Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

รอบเกือบ 2 ปี ออปชัน IBIT ฝั่งซื้อพุ่งสูงสุด รายย่อยแห่เก็งขาขึ้น

การเปิดสถานะฝั่ง ‘ซื้อ’ ของนักลงทุนรายย่อยในตลาดออปชันกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของแบล็กร็อก(BlackRock) พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี

Wu Blockchain รายงานเมื่อวันที่ 20 เวลา 06.50 น. (เวลาไทย) โดยอ้างอิงการวิเคราะห์ของอเล็กซ์ ธอร์น(Alex Thorn) นักวิเคราะห์จากกาแลคซี รีเสิร์ช ระบุว่า ‘ความเอียงเชิงทิศทาง’ ของนักลงทุนรายย่อยใน IBIT อยู่ในระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี และสัดส่วนการเปิดสถานะฝั่งซื้อของนักลงทุนรายย่อยสูงกว่าฝั่งขายอย่างชัดเจน

ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนยอดเงินไหลเข้าสุทธิของ IBIT หรือจำนวนหุ้นที่กองทุนถืออยู่ แต่เป็นข้อมูลที่แสดง ‘สถานะการลงทุน’ ที่ปรากฏในตลาดออปชันเท่านั้น โดยความเอียงเชิงทิศทางเป็นตัวชี้วัดว่านักลงทุนเปิดรับความเสี่ยงไปทางขาขึ้นหรือขาลงมากกว่ากัน

การที่สัดส่วนฝั่งซื้อเพิ่มขึ้นตีความได้ว่านักลงทุนรายย่อยเข้าร่วมโครงสร้างที่ได้ประโยชน์จากราคาบิตคอยน์(BTC) ขาขึ้นผ่านออปชันของ IBIT มากขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานะออปชันแตกต่างจากการถือหน่วยลงทุน ETF โดยตรง แม้จะเป็นความเอียงไปทางซื้อเหมือนกัน แต่โครงสร้างความเสี่ยงจริงยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสัญญาแต่ละฉบับ

IBIT คือกองทุน Bitcoin ETF แบบซื้อขายจริงในสหรัฐฯ ที่บริหารโดยแบล็กร็อก(BlackRock) เปิดทางให้นักลงทุนที่เข้าถึงบิตคอยน์(BTC) โดยตรงได้ยาก สามารถลงทุนผ่านกองทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้

สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นสำคัญคือ ETF บิตคอยน์(BTC) ในตลาดสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุปสงค์-อุปทานของตลาดคริปโตอย่างไร ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า ตัวเลขผู้ถือครอง IBIT ราว 1,500 รายสะท้อนขอบเขตการเข้าร่วมของนักลงทุนสถาบัน ณ สิ้นไตรมาสเท่านั้น ไม่ได้บ่งชี้ทิศทางราคาในระยะถัดไป

ออปชันเป็นสัญญาที่ให้สิทธิ์ซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า คอลออปชัน(call option) คือสิทธิ์ในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงตามราคาที่ตกลงไว้ แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงจะเปลี่ยนไปตามราคาใช้สิทธิ์ วันหมดอายุ และการผสมกับออปชันตัวอื่น

TokenPost เคยอธิบายกรณีการถือครอง IBIT ของ Tudor Investment ไว้ว่า ออปชันมีกำไรขาดทุนและความเสี่ยงจริงที่ต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับราคาใช้สิทธิ์ วันหมดอายุ และโครงสร้างการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมข้อมูลแบบฟอร์ม 13F ที่แสดงจำนวนหุ้นถือครอง กับข้อมูลสถานะออปชัน จึงไม่ควรตีความเป็นสัญญาณเดียวกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ IBIT ในกลุ่มนักลงทุนสถาบันมีทิศทางไม่ตรงกัน อินเตซา ซานเปาโล(Intesa Sanpaolo) ลดการถือครอง IBIT ลงพร้อมเพิ่มสัดส่วน ETF อีเธอเรียม(ETH) ขณะที่ยูบีเอส(UBS) ยังคงถือทั้งหุ้น IBIT และคอลออปชันไว้

ด้านมูบาดาลา(Mubadala) และฮาร์วาร์ด แมเนจเมนต์ คอมพานี(Harvard Management Company) ยังคงสัดส่วนการถือครอง IBIT ไว้เท่าเดิมเมื่อสิ้นไตรมาส 2 สะท้อนว่าแม้จะเป็นกองทุนเดียวกัน แต่การถือครองของสถาบัน สถานะออปชันของนักลงทุนรายย่อย และเงินไหลเข้าสุทธิของ ETF ล้วนเป็นสัญญาณตลาดคนละชุด

ข้อมูลที่ยืนยันได้ในขณะนี้มีเพียงว่า ณ วันที่ 20 ตลาดออปชันของ IBIT มีสัดส่วนการเปิดสถานะฝั่งซื้อของนักลงทุนรายย่อยสูงกว่าฝั่งขาย ส่วนแนวโน้มนี้จะส่งผลต่อราคาบิตคอยน์(BTC) หรือเงินไหลเข้าสุทธิของ ETF ในระยะถัดไปหรือไม่ ยังต้องติดตามตัวชี้วัดตลาดอื่นประกอบกันต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1