Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

69,000 ดอลลาร์ บิตคอยน์(BTC) แตะระดับสูง แต่ดีมานด์สปอตยังไม่ฟื้นชัดเจน

บิตคอยน์(BTC) เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) ราคาพุ่งขึ้นแตะระดับ 69,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 97.43 ล้านวอน) ในระหว่างวัน แต่ดีมานด์ในตลาดสปอตและปริมาณการซื้อขายยังอยู่ในขั้นตอนการยืนยัน ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน ในวันเดียวกัน เอสเค ไฮนิกซ์(SK Hynix) มีรายงานข่าวการซื้อหุ้นคืนมูลค่ากว่า 40 ล้านล้านวอน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยพยุงตลาดท่ามกลางแรงกดดันต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยบวกเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนภาพของสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อสภาพคล่อง ซึ่งอยู่ระหว่างการฟื้นตัวและการยืนยันความแข็งแกร่งที่แท้จริง บิตคอยน์ได้แรงหนุนหลักจากการปิดสถานะ (liquidation) ในตลาดอนุพันธ์ ขณะที่เอสเค ไฮนิกซ์ต้องแบกรับทั้งภาระการลงทุนขยายกำลังผลิตขนาดใหญ่และแรงกดดันให้ตอบแทนผู้ถือหุ้นไปพร้อมกัน

แอ็กเซล แอดเลอร์ จูเนียร์(Axel Adler Jr.) นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 6 ว่า อัตราส่วนดีมานด์ต่อการออกเหรียญใหม่ (Demand-to-Issuance) ของบิตคอยน์ในรอบ 30 วันอยู่ที่ -5.43 และกระแสอายุเหรียญสุทธิ (Net Age Flow) ในรอบ 30 วันอยู่ที่ -85,500 BTC แม้ราคาจะฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 64,600 ดอลลาร์ (ประมาณ 91.22 ล้านวอน) แต่ดีมานด์ใหม่ยังไม่ปรากฏชัดเจน เป็นการตีความของแอดเลอร์

อัตราส่วนดีมานด์ต่อการออกเหรียญใหม่เป็นตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบดีมานด์จริงในตลาดกับปริมาณบิตคอยน์ใหม่ที่เข้าสู่ระบบ ส่วนกระแสอายุเหรียญสุทธิเป็นดัชนีออนเชนที่ติดตามว่าเหรียญที่ถือครองมานานเริ่มเคลื่อนไหวหรือไม่ ใช้วัดแรงของผู้ถือระยะยาวเทียบกับแรงซื้อใหม่

ตลาดเคลื่อนไหวรุนแรงในบางช่วงของวันที่ 19 โดย MarketWatch รายงานว่าบิตคอยน์พุ่งขึ้นเหนือระดับ 68,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 96.02 ล้านวอน) จนเข้าใกล้ 69,000 ดอลลาร์ในระหว่างวัน และเกิดการปิดสถานะช็อร์ต (short liquidation) มูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.412 ล้านล้านวอน) ภายในเวลาเพียง 60 นาที

การปิดสถานะช็อร์ตเกิดขึ้นเมื่อโพสิชันที่เดิมพันราคาลงถูกบังคับปิด กลายเป็นแรงซื้อในตลาดทันที กระบวนการนี้อาจดันราคาขึ้นได้ในระยะสั้น แต่หากไม่มีแรงซื้อในตลาดสปอตตามมา ก็ยังมีข้อจำกัดในการอธิบายว่าการปรับขึ้นจะยั่งยืนต่อเนื่องได้จริงหรือไม่

ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตลาดสปอตยังเป็นคำถามที่ค้างอยู่ The Block รายงานเมื่อวันที่ 13 ว่าบิตคอยน์ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 64,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 90.37 ล้านวอน) และแม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะออกมาในทิศทางผ่อนคลาย แต่ก็ไม่มีแรงซื้อที่มีนัยสำคัญตามมา

รายงานเดียวกันระบุว่า ปริมาณการซื้อขายในตลาดสปอตร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในช่วงต้นปี 2019 สะท้อนว่า ภาพความเคลื่อนไหวที่บิตคอยน์แกว่งตัวอยู่ระหว่างโซนดีมานด์ที่ 63,000 ดอลลาร์กับโซนแนวต้านที่ 69,000 ดอลลาร์ ยังคงดำเนินต่อไป

