัพท์ (conference call) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027 ในวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 14.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ซึ่งตรงกับเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 27 สิงหาคมตามเวลาประเทศไทย โดยเอกสารผลประกอบการและความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรของ คอลเล็ต เครส(Colette Kress) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ของเอ็นวิเดีย จะเผยแพร่ก่อนการประชุมทางโทรศัพท์เริ่มขึ้น

ฮวาง ซันแฮ(Hwang San-hae) นักวิเคราะห์จากแอลเอสซีเคียวริตีส์(LS Securities) กล่าวเมื่อวันที่ 20 ว่า 'กระแสเงินสดอิสระ (FCF) และผลกำไรที่แข็งแกร่งของเอ็นวิเดียอาจถูกตีความว่าเป็นผลดีต่อพันธมิตรในวงจรการเงินหมุนเวียนและบริษัทที่มีส่วนร่วมในระบบนิเวศเอ็นวิเดีย มากกว่าจะเป็นผลดีต่อเอ็นวิเดียเองเพียงฝ่ายเดียว' คำกล่าวนี้สะท้อนว่าโมเมนตัมผลประกอบการของเอ็นวิเดียอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แต่อาจลามไปถึงอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน AI รอบข้าง ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และหุ่นยนต์

ย้อนไปเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังเอ็นวิเดียประกาศผลประกอบการครั้งก่อน หุ้นของลูเมนตัม(Lumentum) และโคฮีเรนต์(Coherent) สองบริษัทด้านเทคโนโลยีโฟตอนิกส์ที่เอ็นวิเดียเข้าไปลงทุน ปรับตัวขึ้น 11.1% และ 5.9% ตามลำดับ ฮวาง ซันแฮ ยกกรณีนี้เป็นตัวอย่างว่าการตอบสนองของราคาหุ้นในตลาดเกาหลีใต้ครั้งนี้อาจไม่จำกัดอยู่แค่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เช่นกัน แต่อาจขยายไปทั่วห่วงโซ่คุณค่าของ AI

ในปีนี้ หุ้นเกาหลีใต้ที่ราคาปรับขึ้นแรงในวันที่เอ็นวิเดียประกาศผลประกอบการ ได้แก่ △ฮันมิเซมิคอนดักเตอร์(Hanmi Semiconductor) △แอลจี อีเลคทรอนิกส์(LG Electronics) △ฮุนไดโมบิส(Hyundai Mobis) △ฮุนได เอนจิเนียริง แอนด์ คอนสตรัคชั่น(Hyundai E&C) △แดวู เอนจิเนียริง แอนด์ คอนสตรัคชั่น(Daewoo E&C) △แอลเอส อีเล็คทริค(LS Electric) และ △ซัมซุง เอสดีเอส(Samsung SDS) ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจตั้งแต่อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ระบบระบายความร้อนดาต้าเซ็นเตอร์ หุ่นยนต์ ก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า ไปจนถึงซอฟต์แวร์

ในเครือแอลจี(LG) มีการพูดถึง 'อุปกรณ์กระจายน้ำหล่อเย็น' (Coolant Distribution Unit หรือ CDU) ของแอลจี อีเลคทรอนิกส์(LG Electronics) ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของแอลจี ซีเอ็นเอส(LG CNS) และธุรกิจหุ่นยนต์-ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ของแอลจี อินโนเทค(LG Innotek) ส่วนในเครือทูซาน(Doosan) มีการกล่าวถึงธุรกิจโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และกังหันก๊าซของทูซาน เอนเนอร์บิลิตี้(Doosan Enerbility) ธุรกิจหุ่นยนต์ของทูซาน โรโบติกส์(Doosan Robotics) และธุรกิจอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ของทูซาน อิเล็กทรอ-แมทีเรียลส์ บีจี(Doosan Electro-Materials BG)

CDU คืออุปกรณ์ที่ควบคุมความร้อนจากเซิร์ฟเวอร์และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ในดาต้าเซ็นเตอร์ด้วยระบบหล่อเย็นแบบของเหลว ยิ่งความต้องการประมวลผล AI เพิ่มขึ้นมากเท่าไร โครงสร้างพื้นฐานรอบข้าง ทั้งการจ่ายไฟ ระบบหล่อเย็น การบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ ก็ยิ่งได้รับความสนใจตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเหล่านี้จะส่งผลต่อราคาหุ้นจริงหรือไม่หลังการประกาศผลประกอบการของเอ็นวิเดีย ยังเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบภายหลัง การตอบสนองของราคาหุ้นแต่ละตัวในวันประกาศผลอาจแตกต่างกันไปตามความคาดหวังเดิมของตลาด อุปสงค์-อุปทานรายกลุ่มธุรกิจ และระดับความเกี่ยวข้องของแต่ละบริษัทกับธุรกิจดังกล่าว

จุดเชื่อมโยงกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ที่กระแสความเสี่ยงต่อสินทรัพย์เสี่ยง (risk asset) ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์(TokenPost) เคยรายงานว่ากำหนดการประกาศผลประกอบการของเอ็นวิเดียและตัวเลขคาดการณ์ของตลาดปรับตัวสูงขึ้นมาก่อนแล้ว โดยตลาดคาดการณ์ว่าเอ็นวิเดียจะมีรายได้ราว 9.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท) และกำไรต่อหุ้น (EPS) 2.08 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 74 บาท)

ผลประกอบการของเอ็นวิเดียถูกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อตรวจสอบทั้งความต้องการชิป AI และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกไปพร้อมกัน ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล นักลงทุนมักจับตาความเสี่ยงต่อสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดหุ้น ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ ข้อมูลชุดนี้ยังไม่มีตัวเลขที่เชื่อมโยงโดยตรงระหว่างดัชนีคอสปี้ (KOSPI) กับราคาบิตคอยน์(BTC) ผลกระทบที่จะเกิดกับตลาดหุ้นเกาหลีใต้และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามยืนยันอีกครั้ง หลังเอกสารผลประกอบการและคำแถลงในการประชุมทางโทรศัพท์เผยแพร่ออกมาในวันที่ 27 สิงหาคมนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1