สัดส่วนหุ้นอินเทล(INTC) ในพอร์ตหุ้นจดทะเบียนสหรัฐฯ ของซอฟท์แบงก์กรุ๊ป ณ สิ้นไตรมาสที่สองอยู่ที่ 66.81% เท่ากับว่าหุ้นตัวเดียวคิดเป็นสัดส่วนเกือบสองในสามของมูลค่าหุ้นสหรัฐฯ ทั้งหมดที่บริษัทถือครอง
คริปโตบรีฟฟิง(Crypto Briefing) รายงานว่า เอกสาร 13F ที่ซอฟท์แบงก์กรุ๊ปยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ(SEC) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่าบริษัทถือหุ้นอินเทลจำนวน 86,956,522 หุ้น คิดเป็นมูลค่าประเมินราว 1.2141739167 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 16.8892 ล้านล้านวอน) หรือคิดเป็น 66.81% ของพอร์ตหุ้นจดทะเบียนสหรัฐฯ ทั้งหมดมูลค่า 1.8174540337 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 25.2808 ล้านล้านวอน)
จำนวนหุ้นที่ถือครองเท่ากับตัวเลขที่รายงานไว้ ณ วันที่ 31 มีนาคม สะท้อนว่าซอฟท์แบงก์กรุ๊ปไม่ได้ซื้อหุ้นอินเทลเพิ่มในช่วงไตรมาสสอง
พอร์ตหุ้นสหรัฐฯ ของซอฟท์แบงก์กรุ๊ปมีความ 'กระจุกตัว' สูงในหุ้นอันดับต้น ๆ อันดับสองคือซิมโบติก(SYM) บริษัทระบบอัตโนมัติสำหรับคลังสินค้า ถือครอง 39,825,312 หุ้น มูลค่าประเมิน 1.790147774 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.4901 ล้านล้านวอน)
สัดส่วนของซิมโบติกในพอร์ตอยู่ที่ 9.85% ส่วนอันดับสามคือทีโมบายล์ยูเอส(TMUS) ถือครอง 10,000,000 หุ้น มูลค่าประเมิน 1.6773 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.3331 ล้านล้านวอน) คิดเป็นสัดส่วน 9.23%
มูลค่าหุ้นอินเทลที่ถือครองคิดเป็นประมาณ 6.8 เท่าของมูลค่าหุ้นซิมโบติก ด้วยสัดส่วนหุ้นตัวเดียวที่สูงเช่นนี้ มูลค่าพอร์ตหุ้นสหรัฐฯ ตามเอกสารของซอฟท์แบงก์กรุ๊ปจึงผันผวนตามทิศทางราคาหุ้นอินเทลเป็นหลัก
หุ้นอินเทลชุดนี้มีจุดเริ่มต้นจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.782 ล้านล้านวอน) ที่ซอฟท์แบงก์กรุ๊ปปิดดีลในไตรมาสสามของปี 2025 ขณะนั้นอินเทลอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างธุรกิจในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่แข่งขันกับเอเอ็มดี(AMD) และเอ็นวิเดีย(NVDA)
เอกสาร 13F คือรายงานการถือครองหลักทรัพย์จดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่สถาบันการลงทุนของสหรัฐฯ ต้องยื่นเป็นรายไตรมาส ข้อมูลที่เปิดเผยอ้างอิงสถานะ ณ สิ้นไตรมาส และเผยแพร่ภายหลัง จึงไม่ได้สะท้อนการซื้อขายหรือปริมาณการถือครองปัจจุบันหลังวันยื่นเอกสาร
ด้วยเหตุนี้ ตัวเลขชุดนี้จึงควรมองเป็นข้อมูลที่แสดงโครงสร้างพอร์ตหุ้นจดทะเบียนสหรัฐฯ ของซอฟท์แบงก์กรุ๊ป ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ไม่ใช่ข้อมูลที่บ่งชี้แผนการซื้อขายในอนาคตหรือทิศทางราคาหุ้นอินเทล
สำหรับนักลงทุนชาวไทย ตัวเลขชุดนี้เป็นดัชนีอ้างอิงหนึ่งในการติดตามกระแสการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ AI ซอฟท์แบงก์กรุ๊ปยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของอาร์มโฮลดิงส์(ARM) โดยโตเกนโพสต์เคยรายงานว่า ซอฟท์แบงก์กรุ๊ปถือหุ้นสามัญของอาร์มโฮลดิงส์ในสัดส่วน 86% ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2026
อาร์มโฮลดิงส์เป็นบริษัทที่ให้ลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาด้านการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่อินเทลเป็นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ที่ทำทั้งการผลิตและการออกแบบ การถือหุ้นอินเทลของซอฟท์แบงก์กรุ๊ปจึงน่าสนใจ เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ความต้องการชิป AI ส่งแรงกระเพื่อมทั้งฝั่งออกแบบและฝั่งผลิตพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ความกระจุกตัวในเอกสาร 13F เพียงอย่างเดียวไม่อาจสรุปกลยุทธ์การลงทุนโดยรวมของซอฟท์แบงก์กรุ๊ปได้ทั้งหมด เพราะยังมีการลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ และสัดส่วนการถือหุ้นภายในกลุ่มบริษัท ซึ่งไม่ถูกนับรวมอยู่ในพอร์ตหุ้นจดทะเบียนสหรัฐฯ นี้
ท้ายที่สุด สิ่งที่เอกสารฉบับนี้ยืนยันได้คือ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน พอร์ตหุ้นจดทะเบียนสหรัฐฯ ของซอฟท์แบงก์กรุ๊ปกระจุกตัวอยู่ที่อินเทลอย่างชัดเจน และจากฐานข้อมูลเดียวกันนี้ จำนวนหุ้นอินเทลที่ถือครองในไตรมาสสองไม่เปลี่ยนแปลงจากสิ้นไตรมาสหนึ่ง
ความคิดเห็น 0