โรเบิร์ต มิตช์นิค(Robert Mitchnick) หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของแบล็คร็อก(BlackRock) ให้สัมภาษณ์กับ The Block ว่า "ในช่วงประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา บรรยากาศตลาดเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ยังละเอียดอ่อน" โดยอ้างอิงการไหลเข้าของเงินทุนใน ETF บิตคอยน์สปอตของสหรัฐฯ ที่กลับมาอีกครั้งเป็นเหตุผลประกอบ คำกล่าวนี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงด้านมุมมองของนักลงทุนมากกว่าจะเป็นการยืนยันว่าตลาดฟื้นตัวแล้วอย่างสมบูรณ์

ในวันเดียวกันมีรายงานตามมาว่าราคาบิตคอยน์ร่วงกลับลงมาที่ 64,306 ดอลลาร์ (ประมาณ 90.80 ล้านวอน) เมื่อนำไปเทียบกับ รายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าบิตคอยน์ทะลุระดับ 69,000 ดอลลาร์ จะเห็นว่าความผันผวนในวันเดียวรุนแรงมากจนต้องแยกพิจารณาราคาอ้างอิงคนละช่วงเวลา

ในตลาดเกาหลีใต้ เอสเค ไฮนิกซ์(SK Hynix) เป็นอีกแกนสำคัญของบรรยากาศตลาด โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 7 มีมติกำหนดเงินปันผลเงินสดประจำไตรมาส 2 ที่หุ้นละ 375 วอน พร้อมประกาศว่าจะสรุปแผนตอบแทนผู้ถือหุ้นเพิ่มเติมและเปิดเผยภายในไตรมาส 3 ปี 2026

บริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ในวันเดียวกันว่า มียอดขาย 79.3187 ล้านล้านวอน กำไรจากการดำเนินงาน 60.5426 ล้านล้านวอน และกำไรสุทธิ 93.9226 ล้านล้านวอน พร้อมประกาศแผนลงทุนรวม 54 ล้านล้านวอนในโรงงาน Y2 ที่เมืองยงอิน และ M17 ที่เมืองช็องจู สะท้อนแนวทางเดินหน้าทั้งการลงทุนขยายกำลังผลิตและการตอบแทนผู้ถือหุ้นไปพร้อมกัน

The Wall Street Journal รายงานเมื่อวันที่ 19 ว่า เอสเค ไฮนิกซ์วางแผนซื้อหุ้นคืนจำนวน 24.07 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 40 ล้านล้านวอน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 3.3% ของหุ้นทั้งหมดที่ออกจำหน่าย

การซื้อหุ้นคืนเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดจำนวนหุ้นหมุนเวียนในตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่อมูลค่าต่อหุ้นและความมั่นคงของราคาหุ้น อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังมีปัจจัยราคาที่ซับซ้อน ทั้งความต่อเนื่องของการลงทุนด้าน AI ภาระอัตราดอกเบี้ย และความคาดหวังต่อวัฏจักรอุตสาหกรรมหน่วยความจำ (memory) ที่สะท้อนเข้ามาพร้อมกัน การตอบแทนผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถขจัดความกังวลของทั้งอุตสาหกรรมได้ทั้งหมด

บิตคอยน์และเอสเค ไฮนิกซ์อยู่คนละอุตสาหกรรม แต่มีจุดร่วมคือความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ สำหรับบิตคอยน์ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือกระแสเงินทุนของ ETF และปริมาณการซื้อขายในตลาดสปอต ส่วนหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ต้องจับตากลยุทธ์การลงทุนด้าน AI และการจัดสรรเงินสด

เอสเค ไฮนิกซ์มีกำหนดสรุปแผนตอบแทนผู้ถือหุ้นเพิ่มเติมและเปิดเผยภายในไตรมาส 3 ปี 2026 ขณะที่ในตลาดบิตคอยน์ เกณฑ์ตัดสินขั้นต่อไปอยู่ที่ว่าตัวชี้วัดดีมานด์ออนเชนจะยังคงเป็นบวกต่อเนื่องหรือไม่ และปริมาณการซื้อขายในตลาดสปอตจะหลุดพ้นจากระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2019 ได้หรือไม่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1